เถาวัลย์ (2)

Saturday, 2 October, 2010 - 00:00

เถาวัลย์ (2)

 สวัสดี ท่านสมาชิกสภาประชาชนผู้ทรงเกียรติ
     เมื่อวานสมาชิก "พยอม แก้วกำเนิด" อภิปรายเรื่องเถาวัลย์ยังไม่จบ วันนี้เชิญขึ้นมาว่าต่อ
ท่านประธานท้วมที่เคารพ
     ขออนุญาตย้อนไปที่ย่อหน้าแรกของดิฉันนะคะ คือชื่อของเถาวัลย์ทั้ง 8 ชนิด ที่ทางอุทยานเอ่ยถึงนั้น ชาวบ้านคงไม่มีใครรู้จักมากนัก แม้ดิฉันเองก็ครุ่นคิดและขุดตำรา หาเรื่องเถาวัลย์หรือ LIANAS ซึ่งน่าจะต้องบอกชื่อวิทยาศาสตร์ไว้ด้วย เพื่อคอเดียวกันจะได้ล่วงรู้ด้วย ดิฉันจึงขอบอกให้เอง ดังนี้นะคะ
     หนามหัน คือ Caesalpinia godefroyana Kuntze
     หนามคนทา คือ Capparis cantoniensis Lour
     ฟักข้าว คือ Momordica cochinchinensis Spreng
     แก้วมือไว คือ Pterolobium integrum Craib อีกต้นคือ Pterolobium macropterum Kurz
     เถาวัลย์น้ำ คือ Ventilago denticulata Willd ต้นนี้เรียกว่า เถาวัลย์จาน, เถามวกเหล็ก ก็มี
     สะแกวัลย์ คือ Combretum punetatum Blume
     กระไดลิง คือ Bauhinia scandens L.
     เล็บเหยี่ยว คือ Ziziphus oenoplia L. อีกต้นคือ Dissochaetr affinis Korth
     ดิฉันจึงตรวจสอบแล้วไล่เรียงชื่อวิทยาศาสตร์มาให้พิจารณาดูได้แค่นี้นะคะ ซึ่งบางต้นก็มีชื่อวิทยาศาสตร์ถึง 2 ชื่อ ก็แปลว่าเป็นต้นไม้ 2 ต้น ความผันแปรไม่แน่นอนนี้ ก็ต้องสอบถามเอาความจากนายตู่ป่าไม้ดูเองก็แล้วกันนะคะท่านประธาน
     ตามแบบสากลแล้วชื่อวิทยาศาสตร์ของพืชและสัตว์ เขาจะมี 2 คำ หรือ 2 วรรค คำหน้าหรือวรรคหน้าคือชื่อสกุล หรือ Genus (พหูพจน์ว่า Genera) ของพืช คำหลังหรือวรรคหลังเป็นชื่อของพันธุ์พืช หรือ Species ของพืช 2 คำ หรือ 2 วรรคนี้เป็นอักษรตัวเอนนะคะ
     ส่วนคำสุดท้ายหรือคำที่ 3 เป็นอักษรตัวตรง คือรหัสนามย่อของนักพฤกษศาสตร์ ของผู้ที่ตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ไว้ให้พืชต้นนั้นเรียกกันว่า ชื่อผู้ตั้งหรือรหัสนามของผู้ตั้ง คือ Author name ค่ะ
     ระบบนี้เป็นระเบียบของสากลทั่วไปในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถานก็ใช้ระบบสากลนี้มาตั้งแต่ฉบับ พ.ศ. 2493 ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 3 และแก้ไขปรับปรุงเพิ่มเติมต่อกันมา จนถึงพจนานุกรมเล่มเท่าหีบ พ.ศ. 2542 ที่เราใช้กันอยู่ในขณะนี้
