วันพฤหัสบดีที่ 2 กันยายน 2553
Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

แม้วล้มสถาบัน 'บิ๊กเสือ'ยืนยัน'แน่นอน'!/แนะคุ้ยฟอกเงิน


  "พล.อ.พิจิตร"  เดือด!  แฉ  "ทักษิณ"  จ้องล้มสถาบัน  ย้อนวาทะผีเจาะปากให้ในหลวงกระซิบข้างหู  "พระองค์ท่านเป็นเพื่อนเล่นหรือ"  ชี้หมิ่นพระบรมเดชานุภาพแล้ว-ทำบุญวัดพระแก้วก็ล่วงล้ำพระราชอำนาจ  จี้คนมีหน้าที่รับผิดชอบจัดการ   ข้องใจ ใช้สิทธิพิเศษอะไรไม่รับโทษตามที่ศาลพิพากษาจำคุก  ทำงาน  5  ปีเงินงอกแสนล้าน  เตือนอย่าโลภ  ตายไปเงินบาทเดียวก็เอาไปไม่ได้   นายกฯ  ตื่น  โจมตีองคมนตรีเท่ากับทำลายความมั่นคงของชาติ  จ้องงัดกฎหมายมั่นคงจัดการ  "ประสพสุข"  เผยคนกลางกำลังไกล่เกลี่ย  เชื่อเรียบร้อยก่อนสงกรานต์   แต่เสื้อแดงปิดทางอ้างผู้มีบารมีดันอยู่นอกรัฐธรรมนูญ  "เปรม"  กลับโคราชยังยิ้มแย้ม     หลังจากนายอำพล   เสนาณรงค์   องคมนตรี  ปาฐกถาที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน  (ก.พ.)  เมื่อวันพฤหัสบดี  ระบุถึงผู้ที่หมิ่นสถาบันมักมีอันเป็นไป  และในช่วงดึกของวันเดียวกัน   แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ  (นปช.)  หรือกลุ่มเสื้อแดง  ได้กล่าวบนเวทีวิจารณ์  พล.อ.เปรม  ติณสูลานนท์  ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ  และ  พล.อ.สุรยุทธ์  จุลานนท์  องคมนตรีอย่างรุนแรง   แต่ได้ระบุชื่อ  พล.อ.พิจิตร  กุลละวณิชย์  1  ใน  18  องคมนตรี  ว่ามีบารมีและแก้วิกฤติชาติได้มากกว่า

     ปรากฏว่าเมื่อช่วงเช้าวันศุกร์   ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวไอเอ็นเอ็นได้โทรศัพท์ไปที่บ้านพักของ    พล.อ.พิจิตร  ซึ่ง  พล.อ.พิจิตรรับสายและได้บอกกับผู้สื่อข่าวว่า  ความเห็นขององคมนตรีไม่แตกต่างกัน   พร้อมตั้งประเด็นคำถามถึง  พ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร  อดีตนายกรัฐมนตรี  อย่างดุเดือด

     พล.อ.พิจิตรตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับพฤติกรรมของ   พ.ต.ท.ทักษิณในช่วงที่ผ่านมาว่า  เหตุใดการที่อดีตนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งถูกศาลพิพากษาจำคุกแล้วแต่ไม่ยินยอมรับ โทษนั้น  อ้างความมีสิทธิพิเศษในเรื่องใด  หรือการกล่าวถึงสถาบันเบื้องสูงด้วยถ้อยคำที่ไม่ถูกไม่ควร  เหตุใดจึงไม่มีผู้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง

     องคมนตรีผู้นี้ยืนยันว่า  ในปัจจุบันนี้คณะองคมนตรีไม่มีความคิดเห็นแตกต่างกันตามที่มีนักวิชาการบาง คนออกมากล่าว  ซึ่งตนเองและคณะประชุมร่วมกันทุกวันอังคาร  โดยมี  พล.อ.เปรม   ติณสูลานนท์  เป็นประธานอย่างสม่ำเสมอ  และยืนยันว่าไม่มีการยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของการเมืองตามที่มีผู้กล่าวอ้าง

