Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

บุกราบ11เช็กบิล 'ทักษิณ'ใส่ข้อมูลเท็จสั่งรบ!แดงรับลูกฉิบหายกันไปข้าง


เสื้อแดงเร่งปิดเกม ยื่นเงื่อนไข "มาร์ค" ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ขีดเส้นตายถึงเที่ยงวันจันทร์นี้ ก่อนเคลื่อนพลบุกราบ 11 ทันที "จตุพร" โวลั่นเช็กบิล ให้ฉิบหายกันไปข้าง เผยไปแล้วจะไม่กลับผ่านฟ้าฯ มือเปล่า ขณะที่นายกฯ ย้ำไม่ยุบ ชี้เป้าแดงไม่ได้อยู่แค่นี้ แต่หวังล่วงล้ำสถาบัน "เทือก" สั่งปกป้องราบ 11 เต็มความสามารถ "ป๊อก" เพิ่มกองทัพสมทบอีก 14 กองร้อย "พล.ท.ดาว์พงษ์" แฉในม็อบมีกลุ่มรักความรุนแรงหวังยั่วทหารให้ปราบ! ระบุหากปล่อยให้เข้าไปเรื่องใหญ่แน่

ตลอดทั้งวันอาทิตย์ กลุ่มคนเสื้อแดงทยอยเดินทางเข้าสมทบการชุมนุมใหญ่ที่ถนนราชดำเนิน ทั้งทางรถและทางเรือ โดยตั้งแต่บริเวณเวทีใหญ่ สะพานผ่านฟ้าฯ จนถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มีผู้ชุมนุมอยู่เต็มพื้นที่ แต่ถัดจากนั้นไปจนถึงหน้ากองสลากผู้ชุมนุมมีเพียงประปราย ขณะที่ฝั่งลานพระบรมรูปทรงม้า มีผู้ชุมนุมค่อนข้างหน้าตาถึงแค่บริเวณหน้ากระทรวงเกษตรฯ เท่านั้น

ช่วงเช้า นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นายจตุพร พรหมพันธุ์, นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำเสื้อแดง ได้ร่วมกันแถลงข่าว โดยนายณัฐวุฒิกล่าวว่า จากการประเมินการชุมนุมในคืนวันที่ 13 มีนาคม เป็นไปอย่างน่าพอใจ คาดว่ามีมากกว่า 3 แสนคนแล้ว เพราะมีประชาชนเข้ามาสมทบไม่ขาดสาย ส่วนเหตุการณ์ที่มีชายฉกรรจ์เข้ามาป่วนการชุมนุมในช่วงดึกนั้น เชื่อว่าน่าจะเป็นเพียงการสร้างสถานการณ์เท่านั้น มั่นใจว่าการ์ดของคนเสื้อแดงทั้ง 5,000 คนจะสามารถรับมือได้

"แผนต่อไปของคนเสื้อแดงคือ จะรอฟังท่าทีของรัฐบาลว่าจะยุบสภาหรือไม่ ซึ่งหากรัฐบาลเพิกเฉย พรุ่งนี้ยืนยันว่าจะมีการเคลื่อนพลแน่ ส่วนจะไปที่ใดจะประกาศในเย็นนี้อีกครั้ง"

นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ส่วนกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ไม่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้วนั้น ตนเชื่อว่าความจริงมีการเตรียมการไว้แล้ว แต่ถือว่าถูกต้องที่ไม่ประกาศใช้เวลานี้ เนื่องจากยังไม่มีความรุนแรง แต่ถ้ารัฐบาลประกาศใช้ ก็คงจะมีการสร้างสถานการณ์ขึ้นมาเอง ดังนั้นขอเรียกร้องรัฐบาล อย่าใช้อำนาจรัฐขัดขวางการเดินทางมาชุมนุมของประชาชน

นายจตุพรกล่าวว่า มีรายงานข่าวว่า พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ขณะนี้พักอยู่ที่กองพันทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ โดย พล.อ.เปรมพักอยู่ในบ้านพักทหารธรรมดาเพื่อแฝงตัว ส่วนกรณีที่มีการจับอาวุธเอ็ม 79 จำนวนมากในช่วงนี้ เชื่อว่าไม่ใช่เรื่องปกติ แต่มีการจัดฉากเพื่อสร้างความหวาดกลัวให้ประชาชนไม่กล้าเดินทางมาชุมนุม

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีการเสนอให้แก้รัฐธรรมนูญใน 3 ประเด็นแล้วค่อยยุบสภา คนเสื้อแดงจะยอมหรือไม่ นายณัฐวุฒิกล่าวว่า คนเสื้อแดงคงไม่ยอม เพราะการแก้รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของความไม่จริงใจ และร่างของหมอเหวงก็ค้างอยู่ในวาระการพิจารณาของสภามานานแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการพิจารณา รวมทั้งตนเชื่อว่าการแก้รัฐธรรมนูญไม่ใช่ทางออกของปัญหา

ส่วนกรณีที่นายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำคนเสื้อแดง ออกมาเสนอแนะให้มีการทำสัตยาบันให้มีการยุบสภาเลือกตั้งใหม่นั้น นายณัฐวุฒิบอกว่า เป็นเพียงข้อเสนอของนายก่อแก้วเท่านั้น ไม่ใช่มติของแกนนำคนเสื้อแดงแต่อย่างใด ดังนั้นหากจะมีมติอย่างไร ต้องมีการหารือของแกนนำอีกครั้งสำหรับกรณีที่รัฐบาลประกาศว่าจะเจรจากับ 5 กลุ่มฮาร์ดคอร์ของคนเสื้อแดงนั้น กลุ่มคนเสื้อแดงชุมนุมอย่างสันติ ไม่มีกลุ่มฮาร์ดคอร์แต่อย่างใด

"กี้"รับฮาร์ดคอร์แดง90%

อย่างไรก็ตาม นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ยอมรับว่ากลุ่มฮาร์ดคอร์เสื้อแดงมีอยู่เป็นจำนวนมาก หากเทียบเป็นประชาชนที่เข้าร่วมการชุมนุม 1 ล้านคน ก็จะมีกลุ่มดังกล่าว 9 แสนคน เพราะกลุ่มดังกล่าวพร้อมต่อสู้ ดังนั้นรัฐบาลอย่าใช้ความรุนแรง แต่หากการชุมนุมเกิดความรุนแรงจริง โดยเฉพาะหากมีคำสั่งสลายการชุมนุม แกนนำจะสั่งให้กลุ่มฮาร์ดคอร์นอนราบกับพื้น รวมทั้งไม่ให้มีการตอบโต้ใดๆ และให้ทหาร ตำรวจ มาจับกุมตัวไปทีละคน

