ต่างประเทศ

Sunday, 9 January, 2011 - 00:00

จีนวาดแผนสร้างทางรถไฟเชื่อมโลก พม่ากลายเป็นศูนย์กลางโยงอินเดีย-อุษาคเนย์

   พม่ากำลังกลายเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค ที่เชื่อมโยงจีนกับอินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยโครงสร้างทางรถไฟหลายสาย เส้นทางเหล่านี้จะกลายเป็นโครงข่ายการคมนาคมของเอเชียในอนาคตอันไม่ไกลนัก
     ตามรายงานของ Bian McCarton ในเอเชียไทมส์ออนไลน์ จีนมีแผนที่จะสร้างทางรถไฟหลายสายเชื่อมโยงพื้นที่แถบตะวันตกเฉียงใต้ของจีนไปยังเมืองท่าต่างๆ ในพม่า และต่อไปยังอุษาคเนย์กับเอเชียใต้ โดยเฉพาะเส้นทางเชื่อมโยงเมืองคุนหมิงกับท่าเรือน้ำลึกและเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งกำลังก่อสร้างที่เมืองจ้าวผิ่ว (Kyaukpyu) ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากซิตตเว เมืองเอกของรัฐยะไข่ ทางฝั่งตะวันตกของพม่า
     คาดว่าเส้นทางรถไฟยูนนาน-พม่าสายนี้จะสร้างเสร็จในปี 2015 และจีนก็กำลังจะสร้างท่าเรือและเขตอุตสาหกรรมที่นั่นด้วย เพื่อเป็นช่องทางส่งออกสินค้าจากเขตตะวันตกเฉียงใต้ของจีนซึ่งไม่มีทางออกทะเล รวมทั้งเป็นจุดขนถ่ายน้ำมันและก๊าซ
     ทางรถไฟอีกสายหนึ่งมีความยาว 1,920 กม. เชื่อมเมืองคุนหมิงกับเมืองท่าย่างกุ้ง ซึ่งจะเป็นการขยายเส้นทางแนวเหนือ-ใต้ซึ่งมีอยู่แล้ว เส้นทางนี้จะเชื่อมไปถึงท่าเรือแห่งใหม่ที่ทวายในภาคใต้ของพม่า แล้วต่อไปก็จะมีเส้นทางเชื่อมระหว่างทวายกับกรุงเทพฯ
     เส้นทางสายที่สามจะตัดผ่านรัฐฉานของพม่า โดยเชื่อมเมืองคุนหมิงกับเชียงราย แล้วเชื่อมจากเชียงรายเข้าสู่โครงข่ายรถไฟในไทย เส้นทางสายนี้และเส้นทางที่กำลังสำรวจในลาว จะเป็นเส้นทางขนส่งทางรถไฟระหว่างจีน กัมพูชา ไทย และสิงคโปร์
     นอกจากนี้ ยังมีการวางแผนจะสร้างอีก 2 เส้นทาง เชื่อมโยงเมืองต้าลี่ในเขตตะวันตกเฉียงใต้ของจีน กับเมืองมิตจีนาและลาโชของพม่า ทั้งสองเมืองของพม่านี้เป็นชุมทางการค้าและต้นทางรถไฟ
     เมื่อสร้างเสร็จ เส้นทางเหล่านี้จะช่วยกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างจีนกับพม่า และบูรณาการเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้
     เวลานี้จีนได้ดำเนินโครงการต่อขยายเส้นทางรถไฟจากความยาว 78,000 กม.ในปัจจุบันให้เป็น 110,000 กม.ในปี 2012 และเป็น 120,000 กม.ภายในปี 2020 ใช้เงินราว 1 ล้านล้านดอลลาร์ เวลานี้มีความคืบหน้าไปครึ่งหนึ่งแล้ว เป้าหมายคือทำให้เมืองใหญ่ของจีนทุกแห่งเชื่อมถึงกันหมดด้วยรถไฟความเร็วสูง ซึ่งแล่นได้ 200 กม./ชม.