     ต่อมา  พล.อ.พิจิตร  ได้เป็นประธานมอบทุนมูลนิธิพระบรมธาตุเจดีย์กาญจนาภิเษก  ให้กับนักเรียนร่มเกล้าเขาค้อ   จ.เพชรบูรณ์  ที่กระทรวงกลาโหม   พร้อมให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางแก้ไขปัญหาวิกฤตการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ว่า   ตนเป็นทหารอาชีพ   ชาติ  ศาสนา  พระมหากษัตริย์    ต้องปกป้อง  ประเทศไทยอยู่รอดมาได้เพราะพระมหากษัตริย์ทรงปรีชาสามารถตั้งแต่ยุคล่า อาณานิคม  สถานการณ์การเมืองที่เป็นแบบนี้เพราะเราไม่ได้สร้างคน  สร้างแต่วัตถุ  ดังนั้นเราต้องสร้างคน

     ผู้สื่อข่าวถามว่า  ในฐานะที่เป็นองคมนตรี  เป็นห่วงสถานการณ์บ้านเมืองอย่างไร  พล.อ.พิจิตรกล่าวว่า   เราต้องสร้างคนตั้งแต่เด็ก  อย่าเน้นวัตถุ  ทุกวันนี้พระแก้วมรกตเยาวชนยังไม่รู้   อีกหน่อยจะเหมือนเขาพระวิหาร  ใครเอาไปก็ไม่มีความหวงแหน  เพราะไม่ได้รับรู้ความสำคัญของพระแก้วมรกต

     เมื่อถามว่า  จะฝากอะไรถึง  พ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร  ที่ยังโฟนอินปลุกกระแสเสื้อแดงอีกหรือไม่  พล.อ.พิจิตรบอกว่า  "ไม่อยากฝากเพราะผมเป็นองคมนตรี  แต่สิ่งที่  พ.ต.ท.ทักษิณล่วงล้ำพระราชอำนาจอย่างไร  การทำบุญในวัดพระแก้วทำได้หรือไม่  เราเป็นคนไทยเรากราบพระแก้วมรกตได้  แต่ทำบุญในวัดพระแก้วไม่ได้  ทำไม่ถูก  และเมื่อพ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไปแล้ว  และโทรศัพท์มาพูดออกผ่านทีวีว่า  ถ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโทรศัพท์มากระซิบข้างหูก็จะกลับมา  ผมถามว่าพระองค์ท่านเป็นเพื่อนเล่นของเขาหรือ"

     "ใช่  สิ่งนี้ทำไมไม่มีใครเอาเรื่อง  ถือเป็นการกระทำที่หมิ่นพระบรมเดชานุภาพแล้ว  รับราชการเป็นถึงนายกรัฐมนตรี   ทำอย่างนี้ได้อย่างไร"  พล.อ.พิจิตรตอบคำถามที่ว่า  การกระทำดังกล่าว  พ.ต.ท.ทักษิณไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงใช่หรือไม่

      องคมนตรีผู้นี้เปิดเผยด้วยว่า   นายราล์ฟ   แอล. บอยซ์  จูเนียร์  อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยมาพบกับตน   และประโยคแรกที่ถามนายกรัฐมนตรีของไทย  (พ.ต.ท.ทักษิณ)  ไปยุ่งอะไรกับเกาะเคย์แมน  ทั้งนี้ตนพอทราบมาบ้างจึงถามกลับไปว่าเกาะนี้เป็นเกาะอะไร     นายราล์ฟกล่าวว่าเป็นเกาะที่ฟอกเงินไม่ถูกต้องตามกฎหมายของประเทศนั้น   และมีนายกรัฐมนตรีของชาติอื่นด้วย  อย่างนายกฯ  ของอิตาลีเป็นเจ้าของบ่อนกาสิโน  เมื่อเขาสืบรู้ก็ต้องลาออก  ดังนั้นเมื่อนายราล์ฟรู้  ทำไมคนอเมริกันส่วนใหญ่ทำไมคนไทยจะไม่รู้