จากนั้น นายจตุพรพร้อมด้วย ส.ส.พรรคเพื่อไทยจำนวนหนึ่งได้ปราศรัยบนเวที โดยนายจตุพรยืนยันว่า การชุมนุมของคนเสื้อแดงเป็นสิทธิ์ที่ทำได้ตามรัฐธรรมนูญ หากประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเมื่อใด ตนก็ยืนยันว่าจะชุมนุมต่อ เพราะถนนราชดำเนินคือบ้าน คงหนีออกจากบ้านไม่ได้ รวมทั้งจะบุกไปในที่ที่นายอภิสิทธิ์อยู่ทันที

ช่วงเที่ยง นายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำคนเสื้อแดง ได้ขึ้นเวทีปราศรัยอ่านแถลงการณ์ฉบับที่ 1 โดยระบุว่า 1.เผด็จการครอบงำประเทศมาตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน 2549 และครอบงำต่อมาเรื่อยๆ ใช้กฎหมายและเครื่องมือ อาทิ รัฐธรรมนูญ 50 องค์กรอิสระ กฎหมายที่มาจากเผด็จการ 2.รัฐบาลนี้เป็นเพียงเครื่องมือของเผด็จการเท่านั้น

"เรียกได้ว่าเป็นรัฐบาลเผด็จการซ่อนรูป ซึ่งขาดประสบการณ์และความสามารถในการบริหารประเทศ ทำให้ประเทศเกิดความเสียหายมากมาย 3.รัฐบาลอ้างความชอบธรรมในการบริหารงานว่าสามารถรวบรวมเสียงในสภาจนตั้งรัฐบาลได้ แต่เห็นได้ชัดว่าการทำหน้าที่ในสภาขาดความรับผิดชอบ และละเลยการปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 301 มาตรา 302 มาตรา 291

ดังนั้น สภาจึงไม่อาจเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างแท้จริง และเพื่อปลดปล่อยประเทศ กลุ่ม นปช.แดงทั้งแผ่นดินขอเรียกร้องให้รัฐบาลคืนอำนาจฝ่ายบริหารประกาศยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชนโดยพลัน โดย นปช.จะชุมนุมตลอดพื้นที่นี้ โดยหวังว่าจะได้รับคำตอบภายใน 24 ชั่วโมงจากรัฐบาล" นายวีระแถลงข้อเรียกร้องของกลุ่มเสื้อแดง

ช่วงบ่าย บริเวณหลังเวทีสะพานผ่านฟ้าฯ นายณัฐวุฒิพร้อมด้วยนายจตุพรแถลงอีกครั้งถึงรายละเอียดการเคลื่อนขบวนในวันที่ 15 มีนาคม หากรัฐบาลไม่ยอมยุบสภาภายใน 24 ชั่วโมง นายณัฐวุฒิกล่าวว่า หลังการหารือของแกนนำมีมติว่าในวันที่ 15 มีนาคม หากไม่ได้รับคำตอบจากรัฐบาล หรือได้รับแต่ไม่เป็นไปตามที่ต้องการ จะเดินขบวนไปยังกองพันทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ โดยจะเริ่มเดินทางเวลา 09.00 น. ถึงราบ 11 เวลา 12.00 น. ซึ่งจะครบ 24 ชั่วโมงพอดี

"เราจะทวงคำตอบถึงที่ หากรัฐบาลยังไม่ยุบสภา ก็จะมีมาตรการที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้การเดินทางอาจจะใช้ทั้งทางรถยนต์และการเดินเท้า เส้นผ่านทางถนนหลานหลวงเข้าอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เข้าพหลโยธิน ยืนยันว่าจะไม่มีการปิดล้อม แต่จะเป็นการไปแสดงพลังเท่านั้น จากนั้นจะกลับมาชุมนุมที่สะพานผ่านฟ้าฯ ตามเดิม" นายณัฐวุฒิกล่าว

นายจตุพรกล่าวว่า สำหรับพื้นที่ราบ 11 นั้น ขณะนี้มีการนำกำลังทหารกว่า 7,000 นาย มีการเตรียมการซักซ้อมความพร้อม และได้มีการเตรียมรถจีเอ็มซีและแอลแรต (รถปล่อยคลื่นเสียง) รถฮัมวี ประตูละ 2 คัน รวมถึงรถน้ำ 20 คัน ตนอยากจะเตือนทหารที่เอารถฮัมวีไปขู่พระตามวัดต่างๆ ว่าจะทำให้พระออกมาร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดงจำนวนมาก

ปูดทหารไม่เอา"มาร์ค-เปรม"

นายจตุพรกล่าวต่อว่า อยากฝากบอกนายอภิสิทธิ์ในราบ 11 มีกองทัพทหารแตงโมอยู่จำนวนมาก เพราะตนรู้ถึงขนาด พล.อ.เปรม จากเดิมที่อยู่บ้านทหารธรรมดา ได้ไปอยู่บ้านพักที่ติดกับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็นบ้านสี่หลังติดกันข้างสนามกอล์ฟ คือบ้าน พล.อ.สนธิ, บ้านนายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ, บ้าน พล.อ.อนุพงษ์ และ บ้าน พล.อ.เปรม รวมถึงตนยังรู้ว่าบรรยากาศในที่ประชุม ศอ.รส.เป็นอย่างไร ใครพูดอย่างไรบ้าง

"คือมีคน 3 คนที่พูดคอยเสนอแนะแผนการ คือ 1.นายสุเทพ 2.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รอง ผบ.ทบ. 3.พล.ท.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รองเสนาธิการทหารบก โดย พล.อ.ประยุทธ์พูดว่าถ้าแพ้เราติดคุกแน่ โดยมีนายอภิสิทธิ์พูดปิดท้าย โดยพูดน้อยเพราะว่ากลัวโดนตัดต่อเทปเหมือนที่ผ่านมา" นายจตุพรอ้าง

เมื่อถามว่า จะมีการบุกเข้าไปในราบ 11 หรือไม่ นายณัฐวุฒิบอกว่า คนเสื้อแดงตรงไปตรงมาทำอย่างเปิดเผย แต่ถ้าไปแล้วไม่มีการเปิดประตูต้อนรับคงต้องหารืออีกทีว่าจะเอาอย่างไร ส่วนการรักษาความปลอดภัยนั้น เบื้องต้นจะมีการทำความเข้าใจกับผู้ชุมนุม เน้นว่าจะชุมนุมอย่างสันติวิธี หากมีสถานการณ์แทรกซ้อน เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ต้องรักษาความปลอดภัย

