สาระน่ารู้

Sunday, 18 July, 2010 - 00:00

"ยกฮั้ว"หมูอบจีนแคะ หลังวัดเล่งเน่ยยี่

   บรรพบุรุษของคนไทยเชื้อสายจีน ที่อพยพมาจากมณฑลกวางตุ้ง มีมากมายหลายภาษา ไม่ว่าจะเป็นกวางตุ้ง แต้จิ๋ว ไหหลำ รวมทั้งจีนแคะอย่างบ้านผม แต่ละภาษาก็มีอาหารเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง อาหารกวางตุ้ง อาหารแต้จิ๋ว หรืออาหารไหหลำ หากินได้ทั่วไปในเมืองไทย แต่อาหารจีนแคะเป็นอาหารที่หากินได้ค่อนข้างยาก เมื่อก่อนย่านสวนมะลิถือว่าเป็นดงอาหารแคะ แต่เดี๋ยวนี้ร้านอาหารแคะได้อัตรธานไปจากสวนมะลิแล้ว แต่อาทิตย์นี้ผมก็ยังมีร้านอาหารแคะมาแนะนำให้ไปชิม
     ร้านที่ผมจะพาไปชิมอาหารแคะอาทิตย์นี้ ค่อนข้างจะหายากสักหน่อย เพราะอยู่ในย่านของชุมชนชาวจีนที่เข้าได้หลายทาง แต่ทางที่สะดวกที่สุดต้องเข้ามาทางวัดคณิกาผล ตรงข้ามกับ สน.พลับพลาไชย 1 และ 2 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของถนนยมราชสุขุม
     วิ่งตรงไปผ่านสี่แยกหลังวัดเล่งเน่ยยี่ ซ้ายมือจะเป็นศูนย์การค้าเสือป่า ขวามือจะมีซอยเล็กๆ ปากซอยเป็นร้านอาหารตามสั่ง เดินเข้าไปในซอยประมาณ 10 เมตร ซ้ายมือจะมีบ้านที่เป็นประตูกระจก ไม่มีอะไรบอกให้รู้ว่าเป็นร้านอาหาร เพราะไม่มีป้ายชื่อร้านทั้งๆ ที่ร้านนี้มีชื่อว่า "ยกฮั้ว" ต้องมองเข้าไปจะเห็นโต๊ะอาหาร 4 โต๊ะ เปิดประตูเข้าไปเลยนี่แหละร้านอาหารแคะที่จะแนะนำ
     ร้านนี้มี คุณศศิธร แสงงาม เป็นเจ้าของร้านยุคปัจจุบัน มีคุณธีระชัยน้องชายเป็นผู้ช่วย ส่วนคุณแม่อายุ 77 ปี เมื่อก่อนเคยเป็นกุ๊ก ปัจจุบันก็ยกร้านให้ลูกสาวกับลูกชายช่วยกันทำ     
     คุณศศิธรเล่าที่มาของร้านยกฮั้วว่า เมื่อก่อนสมัยคุณพ่อคุณแม่เคยเปิดร้านเหมยเจียง เป็นร้านอาหารแคะ  4 ชั้น 2 คูหาอยู่ในย่านสวนมะลิ ปี 2529 ได้ย้ายจากสวนมะลิมาอยู่ที่ตรอกเต้า  ซึ่งเป็นชุมชนอยู่หลังวัดเล่งเน่ยยี่ และวัดคณิกาผล จากร้านใหญ่ก็ย่อส่วนลงมาเหลือแค่ร้านเล็กๆ แต่ก็มีลูกค้าติดตามมาอุดหนุน ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นคนจีนแคะที่เป็นลูกค้าขาประจำ
     หลังจากหมดยุคคุณพ่อและคุณแม่ก็เริ่มแก่เฒ่า คุณศศิธรและน้องชายก็ต้องเข้ามาเป็นกำลังหลัก เพราะเคยช่วยพ่อแม่ทำอาหารแคะมาตั้งแต่เด็กๆ