     "สื่อต้องไปตรวจสอบดูว่าเกาะเคย์แมนเป็นอย่างไร  เขาเอาเงินไปฝากไว้ทำไม  ลองคิดดู   ทำงานมาแค่   5-6  ปีมีเงินฝากถึง  1  แสนล้านได้อย่างไร"  องคมนตรีผู้นี้ตั้งข้อสังเกต
     "เรื่องนี้จะต้องนำมาแฉให้ประชาชนรับรู้ให้ได้  สืบมาว่ามันคืออะไร  และหมิ่นพระบรมเดชานุภาพหรือไม่การบอกว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โทรศัพท์มากระซิบข้างหู"

"ทักษิณ"จ้องล้มสถาบัน
     ถามอีกว่า  การต่อสู้ของ  พ.ต.ท.ทักษิณ  เป็นการจ้องล้มสถาบันกษัตริย์หรือไม่   พล.อ.พิจิตรกล่าวว่า  "แน่นอน"   พร้อมกับตั้งคำถามว่า  "ทำไมคนที่มีหน้าที่รับผิดชอบไม่ไปดำเนินการ  ซึ่งการทำงานรัฐบาลในการดำเนินการเรื่องนี้ช้าไป"

     ส่วนกรณีมีโอกาสเข้าเฝ้าฯ  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  พระองค์ทรงมีความเป็นห่วงกับสถานการณ์บ้านเมืองอย่างไร  พล.อ.พิจิตรกล่าวว่า  ก็เป็นเรื่องที่เราต้องสร้างคน  ต้องสร้างให้คนรัก  หวง  และห่วงแผ่นดิน
     "ปัญญาชนต้องคิดตรอง   และไปเชื่อเขาได้อย่างไร  ผมเป็นทหารชั่วชีวิต  ใช้ไปรบที่ไหนก็ไป  แต่เคยไปร่วมงานศพอยู่หน้าเชิงตะกอนและก็ยืนปลง  คนเรามีแค่นี้  เกิด  แก่  เจ็บ  ตาย  ร่างเอาไปไม่ได้  สตางค์สักบาทก็ยังเอาไปไม่ได้เลย   กระดูกก็เอาไปไม่ได้  แล้วจะโลภโมโทสันกันไปทำไม"  พล.อ.พิจิตรกล่าว
     พล.อ.พิจิตรยอมรับว่า  องคมนตรีได้มีการพูดคุยถึงสถานการณ์บ้านเมืองทุกอาทิตย์
     เมื่อถามว่า   เสียงขององคมนตรีที่มี   18  เสียง  จะสามารถสู้เสียงของกลุ่มคนเสื้อแดงได้หรือไม่   พล.อ.พิจิตรกล่าวว่า   "ต้องจี้ให้คนที่มีหน้าที่รับผิดชอบทำ  การกระทำของ   พ.ต.ท.ทักษิณหมิ่นพระบรมเดชานุภาพหรือไม่"

     นายสุเทพ   เทือกสุบรรณ  รองนายกฯ  ฝ่ายความมั่นคง  กล่าวถึงกรณีที่  พล.อ.พิจิตรแนะนำให้มีการตรวจสอบเส้นทางการเงินของ  พ.ต.ท.ทักษิณว่า  น่าสนใจ  ขอไปศึกษาก่อน  ตนมีความรู้เรื่อง   พ.ต.ท.ทักษิณน้อย  แต่คิดว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจ  น่าศึกษา  ส่วนจะให้หน่วยงานใดเข้าไปดูนั้นต้องลองดูข้อมูลก่อน