"เรื่องนี้ต้องไปถามนายอภิสิทธิ์ หากยุบสภาทุกอย่างก็จบ เพราะคนเสื้อแดงไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใคร มีแต่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย" แกนนำเสื้อแดงกล่าว

รายงานข่าวจากแกนนำเสื้อแดงแจ้งว่า เบื้องต้นแกนนำ นปช.ได้ขีดเส้นตายว่าจะปิดเกมรัฐบาลให้ได้ภายใน 7 วันอย่างแน่นอน โดยนับตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคมเป็นต้นไป ส่วนหนึ่งมาจากมวลชนที่มามีความกระหายชัยชนะ ไม่ต้องการชุมนุมยืดเยื้อ ขณะที่แกนนำก็ไม่อยากให้ยืดเยื้อ เพราะประเมินแล้วยิ่งอยู่นานมวลชนยิ่งอ่อนล้า ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบรัฐบาล อยากให้จับตาการเดินขบวนไปที่ราบ 11 ครั้งนี้จะมีไม้เด็ด จะไม่ใช่แค่ไปเปิดเวทีปราศรัยแล้วก็แยกย้ายกลับมาที่ผ่านฟ้าฯ

แกนนำเสื้อแดงรายนี้บอกว่า ได้ประเมินสถานการณ์ว่าการเคลื่อนขบวนไปราบ 11 จะสร้างแรงกดดันไปยังกลุ่มอำมาตย์ได้อย่างหนัก เพราะภาพของประชาชนกรุงเทพฯ ที่สนับสนุนเสื้อแดงตลอดสองข้างถนนจะปรากฏไปทั่วประเทศและทั่วโลก ขณะที่รัฐบาลกับกองทัพมีความแตกแยกกันเอง เมื่อมีแรงกระแทกจากประชาชน สุดท้ายกองทัพก็ไม่ต้องการอุ้มนายอภิสิทธิ์อีกต่อไป แต่จะปฏิวัติยึดอำนาจก็ไม่ได้ เพราะจะถูกคนเสื้อแดงต่อต้าน

"แม้นายอภิสิทธิ์ไม่ตัดสินใจยุบสภา แต่ก็จะถูกกองทัพกดดันภายในให้ต้องหาทางลงแบบอื่น เช่นลาออกจากนายกฯ แล้วให้คนของตัวเองขึ้นมาเป็นแทน หรือจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ให้ตัวแทนพรรคร่วมมาเป็นนายกฯ ซึ่งทุกแนวทางดังกล่าวก็จะถูกกลุ่มเสื้อแดงต่อต้านไม่รู้จบ และสุดท้ายนายอภิสิทธิ์ต้องยุบสภาเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ในที่สุด"

ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ ถึงการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงว่า แนวทางที่รัฐบาลดำเนินการอยู่ในทุกเรื่องนี้เป็นแนวทางที่เป็นหลักประกันที่ดีที่สุดของการที่จะฟันฝ่าปัญหาต่างๆ ตรงนี้ไปได้

นายกฯ ระบุถึงข้อเรียกร้องของกลุ่มคนเสื้อแดงให้ยุบสภาว่า แกนนำบางคนพูด 2 วันก็ไม่ตรงกัน เช่น บอกว่าลาออก บางคนก็บอกยุบสภา บางคนพูดว่ายุบสภา แต่อีกวันก็พูดว่ายุบสภานี่แค่หลักกิโลเมตรแรก มีเรื่องอื่นๆ ที่จะต้องตามมาอีก ก็แสดงให้เห็นว่ามันยังไม่ชัดเจน

"จะต้องอธิบายว่าขณะนี้ไม่ได้เกี่ยวกับการยุบสภา มีการก้าวล่วงไปถึงสถาบันอื่นๆ คิดว่าถ้ายื่นข้อเรียกร้องเป็นทางการก็ต้องพูดคุยกัน คงไม่ใช่เรื่องที่จะมาบอกว่ายื่นคำขาด ต้องออกภายในวันนั้นวันนี้ ถ้าตามระบบขณะนี้การอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา ก็กำลังจะเกิดขึ้นก็ว่ากันไป ผมคิดว่าจะใช้แนวทางนี้ ผมไม่ปฏิเสธอะไรล่วงหน้า ไม่รับอะไรล่วงหน้า แต่จะดูจากเหตุและผลที่ต้องมาแลกเปลี่ยนกัน" นายอภิสิทธิ์กล่าว และว่า ระหว่างทางมีการอภิปรายอาจจะมีการยุบสภา-ลาออกก่อนก็ได้

ส่วนที่หลายคนกังวลใจว่าจะมีการก่อวินาศกรรม ก่อจลาจล นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า 1.การชุมนุมเป็นสิทธิ์ตราบเท่าที่อยู่ในกรอบสงบ ปราศจากอาวุธ ไม่มีการไปก่อความเดือดร้อน 2.ตราบที่เขาอยู่ รัฐบาลก็จะดูแลอย่างเต็มที่ ว่ามันไม่นำไปสู่อะไรที่นอกกรอบ เพราะฉะนั้นปัญหาการป้องกันฯ การขอความร่วมมือประชาชน-ผู้ชุมนุม การทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติก็ต้องทำอย่างต่อเนื่อง

นายกฯ กล่าวถึงกระแสข่าวการเตรียมประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินว่า รัฐบาลไม่มีความคิดจะไปปราบปรามประชาชน ขอให้มั่นใจได้ แต่เรื่องที่มีผู้ประสงค์จะใช้ความรุนแรง เราจำเป็นต้องมีมาตรการเข้มงวดตามสมควรในการจัดระเบียบครั้งนี้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินไม่ใช่อยากจะประกาศก็ประกาศได้ ต้องเงื่อนไขเหตุการณ์ชัดเจน มีความจำเป็นเร่งด่วนหรือปัญหาเกิดขึ้นแล้วจึงประกาศ ดังนั้นอย่าไปเชื่อข่าวลือให้เกิดความเข้าใจผิด ซึ่งขณะนี้ทาง ศอ.รส.ได้จัดทำเว็บไซต์ www.capothia.org เพื่อให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องกับประชาชน

มั่นใจ 100% จนท.ไม่ปะทะแดง

เมื่อถามถึงอารมณ์ของเจ้าหน้าที่ที่กำลังปฏิบัติงานต้องเผชิญกับกลุ่มผู้ชุมนุม อาจเกิดการปะทะกัน กำชับกำลังเจ้าหน้าที่อย่างไร นายอภิสิทธิ์บอกว่า มั่นใจ 100 เปอร์เซ็นต์ อันนี้ต้องบอกว่า 100 เปอร์เซ็นต์จริงๆ คือซักซ้อมกันมาตลอด ขณะนี้เจ้าหน้าที่ก็มีความคุ้นเคยมากขึ้น ทุกคนดูจะเข้าใจแนวทางดี

