อ่านเอาเรื่อง

Wednesday, 3 March, 2010 - 00:00

ใคร?

ใครโกงใคร ใครโยง ใครโกงชาติ

ใครสร้างบาด แผลพิษ ไทยติดหล่ม

ใครใส่สูท อวดศักดิ์ นักสร้างปม

สภาล่ม ล้มเหลว ใครเลวทราม

ใครถ่อยถอง รองเท้า เอาทูนหัว

ลูกหลานชั่ว เพราะใคร ใครมั่งถาม

อวดใส่สูท ศักดิ์ศรี ดีกรีงาม

ใครหื่นห่าม กามกล ใครคนใด

ใครโกงใคร ใครโยง โกงกินชาติ

บาปตามบาด ครอบครัว โหมชั่วใส่

ดับดีกรี ผีเข้า คนเผาไทย

ชาติยิ่งใหญ่ ด้วยเหตุผล ของคนดี

สมเจตน์ สายแก้ว

****************

กรรมติดจรวด

เรียน คุณสามวา สองศอก

ต้องยืนยันก่อนว่าเขียนมาก่อนวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553 เรื่องทักษิณทำอะไรระหว่างปี 2544-2549

เมื่อได้รับเลือกตั้งเข้ามาแล้ว ทักษิณได้ทำการอันไม่สมควร โดยใช้ตำแหน่งหน้าที่นายกรัฐมนตรีเอื้อประโยชน์ให้แก่ตนเอง เป็นการละเมิดความไว้วางใจของประชาชน ทรัพย์สินที่ได้มารวมทั้งหมดต้องคืนให้แก่รัฐ

ความข้อนี้บัญญัติไว้ในกฎหมายลูกรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2542 มาตรา 4 การยื่นให้ศาลฎีกาชี้ความผิดทางการเมือง ก่อนวันที่ 19 กันยายน 2549 เรื่องคงจบไปนานแล้ว

ทักษิณทำผิดรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ทั้งๆ ที่เป็นถึงนายกรัฐมนตรีแห่งประเทศไทย ยังมีหน้าจะไปฟ้องศาลโลกอีก พิลึกจริงคนคนนี้

สูง สีชม

ตอบ คุณสูง สีชม

ไม่ได้มีเฉพาะคดียึดทรัพย์ทักษิณ ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้อ่านไปเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ยังมีอีกหลายคดีที่ทักษิณและผู้เกี่ยวข้องต้องถูกดำเนินคดี เพราะความผิดได้ปรากฏชัดแจ้งแล้ว ศาลโลกก็คงจะช่วยอะไรไม่ได้

******************

สิ้นแล้วเสียง"ท่านเปา"

เรียน คุณสามวา สองศอก

คุณกำธร สุวรรณปิยะศิริ นักแสดงอาวุโสที่เสียชีวิตเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ อยากทราบถึงสาเหตุการตายที่แท้จริง เพราะติดตามจากข่าวทีวีและหนังสือพิมพ์ ต่างก็รายงานกันไปคนละทิศคนละทาง หวังว่าคุณคงจะหาคำตอบในเรื่องนี้ได้

แฟนท่านเปา

ตอบ แฟนท่านเปา

วันที่ไปร่วมงานรดน้ำศพ ผมได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาตัวของคุณกำธรโดยสังเขป ก่อนที่จะเสียชีวิตเมื่อวันเสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ เป็นข้อมูลที่คุณนันทวัน สุวรรณปิยะศิริ ภรรยา ทำแจกผู้สื่อข่าวและญาติมิตรที่ไปร่วมงาน...

คุณกำธร สุวรรณปิยะศิริ เกิดวันเสาร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ.2478 ที่จังหวัดพังงา เป็นบุตรชายคนเดียวของนายแพทย์พร และคุณแม่ถม สุวรรณปิยะศิริ สมรสกับคุณนันทวัน เมฆใหญ่ สุวรรณปิยะศิริ มีบุตรชาย 1 คนคือ นายแพทย์ชลธวัช สุวรรณปิยะศิริ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนัง

คุณกำธรมีโรคประจำตัวคือความดันและเบาหวาน ได้รับการดูแลรักษาจากคณะแพทย์จากโรงพยาบาลสมิติเวช และคลินิกแพทย์สุขุมวิทตลอดมาเป็นระยะเวลากว่า 20 ปี