     ที่สนามบินสุวรรณภูมิ  ช่วงเย็น  ภายหลังกลับจากการประชุมจี  20  นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  นายกรัฐมนตรี  ให้สัมภาษณ์ถึงการปกป้องสถาบันองคมนตรีว่า  ถ้ามีการละเมิดกฎหมายจะต้องใช้กระบวนการของกฎหมาย  เพียงแต่สถานะของผู้ใหญ่ ในบ้านเมืองคงไม่ประสงค์ที่จะเป็นคู่กรณีและคู่ขัดแย้ง  ซึ่งรัฐบาลจะพยายามทำความเข้าใจในความถูกต้องที่เกิดขึ้น  ซึ่งคนที่ถูกพาดพิงจะต้องชี้แจง  แต่ตนสังเกตว่าความเป็นผู้ใหญ่ของบุคคลเหล่านี้พยายามชี้แจงน้อยที่สุดเพื่อ ไม่ให้เกิดความขัดแย้ง
     "ต้องตั้งคำถามกับคนที่พยายามดึงบุคคลเหล่านี้ลงมาสู่ความขัดแย้งว่าทำเพื่ออะไร  ทำเพื่อใคร"
     เมื่อถามว่า  การโฟนอินของ  พ.ต.ท.ทักษิณที่โจมตีองคมนตรี  มีนัยยะแฝงถึงอะไร  นายอภิสิทธิ์ระบุว่า  เมื่อเดินแนวทางในการจะแก้ปัญหาของตัวเองไม่ได้  ก็พยายามที่จะสร้างความขัดแย้งเพิ่มเติมมาโดยการไปดึงองค์กรอื่นเข้ามา  ซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมดา

จ้องงัดกฎหมายจัดการ
     ถามว่า    จะทำให้คนสับสนระหว่างสถาบันองคมนตรีกับสถาบันเบื้องสูงหรือไม่  นายกฯ  ชี้แจงว่า  ไม่ควรมีความสับสน  เพราะรัฐธรรมนูญจะเขียนชัด  จะบอกว่าการโจมตีสถาบันองคมนตรีจะเท่ากับสถาบันเบื้องสูงไม่ได้   แต่ขณะเดียวกันต้องดูว่าโจมตีในลักษณะไหน  อย่างไร  ซึ่งบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญจะมีอยู่ในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างองค์พระ มหากษัตริย์กับองคมนตรี   เช่น  การแต่งตั้ง  การให้พ้นจากตำแหน่ง  เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย  เป็นต้น
     "ผมคิดว่าเรามีสถาบันที่ดำรงความเป็นกลางอยู่  ซึ่งเป็นหลักให้เกิดความมั่นคงของบ้านเมือง   ใครพยายามที่จะโจมตีสถาบันที่มีความเป็นกลางและต้องเป็นหลักของบ้านเมืองคือ ทำลายความมั่นคง   ซึ่งตรงนี้รัฐบาลจึงได้ดูข้อกฎหมายอยู่ในการที่จะดำเนินการ"  นายอภิสิทธิ์กล่าว  และยอมรับว่าการใช้กฎหมายเรื่องความมั่นคงไม่ง่าย   เพราะความเป็นนามธรรมของคำว่าความมั่นคงจะต้องรัดกุม  ถ้ารัฐบาลดำเนินการไปแล้วไม่รัดกุม  แทนที่จะเป็นผลดีก็เป็นผลเสีย
     นายเทพไท   เสนพงศ์  โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวถึงการปาฐกถาของนายอำพล  เสนาณรงค์  องคมนตรี  ว่าข้อคิดที่องคมนตรีให้นั้นเป็นที่น่ารับฟังอย่างยิ่ง  เพราะเป็นข้อคิดที่เตือนสติคนไทยทุกคนโดยเฉพาะ  ใครก็ตามที่มุ่งร้ายสถาบันมีอันต้องเป็นไป  อยากให้คนที่คิดร้ายต่อสถาบันพึงสำนึกว่ากฎแห่งกรรมเป็นเช่นไร  แต่สิ่งที่กังวลคือข้อคิดที่เตือนสติเช่นนี้อาจนำไปเป็นเหยื่อปราศรัยโจมตี ของแกนนำกลุ่มเสื้อแดงแน่นอน  ใครที่ออกมาเตือนสติสังคมและมีความเห็นไม่สอดคล้องก็จะถูกหยิบไปปราศรัย  ไปโจมตีสาดเสียเทเสีย
     "อยากเตือนแกนนำ  นปช.ว่าการกล่าวพาดพิงองคมนตรีควรใช้ถ้อยคำที่เหมาะสม   การใช้คำโจมตีไอ้อีแต๋วตุ๊ดไม่ควร  และไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง  โดยเฉพาะมีการถ่ายทอดทางสถานีดีสเตชั่น  ซึ่งเป็นโทรทัศน์เถื่อน  ไม่มีหน่วยงานใดที่เข้ามาดูแล  จึงควรระวังการกระทำด้วย" นายเทพไทกล่าว
     นพ.บุรณัชย์  สมุทรักษ์  โฆษกพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวถึงข้อเสนอเรื่องการตั้งรัฐบาลแห่งชาติเพื่อแก้ไขปัญหาว่า  ตามภาวะการเมืองขณะนี้   ไม่น่าจะเป็นทางออกที่จะให้ผู้แทนทุกพรรคการเมืองมาเป็นรัฐบาล   แต่เป็นภารกิจของรัฐบาลในการแก้ปัญหา  เพราะรัฐบาลก็มาจากตัวแทนประชาชนทั้งประเทศ

