"หญิงอ้อ" หอบลูกแผ่นไปฮ่องกงแล้ว ฮือฮาแดงฮาร์ดคอร์ย่องเข้าเพื่อไทย "ยุทธ ตู้เย็น" หารือหัวหน้าแท็กซี่ "ชินวัฒน์" เผยได้รับคำสั่งดาบคืนสนอง ควบอีแต๋น 6 สูบมุ่งหน้าผ่านฟ้า 14 มีนาคมวันจบ แต่ที่ประชุม ส.ส.อีสานเพื่อไทยซัดกันนัว โวยลั่นเงินไม่มาม็อบไม่เดิน ขอค่าน้ำมัน 30 ล้าน แต่ได้แค่คนละ 10 ล้าน "ทักษิณ" โฟนอิน กลับมาตัวเป็นๆ ไม่ใช่เถ้ากระดูกแบบ "ปรีดี"
ที่พรรคเพื่อไทยเมื่อวันอังคาร อีกไม่ถึงสัปดาห์ก่อนที่ม็อบเสื้อแดงจะชุมนุมใหญ่หลายจุดใน กทม. บรรยากาศคึกคักกว่าทุกวัน เพราะบรรดาแกนนำเสื้อแดงและ ส.ส.พรรคเพื่อไทยสายฮาร์ดคอร์ ต่างพากันเดินทางมายังที่ทำการพรรค
เช่น นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร เจ้าของฉายา "ยุทธ ตู้เย็น" ซึ่งรู้กันดีว่าเป็นแกนนำพรรคสายวางแผนเคลื่อนไหวการเมืองนอกรัฐสภาให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ปรึกษาเศรษฐกิจรัฐบาลกัมพูชา โดยที่ผ่านมานายยงยุทธไม่เคยมาปรากฏตัว ณ ที่ทำการพรรคเลยเป็นเวลานานร่วมปี รวมถึงนายชินวัฒน์ หาบุญพาด แกนนำเสื้อแดงสายแท็กซี่เสื้อแดง
นายชินวัฒน์ให้สัมภาษณ์ว่า การชุมนุมเสื้อแดงครั้งนี้เป้าหมายคือต้องชนะสถานเดียวเท่านั้น 3 วันต้องจบ แต่หากเป็นไปได้วันเดียวก็ต้องม้วนเดียวจบ ล้มให้ได้ เบื้องต้นได้รับคำยืนยันจากแท็กซี่เสื้อแดงในกรุงเทพฯ และปริมณฑลว่าจะมาร่วมชุมนุมไม่น้อยกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ แม้จะโดนเจ้าของอู่ไม่ยอมให้แท็กซี่เสื้อแดงเช่ารถในช่วง 12-14 มีนาคมนี้ก็ตาม
และขณะนี้ได้รับคำยืนยันจากแกนนำเสื้อแดงอุตรดิตถ์แล้วว่าอีก 2 วันจะนำรถอีแต๋น 6 สูบ ซึ่งเป็นอีแต๋นขนาดใหญ่สำหรับขนส่งสินค้าเกษตร จำนวน 1,000 คัน ขับเข้ากรุงเทพมหานครมุ่งหน้าสู่สะพานผ่านฟ้าฯ ให้ได้ แม้ว่าจะโดนสกัดกั้นก็จะไม่ยอม หากโดนขวางก็จะจอดรถไม่ยอมให้จับหรือยึดรถเด็ดขาด
"การชุมนุมในวันที่ 12 มีนาคม ผมเป็นแกนนำในการชุมนุมในจุดที่หลักสี่ ซึ่งในงานจะมีการนิมนต์พระมา 4 รูป สวดอภิธรรมให้กับผู้ที่ไม่เป็นธรรม สองมาตรฐาน ต่อจากนั้นจะมีพิธีทางพราหมณ์ สวดโองการแช่น้ำสาปแช่งผู้ไม่เป็นธรรม ให้ประชาชนจุดธูปคนละดอกปักในแผ่นดินไว้อาลัยความไม่เป็นธรรมในแผ่นดิน และอ่านกลอนศรีปราชญ์ ดาบนี้คืนสนอง จากนั้นประชาชนก็แยกย้ายกันกลับเพื่อเก็บข้าวเก็บของเพื่อมาเจอกันอีกครั้ง 14 มีนาคม แต่คนที่พร้อมก็จะมุ่งหน้าไปที่สะพานผ่านฟ้าฯ เพื่อชุมนุมใหญ่วันเดียวจบ" แกนนำ นปช.ระบุ