ประมาณปลายปี 2552 แพทย์ลงความเห็นว่า ควรได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ด้านโรคไต เพราะมีอาการโลหิตจาง อ่อนเพลีย และขี้หนาว

คุณกำธรจึงได้ไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางโรคไต ที่โรงพยาบาลเทพธารินทร์ เริ่มต้นแพทย์จะดูแลอาการโลหิตจางอันเนื่องมาจากไตวายเรื้อรัง แต่ในช่วงนั้นมีงานเพลงบนเวทีที่รับผิดชอบอยู่ 2 วัน และต้องไปพักผ่อนช่วงปีใหม่ที่หัวหินเช่นที่เคยทำทุกปี จึงไม่สะดวกในการไปพบแพทย์ตามที่แพทย์ต้องการ ซึ่งแพทย์แนะนำว่าวันที่กลับจากหัวหินให้เข้ามาให้เลือดที่เทพธารินทร์

วันอาทิตย์ที่ 3 มกราคม พ.ศ.2553 คุณกำธรกลับจากหัวหินมีอาการซีดและอ่อนเพลียมาก มือเท้าบวมไม่สามารถให้เลือดได้ เพราะมีอาการบวมน้ำ ถ้าให้เลือดจะมีอันตรายและหอบได้

จึงต้องไปที่โรงพยาบาลเทพธารินทร์ โดยแพทย์ให้ยาเพื่อขับปัสสาวะทางเส้นเลือด แต่ผลที่ได้รับไม่เป็นที่พอใจ แพทย์จึงตัดสินใจผ่าตัดใส่ท่อที่หัวไหล่ฉุกเฉิน เพื่อทำการฟอกเลือดเอาของเสียออก มิฉะนั้นจะอันตรายจากน้ำท่วมปอด

คุณกำธรพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเทพธารินทร์เป็นเวลา 5 วัน แต่ยังคงไปฟอกเลือดที่นั่นจนครบ 5 ครั้ง จากนั้นย้ายไปฟอกเลือดทุกวันจันทร์และศุกร์ สัปดาห์ละ 2 ครั้งที่โรงพยาบาลวิภาราม ร่างกายแข็งแรงขึ้นสามารถไปทำงาน พากย์ภาพยนตร์ที่สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีช่อง 3 ได้ตามปกติ จากนั้นมีอุปสรรคที่เพิ่มขึ้นคือ มีอาการไอในเวลาปกติและเวลาฟอกเลือด

คุณกำธรเป็นคนที่รักษาตัวเองเป็นอย่างดี และพิถีพิถันในเรื่องของความสะอาด และอาหารการกินเป็นอย่างยิ่ง เลี่ยงที่จะรับประทานอาหารที่เสี่ยงต่อการเสาะท้อง โดยเฉพาะวันที่ต้องไปทำงาน ดังนั้นเมื่อรับประทานอะไรที่ไม่สะอาด ระบบท้องจะมีปัญหาเพราะมีภูมิต้านทานต่ำ

ประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ คุณกำธรมีอาการท้องเสียต่อเนื่องหลายวัน แพทย์ได้ให้รับประทานยาฆ่าเชื้อ คุณกำธรก็เคร่งครัดในการกินยา แต่การขับถ่ายก็ยังผิดปกติอยู่ เบื่ออาหาร อ่อนเพลียจนเห็นได้ชัด จึงตัดสินใจเข้าโรงพยาบาลวิภาราม แพทย์รับตัวไว้รักษาทันที

ทราบภายหลังว่าต้องให้ยาทุกชนิดเพื่อฆ่าเชื้อ ต้องเอกซเรย์หลายครั้ง ต้องฉีดสีทำซีทีสแกนซึ่งอันตรายต่อสภาพไตวาย จำเป็นต้องฟอกเลือดทันทีเมื่อทำซีทีสแกนเสร็จ

คุณกำธรมีอาการเบื่อหน่ายที่ต้องนอนในห้องไอซียูมีสายสารพัด จะพูดก็ไม่สะดวก ต้องพยายามจับปากกาเขียนข้อความที่อยากพูดลงบนกระดาษ