"อานันท์"จวกพูดเลอะเทอะ
     นายอานันท์  ปันยารชุน  กรรมการอิสระและกรรมการกิจกรรมเพื่อสังคม  ธนาคารไทยพาณิชย์  (SCB)  และอดีตนายกรัฐมนตรี  ให้สัมภาษณ์ว่า  ปัญหาความไม่สงบการเมือง ซึ่งล่าสุดกลุ่มคนเสื้อแดงชุมนุมขับไล่รัฐบาลไม่ได้เพิ่งจะเกิดขึ้นในปีนี้  แต่มีมานานแล้วตั้งแต่  3-4   ปี  ซึ่งการปรับตัวของไทยก็น่าจะมีกันมาต่อเนื่อง  แต่ปัญหาของการเมืองแต่ละช่วงเวลาอาจจะแตกต่างกันตรงที่ความหนักแน่นและความ ลึกซึ้งของปัญหา  แต่มันก็อยู่ในวิสัยจะแก้ปัญหากันเองได้
     อดีตนายกฯ  บอกว่า  ในส่วนตัวเชื่อว่าปัญหานี้มันเหมือนกับชีวิตครอบครัว  เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจากคนในครอบครัว  ซึ่งในที่นี้ก็คือคนในประเทศเป็นผู้สร้างขึ้นมาเอง  ไม่ได้เกิดจากสิ่งที่ต่างประเทศนำมายัดเยียดให้  ดังนั้นการแก้ไขปัญหาก็ต้องทำกันเองในครอบครัว  แต่ทำได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับการระบบรัฐสภาหรือตุลาการ  ซึ่งก็เชื่อมั่นคนไทยจะสามารถแก้ปัญหากันไปได้
     "ตอนนี้คนที่กำลังพูดตอนนี้ก็พูดเลอะเทอะ  ใครพูดมากก็เลอะเทอะมาก  แต่ผมเชื่อว่าคนไทยมีวิจารญาณในการวิเคราะห์  ในการเชื่อ  ซึ่งถ้าสื่อมวลชนนำคำพูดที่เลอะเทอะตอนนี้ไปกระจายข่าว  มันก็จะเป็น  Multiplier  Effect"  อดีตนายกฯ  ระบุ
     ด้านนายอักขราทร  จุฬารัตน  ประธานศาลปกครองสูงสุด  ให้สัมภาษณ์ครั้งแรกหลังจากถูก  พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวหาว่าเป็นหนึ่งในผู้อยู่เบื้องหลังการปฏิวัติ  19  ก.ย.ว่า  ไม่รู้  เพราะตนอยู่ข้างนอก   เขาพาดพิงเอ่ยชื่อมาก็ให้ถามคนที่พาดพิง  อย่ามาถามตน  ยืนยันว่าไม่ได้อยู่เบื้องหลังการปฏิวัติอย่างที่กล่าวหา
     ส่วนที่มีข่าวระบุว่าไปร่วมรับประทานอาหารที่บ้านนายปีย์  มาลากุล  ณ  อยุธยานั้น  นายอักขราทรกล่าวว่า  เราเป็นคนรู้จักกัน  เรื่องกินข้าวไปกินทุกบ้าน  ไม่มีปัญหา  แต่คนที่เอ่ยชื่อมานี้ขนาดพูดเรื่องอีหนูยังพูดกันไม่ได้  แล้วนับประสาอะไรจะไปพูดเรื่องปฏิวัติ
     เมื่อถามว่า  เป็นตุลาการไปคุยกันเรื่องการเมืองเหมาะสมหรือไม่  นายอักขราทรย้อนถามกลับอย่างมีอารมณ์ว่า   แล้วรู้ได้อย่างไรว่าพูดเรื่องการเมือง   ที่เขาพูดกันก็ให้พูดกันไป  ถามคนที่กล่าวหาแล้วกัน  และเรื่องนี้มันก็เป็นปีๆ  แล้ว  ซึ่งไม่ได้ส่งผลถึงตุลาการภิวัตน์เลย
     ถามต่อว่า   ตุลาการภิวัตน์กำลังทำให้องค์กรตุลาการเสียหายหรือไม่  และทำให้บ้านเมืองเกิดความวุ่นวายในขณะนี้หรือไม่   ประธานศาลปกครองสูงสุดกล่าวอย่างหนักแน่นว่า  "ไม่ได้เสียหาย  และไม่มีอะไร  ผมไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น"

