สาระน่ารู้

Saturday, 7 March, 2009 - 21:40

ขิงจะแก่จะอ่อนก็ไม่หย่อนสรรพคุณ

  ขิง เป็นยาสมุนไพรที่มีการใช้ประโยชน์ทั้งทางยาและอาหารทั่วโลกอย่างยาวนาน และยังมีงานวิจัยไม่น้อยยืนยันสรรพคุณที่ใช้ในการรักษาโรคอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นหนึ่งในยาสมุนไพรที่ถูกขึ้นบัญชียาจากสมุนไพร พ.ศ.2549 ในบัญชียาหลักแห่งชาติ  เป็นยาในกลุ่มที่ 2 ที่ใช้รักษากลุ่มอาการของระบบทางเดินอาหาร

            ข้อมูลของขิงที่แพร่หลายทั่วโลกคือ การนำมาใช้แก้คลื่นไส้อาเจียนในกลุ่มสตรีที่ตั้งครรภ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ก็ไม่ควรใช้ในปริมาณมากและบ่อยเพราะอาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้ โดยเฉพาะขิงแห้งห้ามใช้โดยเด็ดขาด  ใช้แก้คลื่นไส้อาเจียนจากการเมารถเมาเรือ และบรรเทาอาการคลื่นไส้หลังการผ่าตัด และผู้ป่วยที่ได้รับเคมีบำบัด ซึ่งทั้งหมดนี้ได้มีการวิจัยฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา เปรียบเทียบกับการออกฤทธิ์ของยาแผนปัจจุบัน

            นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่กล่าวถึงประสิทธิภาพของขิง ช่วยลดความดันโลหิตสูงได้ โดยใช้ขิงสดบรรเทาอาการปวดเกร็งเนื่องจากมีรอบเดือน ฆ่าเซลล์มะเร็งในมดลูก ช่วยฆ่าเชื้อไวรัสโรคหวัด เมื่อก่อนเป็นหวัดทีไรคุณยายมักต้มน้ำขิงให้ดื่มทุกที เพราะช่วยรักษาอาการหวัดได้นั่นเอง 

            สรรพคุณเด่นตามตำรับยาโบราณคือการขับลมในลำไส้ จึงมักใช้ขิงบรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียด แน่นท้อง (แก้ลมไฟในกองธาตุให้กระจาย) แก้ลมพรรดึก คือช่วยขับลมในกรณีที่ท้องผูก  ทุกส่วนของขิงมีสรรพคุณเป็นยา แต่ส่วนที่นำมาใช้มากที่สุดคือส่วนของเหง้า สรรพคุณช่วยเจริญอากาศธาตุ  แก้ไข้  แก้พรรดึก  แก้นอนไม่หลับ แก้ลมพานไส้  แก้คลื่นเหียนอาเจียน  ท้องเสีย  แก้นิ่ว  ขับเสมหะ  แก้อากาศธาตุ  10  ประการ  แก้ปวดท้อง ย่อยอาหาร แก้ลม แก้ลมป่วงทุกชนิด แก้เสมหะและลมอัณฑพฤกษ์  แก้โรคในปาก  แก้ธาตุพิการ เจริญอาหาร แก้โรคอันบังเกิดแต่ทรวง แก้บิด แก้ลมปั่นป่วนในท้อง    แก้ไข้หวัดใหญ่  แก้ไอ  แก้หอบ  ขับปัสสาวะ  เป็นต้น

            ขณะนี้ขิงกำลังเป็นที่สนใจของกลุ่มผู้พัฒนายาสมุนไพรหลักๆ อยู่ 2 อย่าง คือ การนำน้ำมันขิงมาปลูกถ่ายผม แก้ปัญหาผมหลุดร่วง หรือศีรษะล้าน ขิงช่วยลดความมันของหนังศีรษะ ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดให้ไปเลี้ยงศีรษะ ซึ่งจะไปช่วยกระตุ้นให้เส้นผมงอก อย่างที่ 2 คือ การนำไปใช้บรรเทาอาการปวดข้อเข่าจากโรคเกาต์  หมอแผนไทยแนะนำคนที่เป็นโรคเกาต์หรือปวดหัวเข่า ให้เอาขิงแก่ทุบให้บุบห่อด้วยผ้าขาวบางชุบเหล้าโรงหรือพรมด้วยเหล้าโรง ประคบบริเวณที่ปวดจะช่วยได้มาก และดื่มน้ำขิงควบคู่ไปด้วย