อาการคุณกำธรไม่กระเตื้องขึ้นจนเป็นที่น่าพอใจของแพทย์ เนื่องจากความดันไม่คงที่ แพทย์ลงความเห็นว่าเมื่อให้ยาหลายชนิดแล้ว แต่ก็ยังมีข้อสงสัยว่าในช่องท้องอาจมีสิ่งผิดปกติ จึงตัดสินใจผ่าตัดหน้าท้อง ปรากฏว่าไม่มีสิ่งผิดปกติที่ทุกคนวิตก คือไม่มีหนอง ไม่มีฝี ไม่มีเชื้อมะเร็ง

หลังจากฟื้นจากการผ่าตัด คือวันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ แพทย์ทางโลหิตวิทยาแจ้งว่าเกล็ดเลือดต่ำมาก ความเข้มข้นของเลือดที่อยากให้สูงจะได้ไม่ซีดกลับสูงเกินไป ทำให้เลือดข้นหนืด จึงขอเจาะไขกระดูก

หลังจากการฟอกเลือดอีกครั้งแล้ว ได้ย้ายคุณกำธรจากไอซียูโรงพยาบาลวิภาราม ไปรักษาตัวต่อที่ไอซียูอายุรกรรม ที่โรงพยาบาลราชวิถี ได้รับความกรุณาจากโรงพยาบาลทั้งสองแห่งเป็นอย่างดี

วันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์อาการไม่ดีขึ้น ความดันตกบ่อยๆ หัวใจเริ่มทำงานไม่ดี คนไข้เริ่มไม่รู้สึกตัว แพทย์ต้องช่วยปั๊มหัวใจถึง 3 ครั้ง ช่วยใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจให้ แพทย์-พยาบาลทุกคนทุกแขนงช่วยกันอย่างเต็มความสามารถ

นายแพทย์ชลธวัชซึ่งเป็นบุตรชาย และคุณนันทวันภรรยาของคนไข้ ตัดสินใจไม่มีการปั๊มหัวใจอีก

วันเสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ เวลา 13.43 น. คุณกำธรจากไปอย่างสงบด้วยภาวะติดเชื้อในกระแสโลหิต ท่ามกลางญาติมิตรและผู้ที่รักใคร่มากมาย

คุณกำธรคงทำบุญมาดีหมดเวรกรรมทุกอย่าง เพราะจากไปในวันเสาร์อันเป็นวันเกิดประจำตัว และวันรุ่งขึ้นเป็นวันมาฆบูชาที่พุทธศาสนิกชนชาวไทยร่วมบำเพ็ญกุศลโดยทั่วหน้า

สิ่งที่คุณนันทวันอยากเรียนว่า คุณกำธรคือข้อคิดสำหรับผู้สูงอายุ ว่าถ้าท้องระบายผิดปกติจนอ่อนเพลีย ต้องรีบพบแพทย์ภายใน 1-2 วัน โดยเฉพาะผู้ที่ฟอกเลือดอยู่แล้ว สิ่งผิดปกติของทางเดินอาหารเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงอันตรายที่ควรระวัง

ภรรยา บุตร และญาติ กำหนดวันเริ่มบำเพ็ญกุศลในวันจันทร์ที่ 1 มีนาคม 2553 รดน้ำศพเวลา 16.00 น.เป็นต้นไป 17.00 น.พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และสวดพระอภิธรรมเป็นวันแรก เวลา 19.00 น.

วันศุกร์ที่ 5 มีนาคม ทำบุญครบ 7 วัน

วันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม สวดพระอภิธรรมและบรรจุศพ

ทำบุญครั้งต่อไปเมื่อครบ 50 วันและ 100 วัน จากนั้นจะพระราชทานเพลิงศพเมื่อครบ 1 ปีโดยประมาณ

ขอขอบพระคุณคณะแพทย์และพยาบาล ตลอดจนเจ้าหน้าที่ทุกคนของโรงพยาบาลเทพธารินทร์ โรงพยาบาลวิภารามและโรงพยาบาลราชวิถี ที่กรุณาทุ่มเทกำลังใจและมันสมอง ทำการรักษาคุณกำธรอย่างเต็มความสามารถ คุณกำธรคงรับรู้และขอบคุณทุกท่านแน่นอน...

ศพคุณกำธร สุวรรณปิยะศิริ ยังคงตั้งบำเพ็ญกุศลที่ศาลา 4 วัดมกุฏกษัตริยาราม จนถึงวันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม จึงจะบรรจุศพไว้ 1 ปีรอวันพระราชทานเพลิงศพ

สามวา สองศอก