เปลว สีเงิน

Friday, 24 December, 2010 - 00:00

จะไปไหนกันดี..ท้ายปี ๒๕๕๓

     "คุณรัฐกร อัศดรธีรยุทธ์" ประธานเครือหนังสือดอกเบี้ยธุรกิจ ทั้งชวน-ทั้งเชิญ ให้ผมไปสัมผัสงาน Thailand Smart Money 2010-2011 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ที่เริ่มตั้งแต่เช้าวันศุกรที่ ๒๔ ธันวา คือจากวันนี้ไปจนถึงวันอาทิตย์ที่ ๒๖ ธันวา ผมก็ถามเขาว่า Smart Money  คืออะไร คุณรัฐกรก็บอกว่า มันคืองานสำหรับคนที่มีเงินร้อย-เงินหมื่น เอาไปทำให้เป็นเงินหมื่น-เงินแสน และคนที่ไม่มีเงินเลย ก็ไปเอาเงินแสน-เงินล้านมาตั้งฐานชีวิตได้ ส่วนจะได้ยังไง..ก็ต้องไปคุยกันในงาน!
 "ของจริงหรือราคาคุยให้คนไปเที่ยวงาน?" ผมถามดักคอ
 คุณรัฐกรก็เลยให้เจ้าหน้าที่แฟกซ์รายละเอียดมาให้ปึกเบ้อเร้อ ก็ทราบว่า ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย "ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล" ท่านจะมาเจิมงานให้สมกับที่เป็นงาน Thailand Smart Money  เพราะงานนี้เป็นงานชุมนุมแบงก์หลวง แบงก์รัฐ แบงก์พาณิชย์ กระทั่งแบงก์อิสลาม
 เรียกว่า อะไรที่เกี่ยวกับเงินๆ ทองๆ มากองอยู่ในงานเพียบ รอให้คนเข้าไปเลือกตักตวงเอาตามเหตุ-ปัจจัยของแต่ละคนว่า ถ้าไม่มีเงิน แต่อยากได้บ้าน ได้คอนโด ได้รถ ได้มือถือ ได้เพชร ได้ทอง  กระทั่งอยากได้เงินไปลงทุนหมุนซ้าย-หมุนขวา ก็เข้าไปเลือกดูตามที่กติกาเขาบอก
 สำหรับคนที่มีเงินแล้วกลุ้มใจ เก็บไว้ก็ปลวกแทะสูญเปล่า ฝากแบงก์ตอนนี้ก็เหมือนแม่ไก่ "ไข่ฝ่อ"  ฝากหมื่น-ฝากแสน-ฝากล้าน รอทั้งปี ดอกเบี้ยไม่บาน เอาแต่แพลมตาหนูแค่ครึ่ง-๑% แต่ไม่รู้จะทำยังไงเงินจึงจะกลายเป็นแม่ไก่ไข่ดก ไปงานนี้ด่วนจี๋เลย ผมก็กะว่าจะหอบไปซัก ๑๐ ล้าน แบ่งฝากออมสิน ๕  ล้าน ฝากกรุงไทยอีก ๕ ล้าน
 เพราะ "เงื่อนไข" ในงานที่ออมสินเขาให้ ทำให้ตาผมกลายเป็นไข่ห่าน เขาประกาศว่า "เฉพาะในงานนี้" สำหรับ ๑,๐๐๐ คน/๑ วัน ใครฝากตั้งแต่ ๕๐,๐๐๐-๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท เอาไปเลย..ให้ดอก ๕%
 และไม่ต้องรอจนเหงือกแห้ง-เหงือกเหี่ยวให้ครบปี ฝากแค่ ๕ เดือนเท่านั้น ๕% เอาไป ธนาคารออมสินเขาให้เป็นพิเศษ!