     พม่าได้กลายเป็นทำเลสำคัญในแผนการของจีนที่จะใช้รถไฟความเร็วสูงเชื่อมจีนเข้ากับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และยุโรป เส้นทางตามแผนเหล่านี้เป็นสิ่งที่คิดกันมาตั้งแต่ทศวรรษ 1960 แล้ว เรียกว่าทางรถไฟสายทรานส์เอเชีย หากสร้างสำเร็จก็จะเป็นโครงการสาธารณูปโภคที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์
     เส้นทางจะวางแนวพาดผ่านจุดไหนบ้างนั้นยังไม่ชัดเจน แต่มีทิศทางใหญ่ 3 ด้าน คือ เส้นทางสายเหนือจะผ่านมองโกเลีย คาซัคสถาน รัสเซีย ยูเครน ไปเชื่อมกับโครงข่ายรถไฟของยุโรป
     เส้นทางตอนกลางจะผ่านพม่า บังกลาเทศ อินเดีย ปากีสถาน อิหร่าน ไปยังตุรกี และเส้นทางสายใต้จะเชื่อมโยงพม่ากับสิงคโปร์ โดยผ่านพม่า ลาว เวียดนาม และไทย ตอนนี้จีนมีเส้นทางรถไฟเชื่อมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แค่สายเดียวไปยังเวียดนาม
     อุปสรรคใหญ่ข้อหนึ่งของโครงการนี้ คือ จีนยืนกรานจะใช้รางที่มีความกว้างเท่ากับรางของรถไฟความเร็วสูงในประเทศจีน แต่ระบบรางของพม่าและประเทศอุษาคเนย์อื่นๆ นั้นมีขนาดไม่เท่ากัน จำเป็นต้องเปลี่ยนรางหรือวางรางใหม่ แต่ปัญหาที่ตามมาก็คือ ต้นทุนสูง แล้วจะแบ่งกันแบกรับต้นทุนนี้อย่างไร
     จีนเสนอจะออกเงินสร้างทางรถไฟสายใหม่และปรับปรุงรางเดิมให้พม่า โดยแลกกับการได้สัมปทานทรัพยากรธรรมชาติต่างๆ เช่น น้ำมัน ก๊าซ และน้ำ
     นอกจากเป็นเส้นทางส่งออกสินค้าจากเขตตะวันตกเฉียงใต้ของจีนแล้ว ทางรถไฟเหล่านี้ยังจะเป็นเส้นทางขนส่งทรัพยากรพลังงานจากตะวันออกกลางและแอฟริกาด้วย ท่าเรือน้ำลึกที่เมืองคอกซ์บาซาร์ในบังกลาเทศและจ้าวผิ่วกับทวายในพม่าจะช่วยย่นระยะทางของการส่งน้ำมันทางทะเลจากตะวันออกกลางและแอฟริกาได้เกือบครึ่ง
     ท่าเรือและทางรถไฟดังกล่าวยังจะช่วยหลีกเลี่ยงเส้นทางขนส่งอันคับคั่งในช่องแคบมะละกาได้ด้วย เวลานี้ราว 80% ของพลังงานนำเข้าของจีนต้องพึ่งพาเส้นทางช่องแคบดังกล่าว และหากสหรัฐเกิดขัดแย้งกับจีน อเมริกาอาจปิดกั้นเส้นทางนี้ก็เป็นได้ ดังนั้น สาธารณูปโภคเหล่านี้จึงมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์สำหรับจีน
     ที่ผ่านมา จีนกับบังกลาเทศได้หารือกันถึงเรื่องการเชื่อมทางรถไฟระหว่างเมืองคุนหมิงกับท่าเรือน้ำลึกแห่งใหม่ที่คอกซ์บาซาร์โดยผ่านพม่า ยังไม่มีการลงนามข้อตกลงระหว่างรัฐบาลปักกิ่งกับธากา แต่คาดว่าเส้นทางความยาว 111 กม.นี้จะผ่านภาคตะวันออกของบังกลาเทศไปยังเมืองกันดัมในพม่า โดยอาจเชื่อมกับโครงข่ายรถไฟเดิมของพม่า หรือเชื่อมกับเส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายใหม่
