สภาประชาชน

Tuesday, 11 January, 2011 - 00:00

พระหายโศก

สวัสดี ท่านสมาชิกสภาประชาชนผู้ทรงเกียรติ
     สมาชิก "สองปม" ปีใหม่นี้อยู่ใกล้พระ จึงมีเรื่องพระมาเล่าสู่กันฟังอีก
เรียน ท่านประธานท้วม
     การสร้างพระพุทธรูปนั้น มีที่มานับแต่เริ่มแรกคือ ไม่มีการสร้างเป็นรูปคนสำหรับกราบไหว้เคารพ แต่ใช้สัญลักษณ์แทน เป็นดอกบัวบานบ้าง ธรรมจักรบ้าง ต่อภายหลังได้รับอิทธิพลกรีกเข้าไปสู่อินเดีย จึงเกิดคตินิยมการสร้างพระเป็นรูปคนจริงขึ้น และได้เผยแพร่คติความเชื่อนี้มายังดินแดนสุวรรณภูมิและสยามประเทศแห่งนี้
     พระพุทธรูปที่นิยมสร้างกัน โดยยึดอากัปกิริยาหรือปางของพระพุทธเจ้าเป็นหลัก เป็นตอนที่พระพุทธองค์ทรงบำเพ็ญเพียรทำสมาธิ ปางมารวิชัย-ตอนที่พระพุทธองค์ทรงเอาชนะมารได้ ก่อนตรัสรู้ที่มีมารผจญมากมาย ปางปฐมเทศนา-เป็นการแสดงพระธรรมครั้งแรก ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ล้วนมีที่มาทั้งสิ้น
     แล้วเคยได้พบพระหายโศกบ้างหรือไม่ พระหายโศกเป็นอย่างไร ถ้าพระพุทธรูปองค์นี้หาย กรมศิลปากรโศกแน่ๆ เพราะพระหายเลยโศก-ไม่ใช่เช่นนั้น เป็นพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นเพื่อให้เป็นมงคล กราบบูชาแล้วไม่มีโศกเศร้า ถ้ามีความทุกข์โศกอยู่ ทุกข์โศกนั้นก็จะหาย
     แล้วต้องโศกไหมจึงจะไปไหว้ท่านได้ ไม่จำเป็น เพียงมีใจมีจินตนาสุขสถิตอยู่ที่ใจก็ไหว้พระได้ ไหว้พระจะไหว้ตอนไหนเวลาไหนก็ได้ ล้วนเป็นมงคลทั้งสิ้นแก่ผู้ไหว้ อยู่ที่หัวใจได้ใกล้ธรรมต่างหาก
     รู้จักพระหายโศกหรือไม่ พระหายโศกเป็นพระพุทธรูปสมัยล้านนา อยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 21 หล่อด้วยสำริด ขนาดหน้าตักกว้าง 25 เซนติเมตร สูงพร้อมฐาน 49.5 เซนติเมตร เป็นพระพุทธรูปเล็กๆ แต่อาณาจักรสรรพคุณยิ่งใหญ่ เป็นพระพุทธรูปของหลวง ได้พระราชทานให้เก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร ตั้งแต่ พ.ศ.2474
     พุทธลักษณะเป็นศิลปะแบบล้านนา รุ่นแรกสิงห์ 1 มีพระรัศมีเป็นรูปดอกบัวตูม เม็ดพระศก(ผม)ใหญ่ พระพักตร์กลม พระปรางอิ่ม พระหนุ(คาง)เป็นปม พระวรกายอวบอ้วน สังฆาฏิสั้นเพียงเหนือราวนม ประทับนั่งขัดสมาธิเพชร เห็นฝ่าพระบาททั้งสองด้าน
     องค์พระหล่อติดกับฐาน ฐานทำเป็นกลีบบัวหงายขนาดใหญ่ 4 กลีบรองรับพระพุทธรูป ด้านข้างทำเป็นกลีบบัวยาวงอน สวยพลิ้ว ภายในกลีบบัวตกแต่งลวดลายพันธุ์พฤกษา เรียกกันว่าฐานบัวงอน ฐานแบบนี้นิยมสร้างกันในศิลปะล้านนา รุ่นหลังราวพุทธศตวรรษที่ 21 คาดว่าพระหายโศกก็น่าจะสร้างอยู่ในราวช่วงนี้เช่นกัน
     หลักฐานจารึกที่ฐานพระหายโศกระบุว่า ส่งจากล้านนามาถึงกรุงเทพฯ เมื่อวันอาทิตย์ ขึ้น 11 ค่ำ เดือน 5 ปีมะเส็ง อัฐศก 1218 พ.ศ.2399 ในรัชสมัยแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4
     ด้วยนามอันเป็นมงคลยิ่งนี้ จึงได้ใช้ในการพระราชพิธีต่างๆ ต่อมากรมพระราชพิธีได้ส่งให้เก็บรักษายังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ.2475 ปัจจุบันตั้งแสดง ณ อาคารประพาสพิพิธภัณฑ์ ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร
     แต่ปีนี้พิเศษ ได้อัญเชิญมาให้ได้ไหว้เพื่อเป็นมงคลในปีใหม่ เคยเห็นพระหายโศก และได้ไปกราบไหว้ขอพรท่านหรือยัง ในช่วงปีใหม่ยาวไปจนสิ้นเดือนมกราคม กระทรวงวัฒนธรรม กรมศิลปากร โดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ได้อัญเชิญพระพุทธรูปที่สำคัญของบ้านเมือง 9 องค์
     โดยมีพระพุทธสิหิงค์ พระพุทธรูปประจำวังหน้าเป็นประธาน ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ ประกอบด้วยพระที่สำคัญๆ ดังนี้ พระพุทธรัตนมหามุนีหรือพระแก้วน้อย พุทธลักษณะศิลปะล้านนา พุทธศตวรรษที่ 21 พระพุทธรูปไม้แก่นจันทน์แดงทั้งสององค์ หาได้ยากที่พระทำด้วยวัสดุไม้จันทน์แดง ศิลปะสมัยรัชกาลที่ 3
     พระไภษัชยคุรุ ปางนาคปรก สร้างสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เป็นพระพุทธเจ้าแพทย์ช่วยให้หายโรคภัย พระพุทธรูปทรงเครื่องพระมหาจักรพรรดิ พระชัยเมืองนครราชสีมา ซึ่งนิยมนำออกศึกเพื่อชัยชนะ และหลวงพ่อนากที่สีนากสุกอร่ามงามทั้งองค์ นานๆ จะได้อัญเชิญมารวมไว้ ไปพบพระโดยไม่ต้องไปอำเภอพบพระได้ที่นี่ ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์แห่งนี้
     จะมัวโศกมัวเศร้าอยู่ทำไม/อยู่ที่ใจคิดสุขหรือเศร้าโศก/คิดทุกข์ก็ทุกข์ใจไปทั้งโลก/คิดสุขสิหายโศกมลายสิ้น
     ไปไหว้พระปีใหม่ให้เป็นมงคลกับชีวิต ที่วังหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร สนามหลวง ไปไหว้พระล้ำค่า พระปฏิมาของแผ่นดินเถิดพี่น้องชาวสยาม ชีวิตจะได้หายโศกดังนามพระหายโศกกันทุกคน
               ...............................             
     เชื่อคุณสองปมไปไหว้พระกันเถอะ จะได้หายโศกหายเศร้าหายโรคหายภัย.