 ส่วนกรุงไทย จะน้อยกว่ากันได้ซะเมื่อไหร่ ฝากประจำ ๑๘ เดือน เอาไปเลย ๕.๕๕% จะกู้ก็ได้นะ  ส่งท้ายปีเก่า-ต้อนรับปีใหม่ ใครกู้ในงานที่กรุงไทย เอาไปเลย...๐%
 ครับ...อ่านแล้วตาลาย หัวใจสวิงสวายคล้ายจะเป็นลม เพราะดูไปแล้วคล้ายกับว่าเป็นงานซานตาคลอสมา "เทกระจาด" ส่งท้ายปีเก่า-ต้อนรับปีใหม่ จากบรรดาสถาบันการเงินทั้งหลายให้กับแฟนๆ  ในงาน Smart Money เข้าบูธไหนระวังหน่อยนะครับ ของลด-แลก-แจก-แถม จะทับตาย อย่าว่าแต่แจกทอง แจกเพชร แจกมือถือ แจกตั๋วเครื่องบินเลยครับ
 รถยนต์เขายังแจกเลย...คู้น!
 สรุปเป็นว่า ปีหน้า ๒๕๕๔ ใครต้องการวางแผนชีวิตผ่านการเงินด้วย "ผลประโยชน์ต่างตอบแทน" ที่ตัวเองได้เปรียบละก็ ไปบริหาร-จัดการซะให้เรียบร้อยได้ที่ศูนย์สิริกิติ์วันนี้ ตามบูธสถาบันการเงินที่ท่านเลือกคุยแล้วพอใจ จะซื้อ จะขาย จะโอน จะผ่อน จะดาวน์ จะกู้ จะฝาก จะประกัน หรืออยากได้ฟรี มีให้ทั้งนั้น
 อย่างการลงทุน LTF/RMF ที่กำลังเข้าเทศกาล ไปที่แบงก์ไทยพาณิชย์ หรือไม่ก็ที่แบงก์กสิกรไทย  ลงทุนปุ๊บในงานนี้ มีกำไรเป็นของขวัญ-ของฝาก มันมากซะจน...ไม่อยากจะเชื่อ!
 งานมี ๓ วัน ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ งานนี้ คนมีเงิน-ต้องไป, คนไม่มีเงิน-ยิ่งต้องไปใหญ่ อย่าไปรอให้เงินมาหาท่าน ท่านต้องไปหาเงิน เพราะเงินไม่มีเท้า ส่วนท่านมีเท้า ควรใช้เท้าพาสมองไปแล้วจะรู้ว่า "โลกนี้ไม่มีทางตัน ในงาน Smart Money"
 งานนี้ นอกจากเงินมากอง ทองมาตั้งแล้ว ยังมี "คลังสมอง-ทองปัญญา" เป็นวงสัมมนาจากท่านผู้รู้แขนงต่างๆ ทั้งทางเศรษฐกิจ-การเงิน-การลงทุน หมุนเวียนมาให้ความรู้ และข้อมูลตั้งแต่บ่ายโมงไปจนถึงหกโมงเย็น
 ที่ผมอ่านแล้วตาผึ่งคือเขายก "คลินิกหุ้น" มาไว้ที่นี่ให้ลุ้นด้วย!
 กระทั่งพวกกองทุนต่างๆ รวมถึงโกลด์ ฟิวเจอร์ ซึ่งห้างทองแม่ทองสุกมาเอง ถ้าใครไม่อยาก "ซื้อหุ้นผิดตัว คิดจนหัวล้าน" ละก็ วันเสาร์-อาทิตย์ เศรษฐี-ยาจกจากหุ้นทั้งหลาย ลืมได้ แต่พลาดไม่ได้ เพราะสรรพเซียนหุ้นจากสำนักหลักทรัพย์ต่างๆ ท่านจะมาจี้ มาไช มาไขตัวรวย ถ้าไม่ซวยกันซะก่อน จะได้รวยกันล้นพอร์ต
 ปีหน้า ๒๕๕๔ ที่พูดกันว่า Set จะไปที่ ๑,๒๐๐-๑,๕๐๐ จุดนั้น จะ เซ็ต หรือจะ เสร็จ ไปฟังบรรดาปรมาจารย์เขาวิเคราะห์นะครับ!
