ศิลปวัฒนธรรม

Friday, 5 March, 2010 - 00:00

เยือนหมู่บ้าน'หมอนขิด' ภูมิปัญญาสู่ชุมชนเข้มแข็ง

จากตัวเมืองยโสธรไปตามทางหลวงหมายเลข 202 ประมาณ 20 กิโลเมตร มีทางแยกขวาเข้าอำเภอป่าติ้ว ไปต่ออีกประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของบ้านศรีฐาน หมู่บ้านเล็กๆ ซึ่งเป็นชุมชนที่มีอายุยาวนานกว่าร้อยปี มีการสั่งสมภูมิปัญญาความรู้ในด้านการทอผ้าขิดและทำหมอนขิดเป็นมรดกตกทอดสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน

ในอดีตชาวบ้านนิยมนำผ้าขิดมาใช้งานในชีวิตประจำวัน เป็นเครื่องนุ่งห่ม ของฝาก จนผ้าขิดกลายเป็นเอกลักษณ์ท้องถิ่นของบ้านศรีฐาน ด้วยความช่างสังเกตของคุณตาท่านหนึ่งที่ไปเห็นหมอนอิงสามเหลี่ยมสำหรับพระ ซึ่งเป็นงานฝีมือที่ทำด้วยความประณีต รูปแบบก็มีลักษณะที่สวยงาม จึงทดลองนำผ้าขิดไปทำหมอนสามเหลี่ยม จนได้หมอนสามเหลี่ยม หรือ "หมอนขิด" ที่เรียกกัน สามารถใช้ในชีวิต ใช้เป็นของฝากผู้ที่เคารพ และเหมาะอย่างยิ่งที่จะนำไปทำบุญ ถวายพระ ในเทศกาลงานบุญต่างๆ ซึ่งทำให้บ้านศรีฐานกลายเป็นหมู่บ้านทำหมอนขิด เพราะหมอนขิดอยู่คู่กับชุมชนมาตลอด ชาวบ้านกว่าพันครัวเรือนทำหมอนขิดเพื่อจำหน่าย

ภูมิปัญญาจากบรรพบุรุษนั้นยังได้รับการสืบทอดยาวนาน กลุ่มสตรีพัฒนาหมอนขิดบ้านศรีฐาน หมู่ที่ 4 ซึ่งอนุรักษ์การทำหมอนขิดสืบต่อจนถึงปัจจุบัน ต่อมาภายหลังได้คิดเพิ่มพูนรูปแบบ สีสัน และคุณภาพลงบนหมอนขิด ด้วยการนำนุ่นที่ปลูกอยู่ในท้องถิ่นมาเป็นวัตถุดิบในการยัดหมอนแทนฟาง และออกแบบรูปทรงขึ้นมาใหม่ จากดั้งเดิมที่เป็นหมอนสามเหลี่ยม จนได้หมอนขิดรูปกระดูก หมอนขิดรูปมะละกอ หมอนขิตรูปมะเขือ แล้วยังมีหมอนขวาน, เบาะรองนั่ง, หมอนหนุน พร้อมกับคิดลวดลายประยุกต์จากลายดั้งเดิมจนได้หมอนขิดสีสันและลวดลายสวยงาม

"หมอนขิดอยู่กับชาวศรีฐานนี้มานาน เป็นของใช้ของชุมชน ในครัวเรือนมีกันทุกบ้าน ใช้พิงบ้าง หนุนบ้าง เดิมเป็นหมอนสี่เหลี่ยม มี 9 ช่อง แล้วชาวบ้านก็ยังนำหมอนไปถวายพระในงานประเพณี งานบุญ แล้วก็งานแต่ง เครื่องขิดเป็นจารีตประเพณี ผ้าขิดก็ทอกันเอง ลายดั้งเดิมเป็นลายข้าวหลามตัด ลายกาบ ลายช้าง โบราณใช้ฟางข้าวทำเป็นแกนหมอน ตาเป็นคนบอกให้ยายลองทำหมอนสามเหลี่ยม ก็ทำใต้ถุนบ้าน ผู้หญิงในหมู่บ้านมาเห็นก็ชอบ ก็สอนกันทำ หมอนสามเหลี่ยมใบแรกที่ยายทำมี 10 ช่อง เขาเคยทำขนาดใหญ่ถึง 9 ชั้น 45 ช่อง" คุณตาสำริด จันทร์เหลือง ผู้ริเริ่มการทำหมอนขิดในบ้านศรีฐาน เล่าให้ฟัง

การทำหมอนขิดเริ่มจากนำผ้าขิดมาตัดตามขนาดของหมอน แล้วเย็บตามแบบที่ออกแบบไว้ จากนั้นยัดนุ่น โดยสินค้าเกือบทั้งหมดจะถูกส่งมาจำหน่ายรวมกันที่บ้านประธานกลุ่ม และประธานกลุ่มจะมีหน้าที่จัดจำหน่ายหรือเป็นฝ่ายการตลาดให้ โดยชาวบ้านจะรับหน้าที่ในการผลิตตามแบบเท่านั้น ทั้งนี้ ปัจจุบันการผลิตจะถูกแบ่งหน้าที่กันไปตามความถนัดของแต่ละคน เช่น แผนกเย็บ แผนกยัดนุ่น ในส่วนของการยัดนุ่นมีการพัฒนาเครื่องจักรเข้ามาช่วย เพื่อป้องกันปัญหาโรคภูมิแพ้ที่จะเกิดกับชาวบ้าน

ส่วนการออกแบบจะดูความต้องการของลูกค้าส่วนหนึ่ง และอนุรักษ์แบบดั้งเดิมที่เป็นภูมิปัญญาของชาวบ้าน รวมทั้งออกแบบลวดลายขึ้นมาใหม่ โดยสมาชิกภายในกลุ่มจะช่วยกันคิด เช่น ลายขิดสน และลายกาบประยุกต์ ส่วนของผ้าที่นำมาทำหมอนขิด ในอดีตชาวบ้านศรีฐานจะใช้ผ้าฝ้ายที่พวกเขาทอขึ้นมาเอง แต่ปัจจุบันจากการที่มีลูกค้าสั่งซื้อสินค้าเข้ามามาก ส่งผลให้ชาวบ้านไม่สามารถทอผ้าได้ทันกับความต้องการ จึงจำเป็นจะต้องใช้ผ้าฝ้ายที่ทอจากโรงงาน

อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้บ้านศรีฐานก็ยังมีการทอผ้าขิดด้วยกี่พื้นเมือง โดยผ้าขิดที่นำมาใช้ทำหมอนขิด ซึ่งราคาสูงกว่าผ้าทอโรงงาน เพราะเป็นงานหัตถกรรมที่มีความละเอียดและประณีต นอกจากผลิตขายในบ้านเราแล้ว หมอนขิดของชุมชนแห่งนี้ยังได้รับความนิยมในต่างแดน ปัจจุบันทางกลุ่มผลิตสินค้าส่งออกไปเป็นประเทศในแถบยุโรป สหรัฐอเมริกา และในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน ช่วยสร้างรายได้ให้ชาวบ้านเป็นอย่างดี

หากมีโอกาสไปเที่ยวบ้านศรีฐาน แวะไปชมการหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงในเรื่องการทำหมอนขิดที่งดงามกันได้ และอย่าพลาดที่จะจับจ่ายหมอนขิดติดมือกลับไปบ้าง กลุ่มสตรีพัฒนาหมอนขิดบ้านศรีฐาน ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 บ้านศรีฐาน ตำบลศรีฐาน อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร 35150.