     ผมเป็นลูกจีนแคะร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะทั้งพ่อและแม่ต่างก็เป็นจีนแคะที่อพยพมาจากเมืองจีนแผ่นดินใหญ่ แต่ไปตั้งรกรากอยู่ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยคุณพ่อเป็นช่างทำรองเท้า
แฮนด์เมดชื่อดังของหาดใหญ่ เช่นเดียวกับ คุณวินทร์ เลียววาริณ ก็เป็นลูกจีนแคะ และพ่อก็เป็นช่างทำรองเท้าเหมือนกัน บ้านอยู่ติดๆ กัน
     แม้จะเป็นช่างทำรองเท้า แต่คุณพ่อผมก็ทำอาหารเก่ง โดยเฉพาะอาหารจีนแคะ พอรู้ว่ายังมีร้านอาหารจีนแคะอยู่หลังวัดเล่งเน่ยยี่ ก็รีบไปชิมแม้ว่าวันนั้นฝนฟ้าจะเทลงมาอย่างหนักก็ตาม
     คนจีนแคะได้ชื่อว่าเป็นคนจีนที่กินหมูสามชั้นเก่งที่สุด อาหารเก่งของคนจีนแคะจึงเป็นหมูสามชั้นอบกับผักแห้ง เป็นผักแห้งที่ทำจากผักกาดต้นใหญ่ๆ นำมาหมักเกลือแล้วตากแห้ง เรียกกันในหมู่คนจีนแคะว่าห่ำช้อยกอน ซึ่งแปลว่าผักดองแห้งนั่นเอง
     ห่ำช้อยกอนมาผัดและนึ่งกับหมูสามชั้น สีสันจะออกมาดำๆ ตามสีของผักแห้งและซีอิ๊วที่ใส่ รสชาติอย่าบอกใครเชียว หมูสามชั้นอบห่ำช้อยกอนจึงเป็นอาหารจานแรกที่ผมขอชิม
     หมูสามชั้นอบที่คนกวางตุ้งเรียกว่าเคาหยก แต่คนจีนแคะเรียกว่าแค้วหยุก จะมีรสชาติออก
เค็มๆ ต้องกินกับข้าวสวยร้อนๆ และที่ขาดไม่ได้คือพริกน้ำส้มแก้เลี่ยน
     คุณเตี้ย-สนานจิตต์ บางสพาน นักหนังสือพิมพ์และนักวิจารณ์ ที่เดี๋ยวนี้กลายเป็นผู้กำกับภาพ
ยนตร์ไทย เคยเขียนแนะนำให้ไปชิมหมูอบสูตรจีนแคะที่ใต้ถุนโรงแรมเอราวัณ ซึ่งขายชามละ 250 บาท แต่ที่ร้านยกฮั้วขายถูกแค่ 100 บาทเท่านั้น
     กินเมนูหม่อยช้อยแค้วหยุกของคนแคะกับข้าวสวยร้อนๆ ทำให้ผมอดคิดถึงคุณพ่อไม่ได้ เพราะพ่อผมยังมีหมูอบอีกสูตรคือแทนที่จะใส่ผักห่ำช้อยกอน ก็จะเปลี่ยนเป็นเผือกซึ่งรสชาติก็อร่อยไปอีกแบบ แต่ที่ร้านยกฮั้วไม่ได้ทำสูตรหมูอบเผือก
     นอกจากได้ชิมหมูอบจีนแคะเป็นที่ถูกใจแล้ว คุณศศิธรยังมีเมนูฟองเต้าหู้ยัดไส้ทอดมาให้กินเล่นๆ ตามด้วยเต้าหู้ยัดไส้กับลูกชิ้นปลากลายหม้อดิน และปิดท้ายด้วยเนื้อวัวผัดกับมะระ ถ้าคนที่เป็นลูกจีนแคะบอกแค่นี้ก็คงจะน้ำลายไหลแล้ว
     อาหารร้านนี้ถือว่าถูกมากๆ เพราะเจ้าของร้านขายด้วยใจจริงๆ อาหารส่วนใหญ่จะมีราคาตั้งแต่ 80-120 บาท
     คนที่มีความพยายามเท่านั้นที่จะตามไปกินอาหารแคะร้านนี้ได้ เพราะอยู่ในย่านนี้ที่แออัดมากๆ และเจ้าของร้านก็ค่อนข้างจะเป็นศิลปิน คือถ้าอยากกินก็ต้องหาร้านให้พบ ก็ต้องใช้แผนที่คลำทางหรือ โทร.ไปถามคุณศศิธรที่ 0-2226-2525.