 เอ้า...ไหนๆ ก็ไหนๆ คุยเป็นการโฆษณาชวนเชื่อให้ท่านไปโน่น-มานี่ ก็ไปแล้วรวยหรอกครับ ไม่ใช่ไปแล้วซวย ขอถือโอกาส "คุยชวนเที่ยว" ต่อซะเลย คือพอดีทางคน ททท.เขาส่งเอกสารร้อนๆ มาให้เมื่อบ่ายวาน (๒๓ ธ.ค.) ท่าทางเพิ่งเสร็จออกจากเตาจริงๆ ด้วยแหละ ยังร้อนฉ่า ควันกรุ่นอยู่เลย
 เป็นตารางงาน "การจัดกิจกรรม Countdown 2011 ภูมิภาคส่วนกลาง"!
 เห็นแล้วเป็นปลื้ม วันก่อน สสส.ของคุณหมอกฤษดา จัดโครงการ "สวดมนต์ข้ามปี" คู่ขนานกับประเพณีส่งท้ายปีเก่า-ต้อนรับปีใหม่ทั่วไปที่มักจัดด้วยการ "กินเหล้า-เคาต์ดาวน์"
 ทาง ททท.ที่จุดประเด็น "เคาต์ดาวน์-เข้าวัด" คู่ขนานไปกับงาน "กินเหล้า-เคาต์ดาวน์" มาบ้างแล้วปี-สองปี และในปีนี้ ท่านผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย "คุณสุรพล เศวตเศรนี" ประทับตรา  ททท.รณรงค์ส่งเสริมการท่องเที่ยว ด้วยการชักชวนให้ชาวไทย-ชาวเทศทั้งหลาย ได้สัมผัสกลิ่นอายบรรยากาศเคาต์ดาวน์ที่ไม่เหมือนที่ไหนในโลก นอกจากที่เมืองไทย คือ
 เปลี่ยนการชูแก้ว-ชูขวด ซาหวาดดีปีหม่ายยย แล้วจุดพลุ จุดตะไลเปรี้ยงปร้างตามหน้าห้าง-หน้าหอ ไปชูดอกไม้ ชูประทีปเทียนทองในลานโบสถ์ ลานวิหาร ลมโชยโรยพัดกลิ่นธูป ควันเทียนให้ความรู้สึก ตื่น แต่สงบ ความมืดถูกแสงไฟตัดกัดกินเกิดมุมเงามะลำมะเลือง อร่ามเหลืองแห่งองค์พระปฏิมาที่เด่นสง่าอยู่ในโบสถ์แลบแลช่องลอดเสาระเบียงส่งรัศมีเฉียง-ตรง เห็นแล้วเกิดมั่นคงด้วยศรัทธา
 ๒ ยามเป๋ง เสียย่ำกลอง ย่ำระฆัง กังวานใส จุดใจฟื้น แทนเสียงพลุ เสียงตะไล และเสียงสงฆ์ประจงสวดชยันโตเป็นโชคชัยข้ามปีเก่าสู่ปีใหม่แทนเสียงขี้เมาตะโกน...ซาหวาดดีปีหม่ายยย ฟังไกลๆ  เสียงกระดิ่งติ่งห้อยใบฎีกา-ช่อฟ้าชายคาโบสถ์ กรุ๊งกริ๊ง..กรุ๊งกริ๊ง ไม่ขาดสายตามสายลมอ่อน กระจกสีสะท้อนแสงวูบวับสลับมืด เป็นทั้งบรรยากาศ และทั้งความรู้สึกปีใหม่ ที่จะหาจากที่ไหนในโลกให้อย่างนี้ไม่ได้เลย
 นอกจากที่ "ไทย-เมืองพุทธ" ที่เดียว!
