สภาประชาชน

Friday, 27 August, 2010 - 00:00

สิ้นแล้ว...ครูสุทิน

 สวัสดี ท่านสมาชิกสภาประชาชนผู้ทรงเกียรติ
     สมาชิก "หนุ่ม รพช." ยกมือขออภิปรายถึงครูสุเทพ เทศารักษ์ ผู้จากไป
เรียน ท่านประธานท้วมและสมาชิกสภาประชาชนที่นับถือ
     เศร้า (อีกแล้ว) กับการ "สิ้น" ครูเพลงระดับแถวหน้าของวงการ นักไวโอลินและนักเป่าคลาริเน็ตชั้นเยี่ยมของประเทศ ผู้ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตเคยเป่าคลาริเน็ต เพลงพระราชนิพนธ์และเพลงแจ๊ส ถวายหน้าพระที่นั่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาแล้ว
     ครูสุทิน เทศารักษ์ จากไปในวัย 85 ปี
     ปีนี้ดุจังครูเพลงเก่าในอดีต ผู้สร้างผลงานเพลงเด่นๆ ดังๆ ดีๆ จนเป็นเพลงอมตะหลายท่าน ต่างทยอยลาจากโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็นครูพยงค์ มุกดา ครูประสิทธิ์ พยอมยงค์
     เพลง "ม่านไทรย้อย" ที่ครูสุทิน เทศารักษ์ นำทำนองบางส่วนมาจากเพลงคลาสสิก ที่ชื่อ VIOLIN CONCERTO ของ PETER TCHAIKOVSKY หรือที่เรียกกันว่า "ไชคอฟสกี" นักดนตรีแจ๊สชาวรัสเซีย ที่มีผลงานเพลงดีๆ มากมายสร้างไว้ให้โลก ได้เกิดความเพลิดเพลินรื่นรมย์สำราญ
     คือหนึ่งในหลายเพลงที่ได้รับความนิยมของท่าน โดยมีครูไสล ไกรเลิศ ประพันธ์เนื้อร้องให้ป้าโจ๊ว "เพ็ญศรี พุ่มชูศรี" ร้องไว้เมื่อหลาย (สิบ) ปีที่แล้ว นอกเหนือจากเพลงม่านประเพณี ม่านบังตาและเพลงดวงใจในฝัน ที่หลายท่านคงจำได้ดี
     ลืม ลืมหมดแล้วหรือไร แสงจันทร์ที่เคยเป็นใจ หลบบังร่มไทรย้อยกิ่ง กระซิบรำพันแฝงจันทร์เคยแอบเอนอิง หนาวลมแนบอกเธอผิง สุขซึ้งใจจริงหาใดปาน
     ลืม ลืมหมดแล้วน้ำคำ ซึ้งจำติดรอยใจพิมพ์ เคยชิมว่าเป็นน้ำตาล ยังหวานตรึงใจรสใดจะเปรียบประมาณ แท้จริงลมปากเธอหวาน หลอกฉันมานานร้อยหมื่นอย่าง
     กิ่งไทรย้อยร้อยรักไว้ ลมไหวไทรเอนใจเต้นคล้ายลาง แอบออดชู้ชูกิ่งพราง ไทรเจ้ากางใบบัง งามเหมือนดังม่านทอง
     ลืม ลืมหมดแล้วสายลม แม้ไทรที่เคยชื่นชม รื่นรมย์แทนเรือนหอห้อง ไทรเอ๋ยเคยเอนพักเป็นแดนสุขเคียงครอง เย้ายวนกันอยู่เพียงสอง ขาดรักไทรมองหมองวิญญา
     ดูเถิด ดูความงดงามแห่งวรรณศิลป์ที่ครูไสล ไกรเลิศ จินตนาการและเรียบเรียงไว้อย่างมีความหมาย เกิดความสุนทรีย์ในบทเพลงอย่างยอดเยี่ยม สอดรับกับท่วงทำนองเพลงที่ครูสุทินบรรจงสร้างสรรค์ไว้สุดฝีมือ