ด้านนายนิสิต สินธุไพร แกนนำ นปช. ในฐานะที่เป็นผู้ประสานงานเครือข่ายคนเสื้อแดงภาคอีสาน กล่าวว่า ขณะนี้ได้ประชุมร่วมกับคนเสื้อแดงภาคอีสาน 19 จังหวัด 120 กลุ่ม ถึงแนวทางการเคลื่อนพลเข้าสู่ กทม.ในวันชุมนุมใหญ่ ซึ่งจะมีมวลชนไม่ต่ำกว่า 1 แสนคน เคลื่อนขบวนแยกย่อยเป็น 6 กลุ่ม ไปตาม 4 เส้นทาง โดยทุกสายจะต้องผ่านมาที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา โดยยานพาหนะจะมีหลากหลายชนิด ซึ่งชาวบ้านหามาเองเท่าที่จะหามาได้ ไม่ว่าจะเป็น รถอีแต๋น อีต๊อก มอเตอร์ไซค์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ว่าทุกคนพร้อมใจกันมา อยากที่จะมา และมาด้วยใจ ไม่ต้องให้ใครจ้าง บางกลุ่มก็ได้รับบริจาคเสบียงทั้งข้าวสาร อาหารแห้ง มาอย่างเต็มที่
กรณีที่รัฐบาลพยายามใช้มาตรการสกัดการเดินทางของคนเสื้อแดงจากต่างจังหวัดนั้น ถือเป็นเรื่องไม่สมควรทำ น่าจะส่งเสริมให้ประชาชนเข้ามาชุมนุมตามระบอบประชาธิปไตยอย่างสันติมากกว่า และรัฐบาลคิดหรือว่าจะสกัดได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจแค่หยิบมือเดียวจะรับมือผู้ชุมนุมเป็นหมื่นเป็นแสนได้หรือ นอกจากนั้นรัฐบาลไม่ควรใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเข้ามาควบคุม เพราะเสมือนหนึ่งเป็นรัฐบาลทรราช ใช้อำนาจจัดการคนอื่นตามใจชอบ
แกนนำ นปช.ยืนยันว่า คนเสื้อแดงมีจุดยืนชัดเจน ผ่านการอบรมหลักสูตรโรงเรียนมาแล้ว ใช้สันติวิธี ไม่ใช้ความรุนแรง โดยหากพบว่าบุคคลใดหรือกลุ่มใดมีพฤติกรรมรุนแรง ก็จะจับส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที ซึ่งเชื่อว่าไม่ใช่เครือข่ายคนเสื้อแดง แต่เป็นมือที่สามแน่นอน สำหรับเป้าหมายของคนเสื้อแดงในการชุมนุมครั้งนี้จะอยู่จนรัฐบาลยุบสภา ขอย้ำว่าคนเสื้อแดงมีความมุ่งมั่นตั้งใจต่อการชุมนุมครั้งนี้อย่างมากว่าจะได้รับชัยชนะ
แหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทยที่มีความใกล้ชิดกับคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ แจ้งว่า เมื่อวันที่ 8 มีนาคม คุณหญิงพจมาน, นายพานทองแท้, น.ส.พินทองทา, น.ส.แพทองธาร ชินวัตร บุตร ออกเดินทางไปเกาะฮ่องกงแล้ว คาดว่าน่าจะใช้เวลาพักอยู่นานนับสัปดาห์ การเดินทางครั้งนี้ค่อนข้างฉุกละหุก ทำให้กำหนดการที่คุณหญิงพจมานนัดพบกับคณะบุคคลต่างๆ ถูกยกเลิกออกไปอย่างกะทันหัน
มีรายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยว่า นายพายัพ ชินวัตร น้องชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ในฐานะประธาน ส.ส.ภาคอีสาน ร่วมหารือกับ ส.ส.อีสานและแกนนำคนเสื้อแดงสายอีสาน ช่วงหนึ่งได้หารือเตรียมความพร้อมการชุมนุมใหญ่คนเสื้อแดงวันที่ 14 มีนาคม โดย ส.ส.แต่ละคนได้รายงานความเคลื่อนไหวให้ที่ประชุมทราบ ส่วนใหญ่บอกว่ามีความพร้อมอย่างเต็มที่ แต่ปัญหาตอนนี้คือเงินสนับสนุนค่าใช้จ่าย ที่ต้องอยู่ชุมนุมอย่างน้อย 3 วัน พร้อมกับขอเงินสนับสนุนนายพายัพจำนวน 30 ล้านบาท ทำให้นายพายัพถึงกับตกใจและสอบถามว่าจะเอาไปทำอะไร
นายนิสิต สินธุไพร หนึ่งในแกนนำคนเสื้อแดงสายอีสาน บอกว่า จะใช้เป็นค่าน้ำมันในการขนคน ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าอาหาร ค่าอำนวยความสะดวก เพราะแต่ละจังหวัดมีค่าน้ำมันแตกต่างกัน เช่น อีสานตอนบน ค่าน้ำมันไป-กลับอยู่ที่ 6,000 บาท แต่ถ้า จ.นครราชสีมา สกลนคร เดินทางมาไม่ไกลมากนัก ค่าน้ำมันไป-กลับต่อคันอยู่ประมาณ 3-4 พันบาท
ขณะที่แกนนำระดับนายทุน ตกลงจะช่วยเหลือเพียง 2,000 บาท ส่วนนายพายัพกล่าวเสริมว่า ขอให้ ส.ส.สำรองจ่าย เหมือนเป็นการวัดใจแล้วกัน สำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้า ทำให้แกนนำเสื้อแดงสายอีสานไม่พอใจ พร้อมบอกว่าจะมาเหมาจ่ายไม่ได้ ค่าใช้จ่ายไม่ได้มีแค่ค่าน้ำมัน แต่มีทั้งค่าอาหารและค่ายา นายพายัพยังสอบถามถึงเงินกองกลางของคนเสื้อแดงว่าหายไปไหน เหตุใดไม่นำมาใช้จ่ายในศึกครั้งนี้
จากนั้นนายพายัพได้ลุกออกจากห้องประชุมชั่วคราว ต่อมามีเจ้าหน้าที่พรรคคนหนึ่งเดินเข้ามาแจ้งว่า พร้อมสนับสนุนให้ 10 ล้านบาท ภายหลังการประชุม ส.ส.อีสาน และแกนนำผู้ประสานงานคนเสื้อแดงไม่พอใจ พร้อมกับบ่นอุบถึงสงครามรอบใหม่อาจพ่ายแพ้อีกเหมือนเดิม
มีรายงานอีกว่า พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย, พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี สมาชิกพรรคเพื่อไทย, พล.ต.ขัตติยะ ที่เคยบาดหมางกับนายจตุพรเรื่องแนวทางการเคลื่อนไหว ต่างปฏิเสธให้การสนับสนุนคนเสื้อแดงเช่นกัน
ส่วนในที่ประชุม ส.ส.พรรคเพื่อไทย มีการประชุม ส.ส. โดยมี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส. ทำหน้าที่เป็นประธาน ในช่วงท้ายการประชุม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ได้วิดีโอลิงค์เข้ามาพูดคุยกับ ส.ส.ประมาณ 10 นาที
มีใจความว่า ขอขอบคุณ ส.ส.ทุกคนที่ให้กำลังใจและสนับสนุนคนเสื้อแดง โดยจะขอต่อสู้ต่อไป ไม่หนีไปไหน บางคนชอบกระทำคนอื่นเขาเรียกว่าซาดิสต์ แต่ตนถูกกระทำตลอด จนชินเสียแล้ว จะขอสู้ต่อไป ไม่หนีไปไหน ยิ่งโดนก็ต้องสู้
"หากไม่สู้จะเหมือนผู้นำที่เป็นกบฏหลายคนที่ไปเสียชีวิตนอกประเทศ กลับเข้ามาได้แค่เถ้ากระดูกเหมือนนายปรีดี พนมยงค์ ดังนั้นต้องต่อสู้".