"เราก็ต้องอยู่ด้วยกันให้ได้ เพราะเราคนไทยด้วยกัน รัฐบาลนี้จะทำทุกอย่างที่จะทำให้คนของเราอยู่ด้วยกันได้สงบสุข รักษากฎหมายกติกา" นายอภิสิทธิ์กล่าว

ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) เวลา 18.15 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เสนาธิการทหารบก ได้เดินพบปะทักทายให้กำลังใจหน่วยกำลังพลที่อยู่ภายในกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) จากนั้นได้เข้าไปกล่าวมอบนโยบายกับทหารกว่า 500 นายภายในโรงยิม

โดย พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า "เราไม่ได้ใช้ความรุนแรง ใช้การพูดจาทำความเข้าใจสร้างความเข้าใจ ใครที่ปฏิบัติต้องชี้แจงผู้ใต้บังคับบัญชาให้ดี ในใจจะเป็นอย่างไร ผบ.ไม่ได้ว่าอะไร แต่เราเป็นทหารของในหลวง เรามีสีเดียวคือสีเขียว เป็นทหารของชาติ คนที่มาก็เป็นพี่น้องคนไทย เขาคิดอีกแบบหนึ่ง จะยังไงก็แล้วแต่เราไม่ไปก้าวล้ำในส่วนของเขา แต่สิ่งที่เราทำคือทำให้เกิดความสงบเรียบร้อยให้ได้

พวกเราต้องชี้แจงผู้ใต้บังคับบัญชาว่าการปฏิบัตินั้นสมควรแก่เหตุ การที่จะทำให้เหตุการณ์สงบเรามีขั้นตอนต่างๆ อย่าทำล้ำขั้นตอน และอย่าทำด้วยโทสะ ยังไงเขาก็เป็นคนไทย เราก็เป็นคนไทย พยายามที่จะควบคุมลูกน้องเราให้ได้ ผบ.เชื่อมั่นว่าเราตั้งจิตตั้งใจให้ดี มันคงไม่มีอะไรรุนแรง ก็ฝากพวกเราไว้ที่จะชี้แจงผู้ใต้บังคับบัญชาของเราทุกคน"

จากนั้น นายสุเทพได้กล่าวมอบนโยบายว่า "ขอบคุณท่านทั้งหลายที่ได้มาร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ภารกิจของท่านทั้งหลายคือการดูแลไม่ให้เกิดเหตุร้ายขึ้นกับหน่วยทหารหน่วยนี้ ซึ่งเป็นที่ตั้ง ศอ.รส. เสมือนกับเป็นหัวใจของการสั่งการในการปฏิบัติของรัฐบาลทั้งหมด

ผม นายกรัฐมนตรี เพื่อนรัฐมนตรีทั้งหลาย รวมทั้งหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ ตลอดจนผู้บังคับบัญชาโดยตรงของท่านทั้งหลายทำงานอยู่ที่นี่ แต่ประเด็นสำคัญไม่ใช่เรื่องของการปกป้องตัวนายกรัฐมตรี รองนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรี หรือ ผบ.ทบ. รอง ผบ.ทบ. หรือผู้บังคับบัญชาของท่าน แต่เราปกป้องความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายบ้านเมือง ปกป้องระบอบประชาธิปไตย

ซึ่งในระบอบประชาธิปไตยนั้น ประชาชนมีสิทธิ์ที่จะแสดงความคิดเห็นได้ ประชาชนมีสิทธิ์ที่จะชุมนุม มีสิทธิ์ที่จะเดินขบวนแสดงทัศนะความเห็นที่แตกต่างในทางการเมืองได้ทุกอย่างทุกประการ และตามกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 63 คุ้มครองสิทธิในการชุมนุมของประชาชน แต่การชุมนุมนั้นจะต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย คือต้องไม่ไปล่วงล้ำสิทธิคนอื่น ไม่ไปทำให้เสรีภาพคนอื่นเสียหาย"

เทือกกำชับ จนท.ใช้ กม.ปราบ

"การชุมนุมนั้นต้องชุมนุมโดยความสงบ ปราศจากอาวุธ ต้องไม่ไปบุกรุกเคหสถานบ้านช่อง ที่ทำการของใคร ต้องไม่ไปทำลายทรัพย์สินของใคร ต้องไม่ไปบุกรุกสถานที่ราชการหรือปิดล้อมสถานที่ราชการซึ่งมีลักษณะเป็นการข่มขู่คุกคาม ทำให้เจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ ที่ผมพูดนี้ผมไม่ได้นึกเอาเองและแปลกฎหมายเอาเอง

แต่คณะผู้พิพากษาศาลปกครองกลางของประเทศไทย ได้วินิจฉัยเรื่องนี้เอาไว้เหมือนอย่างที่ผมพูด เพราะฉะนั้นการทำหน้าที่ของท่านทั้งหลายคือปกป้องหน่วยทหารแห่งนี้ ซึ่งเป็นสถานที่ราชการ เป็นสมบัติของกองทัพ เป็นสมบัติของประชาชนไม่ให้ใครมาบุกรุก เป็นการรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายและรักษาระบอบประชาธิปไตย เพราะหัวใจของระบอบประชาธิปไตย คือการปฏิบัติตามกฎหมาย เคารพกฎหมาย"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายสุเทพ พล.อ.อนุพงษ์ และ พล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินไปทักทายทหารที่ยืนอยู่แถวหน้า ก่อนที่จะเดินออกจากโรงยิมไป และจากนั้นภายในโรงยิมก็มีการอบรมซักซ้อมความเข้าใจกับทหารต่อไป

พล.ท.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รองเสนาธิการทหารบก กล่าวกับกำลังพลว่า ภารกิจใหญ่คือการรักษาความสงบเรียบร้อย แต่ในภารกิจในการรักษาความสงบในนาทีนี้ รักษาความสงบ บก.ศอ.รส. ที่ ร.11 รอ.ก่อน ทั้งนี้ผู้ชุมนุมที่มาเป็นคนไทยด้วยกัน แต่ภายใต้คนไทยด้วยกันมีกลุ่มที่พยายามสร้างความรุนแรง และเราจะเจอแน่ในวันที่เขาจะมาวันจันทร์นี้ เขาพยายามยั่วยุเราทุกวิถีทาง โดยเฉพาะกำลังพลของเราที่อยู่แนวด้านหน้า