 ททท.ก็ส่งรายชื่อวัดที่จัด "เคาต์ดาวน์-เข้าวัด" ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดมาให้ ทั้งสวดมนต์เช้า ฟังเทศน์ เจริญสมาธิ ปฏิบัติธรรม ทำวัตรเย็น เจริญชัยมงคลคาถาส่งท้ายปีเก่า-ต้อนรับปีใหม่ ตอน  ๒ ยาม ช่วงคาบต่อ ๓๑ ธันวา สู่ ๑ มกรา ๕๔ โอ้โฮ..มากมาย บอกไม่หมด วัดสร้อยทอง วัดพรหมวงศาราม วัดชนะสงคราม วัดพระเชตุพน วัดบวรนิเวศวิหาร วัดมหาธาตุ วัดสุทัศน์ วัดพระรามเก้า วัดเบญจมบพิตร แล้วก็ที่หัวหิน ปราณบุรี อยุธยา กาญจนบุรี สุพรรณบุรี เพชรบุรี สมุทรสงคราม นครปฐม
 เอาเป็นว่า อยู่ถิ่นไหน ชุมชนไหน พากันไป "เคาต์ดาวน์-เข้าวัด" จัดสังคมไทยให้เป็นประเพณีใหม่-ต้อนรับปีใหม่ เป็นทางเลือกคู่ขนานกันไปกับประเพณี รื่นเริงสุขสำราญเหมือนดอกไม้บานยามเช้า แล้วก็...เมาอ้วก แบบเดิมๆ เอากันอย่างนั้นนะครับ
 งานแบบนี้ ผมชอบอยู่แล้ว ใครทำ-ใครจัด บอกมา ผมจะโพนทะนาให้เต็มภิกขาเลย ผู้ว่าฯ ททท.ท่านนี้ ผมสังเกตว่า ท่านยึดวัด-ศาสนา-วัฒนธรรม-ธรรมชาติ และเอกลักษณ์ถิ่น-เอกลักษณ์ไทย เป็นแกน-เป็นหัวใจของการส่งเสริมการท่องเที่ยว อย่างนี้แหละที่เรียกได้เต็มปาก-เต็มคำว่า 
 ท่องเที่ยวแบบ "ส่งเสริม"
 ไม่ใช่ชักชวนคนมาเที่ยวเพื่อ "ทำลาย"!
 ทุกชาติในโลกนี้ มีสมบัติให้คนในชาติได้กิน-ได้ใช้ไม่หมด (ถ้าไม่อกตัญญู) จากคุณสมบัติ ๒ อย่างเหมือนๆ กัน คือ ๑.การไม่ลบหลู่บรรพบุรุษและไม่เหยียบย่ำบ้านเมืองตัวเอง ๒.การไม่ทำลายธรรมชาติและการไม่ละทิ้งอารยวัฒนธรรมชาติตัวเอง
 การที่ ททท.ยุคคุณสุรพลก้าวข้ามคำว่า "หาเงินเข้าประเทศ" จากการท่องเที่ยว ไปถึงจุดแห่งจิตสำนึกว่า "รักษาจุดแข็งประเทศ" เพื่อการท่องเที่ยวที่กินไม่หมด
 นี่แหละ...ส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เข้าถึงปรัชญาของมัน!
 นอกจากคุณสุรพลที่ทำให้เห็นแล้ว ผมเห็นนักการเมืองอยู่คนหนึ่งที่เคยทำให้ ททท.เข้าถึงปรัชญานี้คือ "คุณพิทักษ์ อินทรวิทยนันท์" สมัยที่ท่านเป็นรัฐมนตรีดูแลการท่องเที่ยว ท่านทำให้ประเทศไทยได้ "ทั้งเงิน-ทั้งกล่อง" เงินไหลเข้าไทยโดยประเทศไม่หมอง นับจากครั้งนั้นแล้ว มองไปก็...ใจหาย
 เอาละมังครับ นับจากปีนี้ไป ตั้งอก-ตั้งใจ ตั้งเข็มทิศชีวิตกันให้ดี ความชั่วร้ายจากคนกาลีและสิ่งอัปรีย์เมืองกำลังจะเป็นเมฆหมอกที่พ้นผ่าน เมื่อพฤษภา ๕๔ ผ่านไป จากนั้นประเทศไทยจะตั้งเข็มใหม่เดินหน้าแบบ ค่อยๆ ดี ค่อยๆ ไป ประเทศคอยท่านได้ แต่ความดี-ความจัญไร จะไม่คอยใครแล้ว
 ดี-อยู่, เลว-ตาย
 จำสั้นๆ ง่ายๆ แค่นี้ สำหรับปีหน้า.