     หากดูถึงอดีตของครูสุทินแล้ว หลายท่านคงหายสงสัยว่า ทำไมครูจึงเล่นดนตรีได้ไพเราะนัก ด้วยวัยเพียง 7 ขวบเท่านั้น ท่านก็เริ่มฝึกเล่นไวโอลินและเปียโน จากนักดนตรีฝีมือเยี่ยมในวงการขณะนั้นคือ "ครูเติม เสนะสกุล" อดีตผู้อำนวยการเพลงและนักไวโอลินฝีมือเยี่ยม ของวงดุริยางค์ กรมศิลปากร ซึ่งก็ไม่ใช่ใครอื่นที่ไหน เพราะมีศักดิ์เป็นลุงของครูสุทินนั่นเอง!!
     ครูเติม เสนะสกุล ผู้เป็นลุงทำการฝึกครูสุทินอย่างเข้มงวดตั้งแต่การปลุกตอนตี 5 เพื่อให้มาฝึกไวโอลินจนถึงเวลาไปโรงเรียน และมาฝึกต่อจนมืดค่ำเมื่อกลับจากโรงเรียนแล้ว หากวันไหนไม่เล่นดนตรีก็จะถูกตี หรือถ้าเล่นผิดก็จะถูกตีเช่นกัน จนบางครั้งก็รู้สึกท้อแท้ใจ
     ครูสุทิน เทศารักษ์ มีความสามารถเล่นดนตรีได้ ทั้งเพลงคลาสสิกและเพลงแจ๊ส มีโอกาสแสดงดนตรีครั้งแรกกับวงดนตรีของครูเพลงชื่อดังของยุคนั้นคือ ครูนารถ ถาวรบุตร ครูเพลงชื่อดังผู้เป็นทั้งนักดนตรีและนักแต่งเพลง ตลอดจนเป็นหัวหน้าวงดนตรีที่มีชื่อเสียงมากในยุคนั้น ซึ่งเป็นเพื่อนกับลุงคือ ครูเติม เสนะสกุล
     ครูสุทินมีแผ่นเสียงจำนวนมากของเบนนี่ กู๊ดแมน นักเป่าคลาริเน็ต ราชาแจ๊สชื่อดังที่มีชื่อเสียงระดับโลก ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเคยทรงดนตรีร่วมกันเมื่อหลายสิบปีก่อน ในเวลาต่อมาครูสุทินได้ร่วมจัดตั้งวง TRIO เพื่อทำการแสดงตามสถานที่ต่างๆ โดยมีคุณประสาน สุทัศน์ ณ อยุธยา นักดนตรีฝีมือดีอีกท่านหนึ่งของเมืองไทยร่วมวงอยู่ด้วย
     ตลอดชีวิตที่ผ่านมานั้น ครูสุทินมีผลงานการแต่งเพลงจำนวนมาก หลายเพลงเป็นที่นิยมอย่างสูงยิ่งของผู้ฟัง มีคำกล่าวจากผู้ที่คุ้นเคยบอกไว้ว่า "สุทินเล่นไวโอลินแบบธรรมดาไม่เป็น ต้องมีลวดลายหวือหวาหาคนเลียนแบบได้ยาก" นี่คือเรื่องจริง!!!
     ครูสุทิน เทศารักษ์ เกิดวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2468 ถึงแก่กรรมเมื่อวันเสาร์ที่ 7 สิงหาคม 2553 เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. ที่โรงพยาบาลราชวิถี ซึ่งคุณสุเทพ วงศ์กำแหง ได้เป็นประธานในพิธีฌาปนกิจ ณ วัดหลักสี่ เวลา 17.20 น. เมื่อวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมานี่เอง!!!
     ณ วันนี้ โลกได้สูญเสียนักดนตรีและนักไวโอลินฝีมือเยี่ยม ผู้มีดนตรีทุกลมหายใจเข้าออกแม้กระทั่งนาทีสุดท้ายแห่งชีวิตไปอีกคนหนึ่งแล้ว...ครูสุทิน เทศารักษ์!!!
                    ....................
     วันที่ 7 สิงหาคมปีหน้า อย่าลืมมาร่วมกันจัดงานรำลึกถึงครูสุทิน เทศารักษ์