     รัฐบาลธากามีความสนใจที่จะสร้างเส้นทางรถไฟไปยังชายแดนพม่าเมื่อเดือนกรกฎาคม 2010 ธากาได้ประกาศแผนจะสร้างทางรถไฟไปยังพรมแดนด้านพม่าภายในปี 2014 ด้วยเงินลงทุน 260 ล้านดอลลาร์
     อย่างไรก็ดี ในช่วงสองสามปีมานี้ ความสัมพันธ์ของพม่ากับบังกลาเทศไม่ราบรื่นนักเพราะมีข้อพิพาทเรื่องพรมแเดน เรื่องผู้ลี้ภัยมุสลิมโรฮิงยาจากพม่า เรื่องการลักลอบขนของเถื่อน และเรื่องกรรมสิทธิ์เหนือแหล่งน้ำมันและก๊าซในทะเล
     ทางด้านอินเดียนั้นก็ไม่อยากน้อยหน้าจีนในเรื่องการสนับสนุนเงินทุนสร้างทางรถไฟในพม่า นิวเดลีได้เปิดไฟเขียวให้เอ็กซิมแบงก์ปล่อยกู้ 60 ล้านดอลลาร์แก่พม่าในโครงการสร้างทางรถไฟ การปล่อยเงินกู้ดังกล่าวมีขึ้นในช่วงที่พลเอกอาวุโสตาน ฉ่วย ของพม่าไปเยือนกรุงนิวเดลี และพบหรือกับนายกรัฐมนตรีมันโมฮัน ซิงห์ เมื่อเร็วๆ นี้
     การให้ความช่วยเหลือดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการความร่วมมือแม่โขง-คงคา ซึ่งจะเชื่อมทางรถไฟจากนิวเดลีไปยังกรุงฮานอย เมื่อปี 2000 อินเดียได้ลงนามข้อตกลงโครงการนี้กับไทย ลาว พม่า เวียดนาม และกัมพูชา โดยอินเดียได้เปิดวงเงินกู้ 56 ล้านดอลลาร์ให้แก่พม่าเพื่อสร้างทางรถไฟในภาคกลางและภาคตะวันตกเฉียงเหนือ และอินเดียยังช่วยปรับปรุงเส้นทางรถไฟสายย่างกุ้ง-มัณฑะเลย์ด้วย
     ในการเชื่อมทางรถไฟของอินเดียกับพม่านี้ การรถไฟอินเดียได้ลงมือตระเตรียมที่จะขยายรางรถไฟจากเมืองจิริบัมในรัฐมณีปุระไปยังเมืองโมรีที่ชายแดนพม่า เส้นทางนี้จะเชื่อมต่อไปยังต้นทางรถไฟที่เมืองเซกยีในเขตสะกายของพม่า และต่อไปยังเมืองทามูที่ชายแดนพม่า-อินเดีย
     เส้นทางรถไฟอินเดีย-พม่าจะเป็นประโยชน์แก่การขนส่งสินค้าระหว่างอินเดียกับจีนด้วย มูลค่าการค้าระหว่างประเทศทั้งสองได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เวลานี้จีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของอินเดีย มูลค่าการค้าได้เพิ่มเป็น 60,000 ล้านดอลลาร์เมื่อปีที่แล้ว
     แม้จีนกับอินเดียได้แข่งอิทธิพลกันในภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะในพม่า เศรษฐกิจของประเทศทั้งสองกำลังพึ่งพากันและกันมากขึ้นเรื่อยๆ แม้อินเดียจะขาดดุลการค้ากับจีนก็ตาม
     การที่พม่ากำลังกลายเป็นศูนย์กลางเส้นทางการคมนาคมขนส่งของภูมิภาคเช่นนี้ จะส่งผลอย่างไรต่อพม่าเอง ต่อความสัมพันธ์ของพม่ากับเพื่อนบ้าน และต่อความเคลื่อนไหวทางยุทธศาสตร์ระหว่างมหาอำนาจ ทั้งจีน อินเดีย สหรัฐ ยุโรป คือโจทย์ใหม่ที่ชวนติดตาม.