"กลุ่มพวกนี้เป็นกลุ่มที่ค่อนข้างรักความรุนแรง หน้าที่ของเขาคือพยายามยั่วยุให้เราหมดความอดทน ไม่ว่าจะเป็นการเอาสิ่งปฏิกูลขว้างปา เอาหนังสติ๊กใส่ลูกเหล็กลูกหินยิงเข้ามา หรือ อาจไม่แน่ที่จะยิงเอ็ม 79 เข้ามา ซึ่งผู้บังคับบัญชาก็ห่วงใย จึงให้นำรถยนตร์มาจอดเป็นแนวใกล้รั้ว นายทหารจะได้หลบได้"

รองเสนาธิการทหารบกกล่าวด้วยว่า ท่านต้องเข้าใจภารกิจว่าให้มายืนทำอะไร และมีการแบ่งมอบพื้นที่ให้ชัดเจน สำคัญคือต้องมีความละเอียด รอบคอบ เหมือนการฝึกตั้งรับ ที่ต้อแบ่งหน้าที่รับผิดชอบ ซึ่ง ผบ.ทบ.ท่านฝาก ท่านก็บอกว่าทหารที่ไปยืนแนวหน้าที่สุดที่จะมีสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งอยู่ตรงประตูรั้วรอบค่าย ด้านที่หนักคือด้านพหลโยธิน ส่วนอีกพวกหนึ่งอยู่ริมบ่อ ซึ่งคนที่มาตบมือ รักสันติก็มี

"แต่พวกยั่วยุที่รับหน้าที่โดยตรง พยายามทุกอย่างให้เราหมดความอดทนอดกลั้น ผู้บังคับบัญชาจึงไม่กล้าให้เราพกปืน เพราะกลัวเราบรรลุแก่โทสะ อาวุธที่เรามีคือกระบอง และจะตีได้ต่อเมื่อผู้บังคับบัญชาอนุมัติ จริงอยู่ที่ผู้ชุมนุมไม่กล้าบุกเข้ามา แต่ถ้าเราปล่อยให้เขาบุกเข้ามาใน ร.11 รอ. จะเป็นเรื่องใหญ่ ดังนั้นท่านต้องเอาให้อยู่" พล.ท.ดาว์พงษ์กล่าว

มีรายงานว่า ศอ.รส.ได้มีการจัดเตรียม บก.ศอ.รส.สำรองไว้ที่กองบัญชาการกองทัพไทย แจ้งวัฒนะ ให้เป็นสถานที่ทำงานตั้งแต่เมื่อวันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยหาก ศอ.รส.ไม่สามารถทำงานต่อไปได้ ก็จะย้ายไปทำงานที่กองบัญชาการกองทัพไทยแทน โดยได้มีการเตรียมที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หากจำเป็นต้องมีการประกาศใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินไว้ด้วย

ส่วนผู้นำระดับสูงของรัฐบาลและกองทัพจะพักอยู่ภายใน ร.11 รอ. เพื่อความสะดวกในการรักษาความปลอดภัย หากเกิดเหตุการณ์รุนแรงทาง ร.11 รอ.ได้เตรียมเฮลิคอปเตอร์เพื่อพาตัวผู้นำระดับสูงออกจากพื้นที่ ร. 11 รอ.ได้ทันที

พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ในฐานะโฆษกศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ (ศอ.รส.) เปิดเผยว่า ผบ.ทบ.ได้สั่งไปยังกองทัพภาคที่ 2-3 ให้นำกำลังเข้ามาสนับสนุนเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติภารกิจป้องกันในพื้นที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ จำนวน 14 กองร้อย โดยมาจากกองพลทหารราบที่ 4 จ.นครสวรรค์ กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 4 มณฑลทหารบกที่ 31

พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษก ศปก.ตร. กล่าวว่า พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการ ผบ.ตร. กำชับให้ผู้บังคับบัญชาดูแลเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่เข้าปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลการชุมนุม 2 หมื่นนายให้มีความพร้อมทั้งร่างกายขวัญกำลังใจอย่างดี ทุกนายจะได้รับเบี้ยเลี้ยงคนละ 400 ต่อคนต่อวัน

"สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ กลุ่มผู้ชุมนุมที่มีประวัติในการก่อกวนและใช้ความรุนแรง อยากขอให้หยุดพฤติกรรม ตำรวจกำลังจับตาอย่างใกล้ชิด" พล.ต.ต.ประวุฒิกล่าว

ศูนย์ปฏิบัติการกระทรวงมหาดไทย รายงานความเคลื่อนไหวของกลุ่ม นปช.ว่า ยอดผู้ชุมนุมทั้งหมดตั้งแต่ลานพระบรมรูปทรงม้า ถึงหน้าสนามหลวงในวันที่ 14 มี.ค. ตั้งแต่เวลา 08.00-15.00 น. มีประมาณ 51,000 คน ส่วน พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก บช.น. ระบุมีผู้ชุมนุมรวมทั้งสิ้นประมาณ 37,000 คน นอกจากนี้มีกลุ่มผู้ชุมนุมทยอยเดินเข้า-ออกตลอดเวลา โดยยอดผู้ชุมนุมสูงสุดเมื่อคืนนี้ ในเวลา 22.00 น. มี 50,000 คน

ส่วนหมายจับนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง นั้น พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า บช.ก.ได้ประสานไปยัง บก.สส.บช.น. พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. ให้การดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนการจับกุมจะดูสถานการณ์เป็นตัวตั้ง หากตัดสินใจเข้าจับกุมและเกิดปัญหา ก็อาจจับกุมในภายหลังได้ ส่วนหากนายอริสมันต์ขึ้นเวทีแล้วไม่จับ ก็ถือว่าตำรวจละเว้น แต่ต้องเอาความสงบเรียบร้อยเป็นที่ตั้ง

ขณะที่ความเคลื่อนไหวของฝ่ายการเมือง นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้ได้ตรวจสอบพบข้อสงสัยว่าอาจจะมีการสร้างสถานการณ์ และโยนความผิดให้คนเสื้อแดง เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งเข้ามาพักอยู่ในโรงแรมที่ กทม. และมีข้อมูลจากฝ่ายทหารที่ยืนยันได้ชัดเจนว่ามีการนำทหารจากกองทัพบก 3 กองร้อยพร้อมอาวุธเข้าไปในกองทัพเรือ ซึ่งสร้างความกระอักกระอ่วนใจให้กองทัพเรืออย่างมาก

นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงข้อเสนอของกลุ่มคนเสื้อแดงที่เรียกร้องให้มีการลงสัตยาบันระหว่าง 2 กลุ่มคือ 1.พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ 2.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, พล.อ.อนุพงษ์ เผาจินดา และนายสนธิ ลิ้มทองกุล 2.พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ, นายวีระ มุสิกพงศ์ และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ว่า เป็นข้อเสนอที่ไม่สามารถเป็นไปได้ เพราะ 2 กลุ่มนี้ไม่ใช่คู่ขัดแย้งที่แท้จริง คู่ขัดแย้งที่แท้จริงก็คือ พ.ต.ท.ทักษิณกับประเทศไทย และระหว่างระบอบประชาธิปไตยกับระบอบทักษิณ

ปชป.ชี้แดงจ่อยึดสุวรรณภูมิ

รายงานข่าวจากวอร์รูมพรรคประชาธิปัตย์ระบุถึงข้อเรียกร้องของเสื้อแดงให้ยุบสภาว่า ที่ประชุมให้ความเป็นกังวลเป็นอย่างมากในกรณีมือที่ 3 มาสร้างสถานการณ์ให้เกิดความรุนแรง และสุดท้ายจะโยนความผิดให้แก่รัฐบาลเป็นผู้รับผิดชอบ ยังเชื่อว่าเมื่อรัฐบาลปฏิเสธข้อเรียกให้ยุบสภา ตามที่คนเสื้อแดงเสนอ ทางกลุ่มคนเสื้อแดงจะยกระดับการชุมนุมเพื่อกดดันมากขึ้น และมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะมีการบุกยึดสนามบินสุวรรณภูมิเพื่อกดดันในท้ายที่สุด

ด้านศูนย์ติดตามและประเมินสถานการณ์การชุมนุม (วอร์รูม) พรรคการเมืองใหม่ (ก.ม.ม.) ได้ประชุมและประเมินสถานการณ์การชุมนุมของเสื้อแดง ถึงการยื่นข้อเรียกร้องให้นายกฯ ยุบสภาว่า การยุบสภาไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดของสถานการณ์ความแตกแยกขัดแย้งในขณะนี้ ที่สำคัญการยุบสภาเป็นเพียงฉากบังหน้าของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และ นปช.เท่านั้น

"เพราะเป้าหมายปลายทางที่แท้จริงของคนกลุ่มนี้คือการนิรโทษกรรมความผิดทั้งหมดของ พ.ต.ท.ทักษิณ และเครือข่าย และหากนายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภาจริง คนกลุ่มนี้ก็จะยังไม่หยุดเคลื่อนไหว แต่จะมีข้อเรียกร้องใหม่งอกเงยเพิ่มเติมในลักษณะได้คืบเอาศอก จนกว่าจะบรรลุจุดมุ่งหมายสูงสุดที่แท้จริง" พรรคการเมืองใหม่ระบุ

ส่วนข้อเสนอให้หลายฝ่ายลงสัตยาบันยุบสภานั้น วอร์รูมพรรคการเมืองใหม่ระบุเป็นข้อเสนอที่ฟังดูดีแต่เป็นไปได้ยาก เพราะผู้ที่อยู่เบื้องหลังความแตกแยกที่แท้จริงคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังไม่ยอมรับคำพิพากษาของศาล สัตยาบันยุบสภาจึงเป็นเพียงกลลวงที่ไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อการคลี่คลายความขัดแย้งในสังคม แต่เป็นไปเพื่อตัณหาทางการเมืองของคนคนเดียวเท่านั้น

ช่วงเย็น ที่เวทีคนเสื้อแดง บริเวณสะพานผ่านฟ้าฯ กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงทยอยเข้าร่วมชุมนุมมากขึ้นกว่าเดิม โดยบนเวทีมีการสลับการแดงดนตรีและการปราศรัยของแกนนำและแนวร่วมเสื้อแดง นายอดิศร เพียงเกษ ปราศรัยว่า เคลื่อนม็อบไปราบ 11 ก็ดี คนที่อยู่ในค่ายจะจับเป็นตัวประกันให้หมด จะให้โจรครองแผ่นดินต่อไปไม่ได้ ต้องยุบสภา

นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคนเสื้อแดง แทรกการปราศรัยว่า มีคนสวมเสื้อแดงปล่อยข่าวว่านายอภิสิทธิ์ยุบสภาแล้ว เป็นกลเกมสกปรกของรัฐบาล เพื่อให้คนเสื้อแดงกลับบ้าน เวลานี้ยังไม่มีการยุบ ถ้าจับได้ขอให้ส่งมาที่เวที ยุบสภาไม่ได้อยู่ที่นายอิภิสิทธิ์ แต่อยู่ที่ พล.อ.เปรม เจอกันนี้เราจะเคลื่อนไปราบ 11

นายเมธี อมรวุฒิกุล เจ้าของฉายานู้ดถ่อย ที่เคยสร้างความอื้อฉาวให้พรรคเพื่อไทยหลายครั้ง ขึ้นเวทีปราศรัยโจมตี พล.อ.เปรมด้วยถ้อยคำหยาบคาย พร้อมกับด่าอำมาตย์ว่าเป็นสัตว์ชั้นต่ำ สุดท้ายโฆษกเวทีต้องรีบให้นายเมธีจบการปราศรัย แม้กลุ่มผู้ชุมนุมเองถึงกับนั่งเงียบไม่ยอมปรบมือให้เหมือนผู้ปราศรัยคนอื่น

ต่อมาช่วงค่ำ นายวีระ มุกสิพงศ์ ขึ้นปราศรัยว่า หน่วยงานราชการรายงานมีคนเสื้อแดงประมาณ 1 แสนคน ที่มีคลิปแจกเงินที่นครพนมนั้น เราเรี่ยไรกันมานานแล้ว เราแจกเป็นค่าน้ำมันเพื่อมาร่วมชุมนุม นี่แหละคือความจริงวันนี้ ไม่ใช่รับจ้างมา

นายวีระยังไม่พอใจที่นายอภิสิทธิ์อ้างเหตุผลไม่ยุบสภาเพราะแดงหลายกลุ่มยังพูดไม่ตรงกัน โดยปราศรัยว่า แดงสยาม แดงเสธ. ไม่แดง นปช.ที่รักสันติวิธี นปช.ไม่นิยมความรุนแรง

แกนนำผู้นี้ยังขู่ว่า จะมีการเปิดประชุมรัฐสภาวันสองวันนี้ ควรจะหยิบรัฐธรรมนูญขึ้นมาแก้ไข ไม่เช่นนั้นคนเสื้อแดงจะไปสั่งสอนพวกคุณ