"ประธานวุฒิฯ"  เชื่อจบก่อนสงกรานต์
     ส่วนกรณีนายชัย   ชิดชอบ  ประธานสภาผู้แทนราษฎร  ระบุว่าจะมีผู้มีบารมีช่วยไกล่เกลี่ยปัญหานั้น  นายประสพสุข  บุญเดช  ประธานวุฒิสภา  กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า  ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ   โดยได้มีการประสานกับคนกลางที่จะทำหน้าที่ดังกล่าวแล้ว  ซึ่งคนกลางคนนี้เป็นที่จะมาทำหน้าที่ไกล่เกลี่ย   ซึ่งทั้งสองฝ่ายให้ความเคารพและเชื่อถือ  เชื่อว่าคงเจรจากันได้  ทั้งนี้ตนยังไม่ได้หารือกับนายชัย  ชิดชอบ
     "ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองก็มีความเป็นห่วงสถานการณ์ในขณะนี้  มีความพยายามทำกันอยู่  จะเรียบร้อยก่อนวันสงกรานต์   ซึ่งได้มีการประสานกันเป็นการภายในแล้ว"   นายประสพสุขกล่าวย้ำ
     ที่บ้านมนังคศิลา  มูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย  (พีเน็ต)  วิเคราะห์และอ่านเกมการเมือง  พ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร  โดยนายสมชัย  ศรีสุทธิยากร  กรรมการพีเน็ต  กล่าวว่า   ยุทธศาสตร์ของ  พ.ต.ท.ทักษิณ  ถือเป็นการเปิดแนวรบกับองคมนตรีในฐานะผู้อยู่เบื้องหลังรัฐประหาร  เนื่องจากประเมินแล้วว่าการโจมตีนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  นายกฯ  เริ่มไม่เป็นผล  เพราะยังไม่มีข้อผิดพลาดในการทำงาน
     "การเปิดแนวรบกับองคมนตรี  เป็นความอัดอั้นตันใจและแก้แค้นส่วนบุคคล  เนื่องจากคนหนึ่งคือ   พล.อ.เปรม  ติณสูลานนท์  ประธานองคมนตรี  เป็นคนที่อยู่เหนือรัฐบาลในสมัยที่ตนเองมีอำนาจ  อีกคนหนึ่งคือ  พล.อ.สุรยุทธ์  จุลานนท์  เป็นคนที่เป็นนายกฯ  หลังจากที่ตนหมดอำนาจ  และได้ดำเนินการในด้านคดีต่างๆ  จนทำให้  พ.ต.ท.ทักษิณเดือดร้อน"
     นายสมชัยกล่าวต่อว่า  การเจรจาเพื่อยุติปัญหากับกลุ่มเสื้อแดงคงไม่มีประโยชน์   เพราะหากต้องการยุติปัญหาจริง  จะต้องเจรจาโดยตรงกับ  พ.ต.ท.ทักษิณ  แต่คำถามคือ  จะเจรจาทำไมในเมื่อศาลตัดสินแล้ว   ดังนั้นทางออกของสังคมในขณะนี้จึงมีได้เพียงไม่กี่แนวทาง   คือรอให้  พ.ต.ท.ทักษิณหมดเงินหมดบารมีไปเอง  ซึ่งอาจใช้เวลามากกว่า  3  เดือน  ในขณะที่รัฐบาลจะเข้มแข็งขึ้น  ซึ่งอาจจะนำไปสู่การแปรพักตร์ของ  ส.ส.เพื่อไทย  แต่ทั้งนี้คงต้องอยู่บนพื้นฐานคือ  รัฐบาลจะต้องไม่สร้างเงื่อนไขความขัดแย้ง