            เหง้าขิงแก่จะมีปริมาณของสารจำพวก oleo – resin (น้ำมันชัน) สูง ซึ่งเป็นสารที่ทำให้ขิงมีรสเผ็ด และมีกลิ่นหอม ส่วนประกอบของน้ำมันชัน คือ สารจำพวก ketone  ได้แก่ gingerol  Shogaol และ Zingeribe  แต่ถ้าเป็นขิงอ่อนรสเผ็ดก็จะน้อยลง นิยมนำขิงอ่อนไปรับประทานกับอาหารต่างๆ เพื่อดับกลิ่นคาว

            ในช่วงนี้อาการร้อนจัดมากๆ มีผลกระทบต่อร่างกาย ใครที่มีอาการพะอืดพะอม กินข้าวไม่ได้ ขับถ่ายไม่ออก อึดอัด คลื่นไส้ อาเจียน ให้รีบไปหาขิงมาต้มดื่มได้เลยจะช่วยได้เยอะ มีตำรับยาจากขิงมาฝากหลายตำรับให้ท่านเลือกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์และความต้องการ

            รักษาอาการท้องอืด เฟ้อ จุกเสียดและปวดท้อง  คลื่นไส้ อาเจียน  ใช้เหง้าสดขนาดหัวแม่มือ  5  กรัม  เคี่ยวให้ข้นแล้วเอาพอกตอนอุ่นๆ  เอาผ้ากอซปิดไว้ พอยาเย็นให้ทาใหม่อีกจนกว่าจะรู้สึกดีขึ้น  หรือจะใช้เหง้าสดตำแล้วนำไปต้มน้ำกิน

            รักษาอาการท้องขึ้นและปวดท้อง นำขิง  30  กรัมมาชงกับน้ำเดือดประมาณ 500 ซีซี ชงแช่ทิ้งไว้นาน  1  ชั่วโมง  แล้วดื่มครั้งละ  2  ช้อนโต๊ะ

            ปวดข้อ  ใช้น้ำคั้นจากเหง้าสดผสมกาวหนังวัว  เคี่ยวให้ข้นแล้วพอก หรือใช้เหง้าสดนำมาย่างไฟ  แล้วตำผสมน้ำมันมะพร้าวใช้ทา

            ไอเรื้อรัง ใช้น้ำผึ้งประมาณ  500  กรัม น้ำที่คั้นจากเหง้าสดประมาณ  1  ลิตร  นำมาผสมกันแล้วเคี่ยวในกระทะทองเหลืองจนน้ำระเหยไปหมด  แล้วจึงเอามาปั้นเป็นเม็ดเท่าลูกพุทราจีน  ใช้อมรับประทานครั้งละ  1   เม็ด  วันละ  3   ครั้ง

             ผมร่วงเริ่มหัวล้าน  ให้ใช้เหง้าสดมาผิงไฟให้อุ่น ตำพอกบริเวณที่ผมร่วงวันละ  2  ครั้ง  ราว 3  วัน  ถ้าเห็นว่าดีขึ้นอาจใช้พอกต่อไปสักระยะจนผมขึ้น

            จุกแน่นหน้าอก ให้ใช้เหง้าสด  500  กรัม คั้นเอาน้ำออกให้หมดเหลือแต่กากหมาด ๆ  ห่อผ้าผิงไฟให้อุ่น  นำมาประคบบริเวณที่ปวดจนยาเย็น นำลูกประคบนั้นไปจุ่มแช่น้ำขิงแล้วผิงไฟให้ร้อน  แล้วนำมาประคบอีกจนกว่าจะรู้สึกสบายดีขึ้น.