สิ่งแวดล้อม

Sunday, 27 December, 2009 - 00:00

" มทร.ศรีวิชัย ตรัง " ปลุกกระแสอนุรักษ์ปลาพะยูน

  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย  ตรัง  (มทร.ศรีวิชัย  ตรัง)  มีพื้นที่ตั้งอยู่ที่บ้านไม้ฝาด  อ.สิเกา  จ.ตรัง  ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม  พยายามรักษาสิ่งที่มีอยู่ให้คงทน  และสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นประโยชน์กับธรรมชาติขึ้นมาทดแทน  โดยเฉพาะการอนุรักษ์พะยูนและหญ้าทะเล  ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดถึงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติทางทะเล  และยังเป็นห้องเรียนที่มีคุณค่าที่สุดสำหรับนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการประมงอีกด้วย

    ล่าสุดทาง  มทร.ศรีวิชัย  ตรัง  เปิดเวทีประชุมนานาชาติระดมความคิดอนุรักษ์พะยูนและหญ้าทะเลขึ้น  โดย  รศ.ดร.สุวัจน์  ธัญรส  ผอ.การวิจัยและพัฒนา  มทร.ศรีวิชัย  ตรัง  กล่าวว่า   การจัดการประชุมนานาชาติ  เรื่อง  "พะยูนและระบบนิเวศหญ้าทะเล  ครั้งที่  1"   ได้มีตัวแทนจาก  9  ประเทศ  ได้แก่  มาเลเซีย  แคนาดา  ญี่ปุ่น  ออสเตรเลีย  อินเดีย  ฟิลิปปินส์  มาดากัสการ์  และไทย  เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น  และเป็นการสร้างเครือข่ายกับชาวต่างชาติที่มีความหวงแหนพะยูนและระบบนิเวศหญ้าทะเล  ต้องการอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งทะเล

      นอกจากนี้ยังมีเวทีภาคประชาชนหรือองค์กรภาคีประชาชน  เข้าร่วมฟังการเสวนาเป็นเวทีคู่ขนานซึ่งเปิดโอกาสให้แก่ประชาชนได้ร่วมพูดคุยในหัวข้อ  "การจัดการพะยูนและประมงในแนวหญ้าทะเลของชายฝั่งทะเล  ในการประชุมนอกจากจะมีตัวแทนจากประเทศต่างๆ  แล้ว  ยังมีประชาชนที่อยู่ติดชายฝั่ง  และนักศึกษาให้ความสนใจเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้  โดยได้แสดงความคิดเห็นถึงการจัดการประชุมนานาชาติครั้งนี้ไว้ว่า

     "ปลาพะยูนมีแนวโน้มที่จะสูญพันธ์ไปจากโลก  ซึ่งจังหวัดตรังได้รับการยอมรับจากนักวิชาการว่านับเป็นแหล่งที่มีหญ้าทะเลหนาแน่น  และอุดมสมบูรณ์มากที่สุดของประเทศ  ที่ผ่านมาทางจังหวัดตรังมีมาตรการเด็ดขาดให้หยุดการทำประมงชายฝั่งที่จะก่อให้เกิดการทำลายหญ้าทะเลโดยเด็ดขาด"  รศ.ดร.สุวัจน์กล่าว

     นายบู  นวลศรี  อายุ  74  ปี  ประธานชุมชนแหลมมะขาม  อ.สิเกา  จ.ตรัง  ปัจจุบันเป็นวิทยากรให้ความรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม  ซึ่งเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย  กล่าวว่า  รู้สึกดีที่มีการจัดประชุมครั้งนี้ขึ้น  สำหรับชาวชุมชนแหลมมะขามก็มีรณรงค์และอนุรักษ์พะยูนอยู่แล้วแต่บางครั้งวิธีการอาจจะแตกต่างกัน  แต่พอได้มาฟังการบรรยายจากวิทยากรในงานนี้แล้ว  ทำให้ทราบวิธีการที่แปลกใหม่มากยิ่งขึ้น  ซึ่งเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะได้นำความรู้ใหม่ๆ  ไปบอกกล่าวให้แก่ชาวบ้านในชุมชนแหลมมะขาม  อีกทั้งยังได้รับทราบแนวคิดใหม่ๆ  ในเรื่องการจัดการกับสิ่งแวดล้อม  แนวทางการจับสัตว์น้ำ  กฎหมายเกี่ยวกับการทำประมง  การจัดระเบียบสังคมในการอนุรักษ์พะยูนและหญ้าทะเลด้วย 

     นายราโชว์  ขาวชำนาญ  อายุ  22  ปี  นักศึกษาชั้นปีที่  3  สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล  กล่าวถึงการประชุมนานาชาติในครั้งนี้ว่า  ตนเองและเพื่อนๆ  ในสาขาได้มีส่วนร่วมในการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับพะยูนและหญ้าทะเล  รวมทั้งได้มีส่วนร่วมในการเผยแพร่ความรู้ต่างๆ  ให้แก่ผู้ที่เข้าร่วมชมนิทรรศการ  ซึ่งตนเองได้รับทราบแนวคิดใหม่ๆ  จากนักวิจัย  นักวิชาการในแนวทางเกี่ยวกับการอนุรักษ์หญ้าทะเลและพะยูน  รวมทั้งการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  และที่สำคัญยังได้เห็นถึงศักยภาพของนักวิจัยทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ  ถือได้ว่าการประชุมในครั้งนี้ได้ประสบการณ์ที่ดีมากๆ

     นางสาวธัญญรัตน์  พรหมแก้ว  อายุ  21  ปี  นักศึกษาชั้นปีที่  3  สาขาวิทยาศาสตร์ทางทะเล  กล่าวว่า  การประชุมครั้งนี้มีประโยชน์มาก  แต่มีระยะเวลาสั้นเกินไป  และคิดว่าถ้าเป็นไปได้ในการประชุมครั้งต่อไปควรที่จะเพิ่มวัน-เวลาให้มากขึ้น  และอีกอย่างควรจะให้องค์กรภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการประชุมมากกว่านี้ด้วย

     เวทีนี้คงเป็นจุดเริ่มต้นปลุกกระแสให้คนไทยและชาติอื่นๆ  หันมาสนใจเป็นปลาพะยูนมากขึ้นก่อนที่มันจะสูญพันธุ์ไปจากโลก.