     นอกจากนี้   สังคมต้องเรียกร้องให้กลุ่มผู้ชุมนุมในประเทศเห็นแก่ประโยชน์ด้านเศรษฐกิจ ของประเทศ  และอยากเรียกร้องให้กลุ่ม  นปช.เข้ามาร่วมแก้ไข  ปฏิรูปการเมือง  ซึ่งหากเห็นว่าสถาบันพระปกเกล้าไม่เหมาะสม  ก็ควรเสนอสูตรหรือแนวทางใหม่  มากกว่าจะคิดเพียงแค่การล้มระบอบอำมาตยาธิปไตย
    ทางด้านแกนนำเสื้อแดง  นายณัฐวุฒิ  ใสยเกื้อ  กล่าวถึงกรณีนายชัย  ชิดชอบ  ระบุว่าก่อนวันที่   8  เม.ย.นี้จะมีผู้มีบารมีช่วยไกล่เกลี่ยว่า  ตนไม่ทราบข่าวนี้เลย  และไม่ทราบว่านายชัยหมายถึงใครที่มีบารมี  ความขัดแย้งทางการเมืองในเวลานี้ส่วนตัวไม่เห็นว่าจะมีใครมาแก้ปัญหาได้  เพราะคนที่คนไทยคิดว่ามีบารมีก็ดันไปอยู่นอกรัฐธรรมนูญ  จะมาแก้ปัญหาประชาธิปไตยได้ยังไง  ดังนั้นขอให้ไปถามตัวประธานสภาฯ  เองจะดีกว่า
     ส่วนกรณีนายอำพล  เสนาณรงค์  องคมนตรี  ระบุว่า  หากใครทำไม่ดีกับสถาบัน  คนเหล่านั้นมักจะมีอันเป็นไป  แกนนำกลุ่มเสื้อแดงผู้นี้กล่าวว่า  เห็นด้วยกับข้อความดังกล่าว  โดยข้อเท็จจริงแล้ว  การแสดงความเห็นดังกล่าวคนที่น่ารับฟังคือคนในคณะองคมนตรีด้วยกัน  โดยเฉพาะ  พล.อ.เปรม  ติณสูลานนนท์  และ  พล.อ.สุรยุทธ์  จุลานนท์  เพราะไม่มีองคมนตรีคนอื่นๆ  เลยในประเทศไทยที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์โดยประเด็นทางการเมืองมากขนาดนี้
     "ดังนั้นควรฟัง   และทบทวนบทบาทการเป็นองคมนตรี  ที่พูดเช่นนี้คือต้องการบอกว่าผมยังเชื่อในองคมนตรีส่วนใหญ่  คนบางคนอยู่ในสถานะนั้น  แล้วลงมาเล่นการเมือง  ทำให้เกิดความเสียหาย  จึงอยากให้ทบทวนบทบาทและสิ่งที่เพื่อนองคมนตรีแสดงความเห็น"  นายณัฐวุฒิกล่าว
     นายสุรพงษ์  โตวิจักษณ์ชัยกุล  ส.ส.เชียงใหม่  พรรคเพื่อไทย  กล่าวตอบโต้นายชัยว่า เป็นการโกหก  ดึงเกมให้ยืดเวลาออกไป  เพราะเชื่อว่าถ้าอยากให้ยุติปัญหา  คนกลางจะต้องออกมาตอนนี้  ไม่ใช่จะต้องรอหลังสงกรานต์  หรือต้องการซื้อเวลาเท่านั้น