จี้ยุบสภาเลือกตั้งใหม่

นายวีระยืนยันว่า หากยุบสภาเลือกตั้งใหม่ จะยอมรับผลการเลือกตั้ง ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ชนะก็เป็นรัฐบาล ถ้าพรรคการเมืองใหม่ชนะ นายสนธิ ลิ้มทองกุล เป็นนายกฯ เราจะไม่ขวาง เวลา 12.00 น. 15 มีนาคม จะได้รู้เราขอแค่นี้ได้ไม่ได้ คิดหรือว่าดื้อเป็นรัฐบาลต่อไปจะบริหารได้ราบรื่น

นอกจากนี้ยังโจมตีเจ้าของบ้านสี่เสาฯ ว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เร่งรีบอนุมัติรถไฟฟ้าสายสีม่วง บางซื่อ-บางใหญ่ พบว่ามีการกว้านซื้อดินนับหมื่นล้านโดยธนาคารยักษ์ใหญ่ร่วมกับทุนไต้หวันไว้ล่วงหน้าแล้ว

ระหว่างการปราศรัยของนายวีระ เกิดไฟฟ้าดับในบางจุด นายวีระได้ประกาศกร้าวทันทีว่า ใครมาทำอะไรคนเสื้อแดงจะเอาคืนทันที ทั้งที่ยังไม่รู้ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร

ต่อมายจตุพร พรหมพันธุ์ ปราศรัยโดยนำเทปตัดต่อเสียงของนายอภิสิทธิ์ที่คนเสื้อแดงเคยพยายามนำมาใช้โจมตีหลังเหตุการณ์เดือนเมษายนปีที่แล้วแต่ไม่ประสบความสำเร็จ มาครั้งนี้ได้มีการนำมาเปิดที่เวทีปราศรัยอีกครั้งเพื่อให้เห็นว่านายอภิสิทธิ์เป็นผู้ออกคำสั่งฆ่าประชาชน

นายจตุพรกล่าวว่า นายอภิสิทธิ์เป็นมนุษย์ไม่ได้ต่อไป เพราะมีความเหี้ยมโหดผิดปกติ ฮิตเลอร์ว่าโหด จอมพลสฤษดิ์ที่ว่าแน่ ก็ยังไม่พูดแบบนี้

ต่อมาเวลา 20.30 น. พ.ต.ท.ทักษิณปราศรัยผ่านวิดีโอลิงค์ โดยใช้เวลา 45 นาทีว่า ได้ยินเสียงนายอภิสิทธิ์ ไม่คิดว่าคนหน้าตาดีๆ จะมีจิตใจอำมหิตแบบนี้ ที่ทารุณโหดร้ายสั่งฆ่าประชาชน โดยการที่นายอภิสิทธิ์ยังไม่กล้าฟ้องใครในช่วงนี้คงเพราะมีการกลัวว่าเรื่องนี้จะถูกเปิดเผยว่าไม่ใช่การตัดต่อ จึงอยากจะบอกประชาชนว่า คดีนี้มีอายุความ 20 ปี

ทั้งนี้ ส่วนตัวขอแสดงความยินดีที่พี่น้องที่มาอยู่ตรงนี้จะมีส่วนสร้างประวัติศาสตร์การเมืองไทยให้การเมืองมีการเปลี่ยนแปลง จากการปกครองโดยอำมาตย์มาเป็นการปกครองโดยประชาธิปไตยเพื่อประชาชนจริงๆ และเปลี่ยนแปลงจากกฎหมายเป็นหลักยุติธรรม เพราะความยุติธรรมสูงกว่ากฎหมาย เพราะที่ผ่านมาอำมาตย์ได้ใช้กฎหมายเพื่อบอกว่าตัวเองคือความยุติธรรม ดังนั้น การที่ประชาชนมารวมกันที่นี่ถือว่าเป็นการเสียสละที่ยิ่งใหญ่มาก เพราะเรามาอยู่นี่เพราะสังคมไทยไม่มีความยุติธรรม

พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า ทราบมาว่านายอภิสิทธิ์จะขนทหารมาเป็นจำนวนมากเพื่อปราบปรามประชาชน ซึ่งอยากบอกว่า ทหารที่ยิงประชาชนจะบาปกรรมทั้งชีวิต ดังนั้นขอให้ทหารอย่าฟังคำสั่งที่ไม่ชอบธรรม และทุกวันนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ก็เหมือนกับตัวประกัน อันเป็นผลมาจากเรื่องการลอบยิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล

ทั้งนี้ อยากพูดถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ได้ข่าวว่าอยากจะปฏิวัติ อยากใช้กำลัง จึงอยากจะบอกว่า "น้องประยุทธ์อย่าหวงตำแหน่งเลย เพราะตอนที่ประยุทธ์จะขึ้นเป็นนายพล แต่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ไม่อยากให้ ก็มีคนมาบอกผมในเรื่องนี้ ผมก็ไม่ขัดข้อง จนประยุทธ์ได้เป็นทหารเสือพระราชินี ดังนั้นถ้าครั้งนี้ประชาชนชนะ ประยุทธ์ก็ให้คนที่เคยมาคุยกับผมนั่นแหละมาบอกผมอีกครั้ง รับรองว่าจะไม่ขัดข้อง" สำหรับ พล.อ.อนุพงษ์ ส่วนตัวอยากบอกว่า "ป๊อกเอ๊ย จะเกษียณปีนี้แล้วก็ควรเกษียณดีๆ ดีกว่า อย่าคิดปราบปรามประชาชนเลย

อดีตนายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลชุดนี้ขาดความชอบธรรมมานานแล้ว เพราะต้องตั้งรัฐบาลทหาร มีป๋าคอยอุ้ม มีป๊อกคอยกดดัน จึงเป็นรัฐบาลที่ไม่เข้าใจความรู้สึกของประชาชน เพราะเป็นรัฐบาลอำมาตย์ที่มีการคอรัปชั่นมากที่สุด

พ.ต.ท.ทักษิณได้กล่าวย้อนอดีตว่า ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นเพราะพรรคไทยรักไทยชนะการเลือกตั้งได้ 377 เสียง ทำให้ไม่เป็นที่พอใจของฝ่ายอำมาตย์ ร่วมกันกล่าวหาว่าตนไม่จงรักภักดี และการหารือร่วมกันของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรีและตุลาการในสมัยนั้น ทั้งนายชาญชัย ลิขิตจิตถะ, นายจรัญ ภักดีธนากุล, นายอักขราทร จุฬารัตน และ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี เพื่อกำจัดตนเองที่บ้าน นายปีย์ มาลากุลฯ จนเป็นที่มาของการลอบสังหารตนเองหลายครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่มาจากคนในกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.)