     เถาวัลย์หรือ LIANAS ชนิดมีหนาม ในป่าบ้านเราก็ยังมีอีกเยอะนะคะ และเถาวัลย์ชนิดไม่มีหนามก็มีในป่าเมืองไทยมากมาย เช่น เถาวัลย์เปรียง คือ Deris scandens Benth, เถาวัลย์ปูน คือ Cissus rependa Vahl, เถาวัลย์เหล็ก คือ Ventilago deticulata Willd, เถาวัลย์ด้วน มี 2 ต้น คือ Sarcostemma brunonianum Wight
     และอีกต้นคือ Sarcostemmaacidum J. Voigt, เถาวัลย์เขียวดง ก็มี 2 ต้น คือ Erythrorchis ochobiensis Garay และ Galeoia altissima Blume
     เถาวัลย์แต่ละชนิด ส่วนมากหรือส่วนใหญ่อยู่ต่างวงศ์ (Family) ห่างไกลกันมาก เช่น เถาวัลย์บางต้นก็อยู่วงศ์กล้วยไม้ บางต้นก็อยู่วงศ์ถั่ว บางต้นก็อยู่วงศ์พริกไทย และ ฯลฯ
     เรื่องของเถาวัลย์จึงมิใช่เรื่องที่นักวิชาเกินบางคนจะมาเมาธ์ยกเมฆมั่วกันแบบลุยถั่ว ลุยถั่วนั้นแค่คันอย่างเดียวนะคะท่านประธานท้วม แต่นักวิชาเกินพวกเกิดทีหลัง เรียนก็ทีหลังหลายสิบปีทำอวดสู่รู้ดีเกินพิกัด อาจโดนวงห่วงของเถาวัลย์มัดคอตนเอง ถึงแก่มรณังพังง่ายๆ
     ที่ไม่น่าอโหสิให้ก็เรื่อง พูดเอาความดีเข้าตัว เอาความชั่วให้เถาวัลย์ ทั้งๆ ที่แก่งกระจานนั้นเกิดก่อนนักวิชาเกินพวกเดินเต๊ะจุ๊ยหลายร้อยหลายพันปี แบบว่าพวกเต่าเมื่อวันซืน ทำอวดศักดามายืนพ่นบ่นพูดใส่ร้ายป้ายสีให้เถาวัลย์
     ได้ไปอาศัยกินเงินเดือนซึ่งเป็นภาษีของราษฎรไทย อยู่สุขอยู่สบายในแก่งกระจาน แต่แล้วยังคิดไม่ซื่อแค่อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ ว่าจะใช้มือจากองค์กรต่างประเทศเพื่อให้เข้าไปจัดการกับเถาวัลย์ในอุทยานแก่งกระจาน เพื่อพรรคพวกและผู้คนในครอบครัว เช่น ญาติโกโหติกาได้เข้ามาเก็บของป่าอันอุดมได้ โดยไร้เสี้ยนหนามจากเถาวัลย์ชนิดที่มีหนาม
     คงลืมนึกไปว่าพรรคพวกของตัวเอง และตนเองนั้นแลคือเสี้ยนหนามของอุทยานแห่งนี้ เชื่อดิฉันเถอะนะคะคุณตู่ ณ ป่าไม้ ช่วยบอกลูกน้องโปรดเปลี่ยนอาชีพ ออกไปจากบ้านพักในแก่งกระจาน แล้วกลับไปไถนาที่บ้านเดิมของตัวเองจะดีกว่ามาออกทำยึกยักหากินไม่ซื่อในแก่งแห่งนี้
     ถ้ายังอยากอยู่อยากใหญ่ในอุทยานแก่งกระจาน ต้องตั้งสติแสวงหาปัญญาใหม่ ชักชวนลูกน้องและผู้คนในละแวกนั้นช่วยกันอนุรักษ์เถาวัลย์ อย่าทำลายเถาวัลย์ในเขตอุทยานเป็นอันขาด!
     ฝากเรื่องนี้ผ่านมาที่ท่านประธานสภาประชาชน ขอเวลาให้ดิฉันได้อภิปรายอย่างรีบด่วนด้วยค่ะ ขอบคุณมากๆ ค่ะ ท่านประธานที่เคารพ
                    ....................
     อภิปรายจบแล้วอย่าลืมตอบคำถามลุงผ่องด้วยนะครับ.