"เปรม"กลับโคราช
     ทางด้านความเคลื่อนไหวของ   พล.อ.เปรม   ติณสูลานนท์  เมื่อเวลา  16.00  น. ได้เดินทางด้วยรถตู้โฟล์คสวาเกน  สีบรอนซ์ทอง   หมายเลขทะเบียน  ฮง-2992  กรุงเทพมหานคร  มาถึงบ้านพักไร้กังวล  อ.เมืองฯ  จ.นครราชสีมา  โดยมีนายทหาร  นายตำรวจ  และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของจังหวัดนครราชสีมา   นำโดย  พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์  หนีพาล  แม่ทัพภาคที่  2,  พล.ต.ท.กฤษฎา  พันธุ์คงชื่น  ผบช.ภ.3,  นายประจักษ์  สุวรรณภักดี  ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา   และ   พล.ต.ต.ฉัตรกนก  เขียวแสงส่อง  ผบก.จว.นครราชสีมา  รวมทั้งนายสุรวุฒิ  เชิดชัย  นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา  มาให้กำลังใจ
     ทั้งนี้   พล.อ.เปรมได้ทักทายกับผู้ที่มาคอยให้กำลังใจด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส   และกล่าวว่าดีใจที่พวกเรามาเป็นกำลังใจให้   ขอบคุณทุกคนมาก  จากนั้นได้เชิญ  พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์,  พล.ต.ท.กฤษฎา  และนายประจักษ์  เข้าไปหารือเป็นการส่วนตัวเพียง  3  คนภายในบ้านพักเป็นเวลา  20  นาที
     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า   ตลอดทั้งวัน  มีกำลังตำรวจชุดปราบจลาจลของตำรวจภูธรจังหวัดนคราชสีมาจำนวน  145  นาย  วางกำลังรักษาความสงบและตั้งด่านสกัดที่บริเวณโดยรอบ  ตามเส้นทางที่มุ่งหน้าสู่บ้านพักของ  พล.อ.เปรม  ซึ่งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย 
     พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์กล่าวกับผู้สื่อข่าวภายหลังเข้าพบ  พล.อ.เปรมว่า   ท่านก็ไม่ได้ฝากอะไร  ซึ่งท่านมาพักผ่อนตามปกติเหมือนทุกครั้ง  ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ  ท่านมาพักผ่อนเสาร์-อาทิตย์ตามปกติ
     ผู้สื่อข่าวถามว่า   ท่านมีกังวลอะไรบ้างหรือไม่  โดยเฉพาะเรื่องการโจมตีของกลุ่มเสื้อแดง  พล.ท.วิบูลย์ศักดิ์กล่าวว่า  ไม่ได้กังวลอะไร  ซึ่งท่านก็คงอยู่ในส่วนของท่าน  และทำหน้าที่ของท่านไป   เราทุกหน่วยทุกฝ่ายก็ทำหน้าที่ไปตามภารกิจของแต่ละหน่วย   คงไม่มีอะไรเกิดขึ้น   
     นายยงยศ  แก้วเขียว  ว่าที่นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย  ได้อ่านแถลงการณ์เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวในการชุมนุมหลายกลุ่มพร้อมกับกำนัน จำนวน   2,652  คน  ว่าสมาคมกำนันฯ  ไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมของคนกลุ่มหนึ่ง  ที่ทำให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง  โดยจะขอปกป้องสถาบันไม่ให้ฝ่ายใดมาลบหลู่  ฟื้นฟูสร้างความสามัคคี  และให้ทุกฝ่ายยุติการชุมนุมโดยเร็วที่สุด
     เช่นเดียวกันที่  จ.กำแพงเพชร  นายสุวรรณ  ศุภกิจเจริญ  กำนันตำบลสระแก้ว  ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านอำเภอเมืองกำแพงเพชร  ยื่นแถลงการณ์ของสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย    ต่อนายวันชัย  สุทิน  ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร  เพื่อปกป้องและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์

flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Firefox 3  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์