"ผมได้คุยกับผู้ต้องหา เขาบอกผมเองเลยว่า พล.อ.เปรมให้ พล.อ.อู้ด เบื้องบน มาตามเรื่องที่ กอ.รมน.ถึง 2 ครั้ง ว่าเมื่อไหร่จะเสร็จ จน พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ต้องเป็นคนมาจัดการ จนเป็นที่มาของเรื่องคาร์บอมบ์"

พ.ต.ท.ทักษิณย้ำว่า การแก้ปัญหาของประเทศไทยต้องให้ประชาชนแก้ปัญหา เพราะมีจิตสำนึกที่สูงและก้าวหน้ากว่าอำมาตย์ที่เป็นตัวก่อปัญหาและเป็นพวกล้าหลัง ดังนั้นประชาชนต้องต่อสู้เพื่อล้มรัฐบาลนี้ที่เป็นรัฐบาลของพวกอำมาตย์ เพื่อการเปลี่ยนแปลงให้เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง

พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า คนคนเดียวแอบสั่งจนกระบวนการยุติธรรมเจ๊ง ประเทศเสียหายเพราะต้องการคงสัญลักษณ์ของอำมาตย์ไว้ ครั้งนี้ไม่ใช่การต่อสู้ของคนคนเดียว แต่เป็นการต่อสู้เชิงสัญลักษณ์ เพื่อนำไปสู่ความเป็นธรรมของประชาชน อยากขอเชิญชวนอำมาตย์ให้คิดใหม่และยอมรับให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดี อย่าทำลายระบบประเทศ วันนี้พี่น้องเราต้องล้มล้างระบบอำมาตย์ ที่ทำให้ประชาชนสามารถลืมตาอ้าปากได้

พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า ขอเชิญชวนแกนนำเสื้อแดงทุกจังหวัด ตั้งเวทีที่ศาลากลางจังหวัด เพื่อฟังการปราศรัยของเวทีที่กรุงเทพฯ เหมือนที่ จ.ขอนแก่น ที่วันนี้มีคนเสื้อแดงที่มากรุงเทพฯ เพื่อบอกว่าเรารักประชาธิปไตยของเรา เราอยากเปลี่ยนแปลงระบบคิดของอำมาตย์ เราต้องการให้มีราชอาณาจักรที่มีพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นประมุข ไม่ได้คิดเรื่องไม่จงรักภักดี

"เราต้องการล้มล้างระบบคิดของอำมาตย์ที่พาประเทศถอยหลัง ไม่ยอมรับว่าโลกได้เปลี่ยนแปลงถึงไหนแล้ว วันนี้การต่อสู้ของเรากำลังจะเป็นโซลิดาลิตี้ หรือแนวร่วมแห่งชาติเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยและความเป็นธรรมแล้ว พี่น้องที่ไม่กล้าใส่เสื้อแดง ก็ขอให้มีสัญลักษณ์สีแดงเล็ก ใส่หมวก หรือผ้าเช็ดหน้า เพื่อหมายถึงการต่อสู้เพื่อให้ได้ประชาธิปไตย ผมอยากเชิญชวนอำมาตย์ไม่ต้องกลัวผม ผมเป็นคนพุทธ มีจิตใจอโหสิกรรม อย่ามาคิดว่าผมต่อสู้เพื่อตัวเอง แต่ผมเป็นสัญลักษณ์ของการถูกทำลายความยุติธรรม ทำลายความเป็นประชาธิปไตย"

พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า วันนี้ฝากบอกคนกรุงเทพฯ ด้วยว่า ไม่ต้องห่วงปัญหาน้ำท่วม เพราะถ้าตนกลับไป จะกลับไปสร้างเขื่อนรอบ กทม.เพื่อป้องกันน้ำท่วม และจะแก้ปัญหาความยากจนของคนไทยให้หมดสิ้น ขออย่างเดียว อำมาตย์อย่าถ่วงความเจริญ และต้องเปลี่ยนระบบการศึกษา เด็กไทยต้องหิ้วคอมพิวเตอร์ไปโรงเรียนแม้จะไม่มีเงินก็ตาม ที่ผ่านมาเราแข่งกับหลายประเทศ มาเลเซียและเวียดนาม ก็ขอให้อย่าไปแข่งกับกับลาวและเขมรก็แล้วกัน

จากนั้นนายจตุพรได้นัดแนะการเดินทางไปราบ 11 ว่า เราจะไปพร้อมๆ กัน ได้ก็ได้กันหมด ฉิบหายก็ฉิบหายกันหมด จะไล่กันจนกว่าฉิบหายไปข้างหนึ่ง ถ้ามีเสียงปืนดังนัดเดียว ต่อให้ร้อยเปรม ร้อยอภิสิทธิ์ ก็ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ประเทศนี้ได้อีกต่อไป เสียงปืนใส่คนเสื้อแดงเป็นสัญลักษณ์ของการปลดแอกคนเสื้อแดงออกจากระบบอำมาตย์ "มันหนีไปไหนก็จะตามไปที่นั่น เช็กบิล!"

พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ แกนนำคนเสื้อแดง กล่าวว่า จะใช้วิธีล้อมราบ 11 ไม่บุก โดยมีจุดประสงค์ทำให้การจราจรทั่ว กทม.เป็นอัมพาต ตัดขาดคมนาคมบนถนนสายหลักทั้งกรุงเทพฯ กดดันให้นายอภิสิทธิ์ยุบสภา จะแยกจุดชุมนุมออกไปแต่ละเส้นทางแล้วล้อมเข้าไปที่ราบ 11 จุดเดียว ไม่กลัวคนกรุงเทพฯ ต่อว่า ขอให้คนต่างจังหวัดใช้ถนนสักวัน

เขาบอกว่า นายอภิสิทธิ์จะยังไม่ยุบสภา จึงต้องยกระดับการชุมนุม ตนเสนอต่อที่ประชุมแกนนำให้ใช้วิธี 1 ล้านคน 1 ล้านกองขี้ เพื่อประชาธิปไตย เอาไปปาทุกกระทรวง ทำเนียบฯ สภา บ้านสี่เสาฯ ถือเป็นสันติวิธีอหิงสา

เป็นที่น่าสังเกตว่า การปราศรัยตลอดทั้งวัน แกนนำคนเสื้อแดงแยกตำรวจกับทหารออกจากกันอย่างชัดเจน โดยพยายามเอาใจตำรวจด้วยการนำกรณีการเสียชีวิตของ พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ผกก.สภ.บันนังสตา มาใช้ประโยชน์ แต่โจมตีผู้นำเหล่าทัพถึงขนาดบอกว่าความผิดของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. คือประหารชีวิต ทำให้การเคลื่อนขบวนไปยังกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ในวันที่ 15 มีนาคม อาจเป็นยุทธศาสตร์ที่ต้องการให้จบที่นั่น.



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์