คอนเสิร์ตอำลา สกอร์เปียนส์

Sunday, 30 January, 2011 - 00:00

คอนเสิร์ตอำลา สกอร์เปียนส์

 ครั้งหนึ่งผู้บริหารสังกัดอีเอ็มไอพูดไว้ในงานแถลงข่าวว่า ศิลปินต่างประเทศที่ทำยอดขายสูงสุดตลอดกาลในบ้านเราสำหรับค่ายอีเอ็มไอ ไม่มีใครที่ทำสถิติเหนือกว่า สกอร์เปียนส์ (SCORPIONS) วงฮาร์ดร็อกเฮฟวีเมทัลจากเยอรมนี แม้แต่เดอะบีทเทิลส์ยอดขายยังเป็นรอง มาถึงวันนี้นับเป็นเวลา 40 ปี หลังจากที่สกอร์เปียนส์ฟอร์มวงครั้งแรกที่เมืองฮาโนเวอร์ ถึงเวลาแล้วที่พวกเขาจะแขวนนวม อำลาแฟนๆ ตลอดช่วงปี 2010 พวกเขาเดินสายเปิดคอนเสิร์ตอำลาตามที่ต่างๆ ในยุโรป ต่อถึงปี 2011 ปีนี้ในเอเชีย มีเพียงกรุงเทพฯ อยู่ในตารางคอนเสิร์ตทัวร์ ครั้งนี้เกิดขึ้นในคืนวันพฤหัสฯ ที่ 10 กุมภาพันธ์ เวลา 20.00 น. ที่อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี
     สกอร์เปียนส์ฟอร์มวงมาตั้งแต่ปี 1971 โดยเคลาส์ มาย์น (KLAUS MEINE) (นักร้องนำ)  กับพี่น้องตระกูลเชงเกอร์ (SCHENKER) รูดอล์ฟ (กีตาร์) กับไมเคิล (ลีดกีตาร์) ร่วมด้วย RUDY LENNERS ในตำแหน่งมือกลอง สกอร์เปียนส์เซ็นกับสังกัด METRONOME เป้าหมายทะลวงสู่ตลาดฮาร์ร็อคอังกฤษ โดยออกอัลบั้มชุดแรก LONESOME CROW (1972) ทำยอดขาย 25,000 ก๊อบปี้ สังกัด RCA เห็นแววจึงดึงมาเซ็นสัญญาออกอัลบั้มชุด FLY TO THE RAINBOW ในปี 1974 ก่อนอัลบั้มออกจำหน่าย ไมเคิล เชงเกอร์ ลาออกไปอยู่กับวง UFO ได้ ULI ROTH เข้ามาเป็นลีดกีตาร์แทน พร้อมกับ FRANCIS BUCHHOLZ มาในตำแหน่งเบส พวกเขาตะเวนเดินสายทั่วยุโรปและญี่ปุ่น  พร้อมกับออกอัลบั้มชุดสาม IN TRANCE ตามด้วยอัลบั้มชุดสี่ VIRGIN KILLER (1976)  ระหว่างทัวร์อยู่ที่อังกฤษออกอัลบั้มชุดห้า TAKEN BY FORCE (1978) ขณะเดียวกัน  RUDY LENNERS มือกลองลาออก ได้ HERMAN RAREBELL มาตีกลองแทน ช่วงนี้สกอร์เปียนส์เดินสายข้ามมาฝั่งเอเชีย เริ่มที่ญี่ปุ่น ฮือฮาจนต้องออกอัลบั้มการแสดงสดที่ SUN PLAZA โตเกียว ชื่อชุด THE TOKYO TAPES และแล้วก็มีการเปลี่ยนตัวสมาชิกอีกครั้ง MATTHIAS JABS นักกีตาร์จากฮาโนเวอร์เข้ามาแทน แล้วถึงได้ออกอัลบั้มชุด LOVE DRIVE (1979) กับสังกัดอีเอ็มไอ เพลงฮิตนอกจากเพลงไตเติลแล้วยังมีเพลง IS THERE ANYBODY THERE/ANOTHER PIECE OF MEAT
     ปี  1980 สกอร์เปียนส์ออกอัลบั้มชุด ANIMAL MAGNETISM ซิงเกิลฮิตในชุดนี้ประกอบด้วย  MAKE IT REAL พวกเขาเดินสายอีกครั้งทั่วยุโรปและอเมริกา พร้อมกับออกอัลบั้มชุด BEST OF SCORPIONS กลางปี 1981 เคลาส์ มาย์น เกิดป่วยเป็นโรคคออักเสบต้องเข้าทำการผ่าตัด  หลังพักฟื้นออกอัลบั้มชุด  BLACKOUT ทำยอดขายติดอันดับ TOP 10 ในอเมริกา ส่วนซิงเกิล NO ONE LIKE YOU ติดแค่อันดับ 65 จากนั้นตามด้วยซิงเกิล CAN'T LIVE WITHOUT YOU สกอร์เปียนส์เริ่มได้รับความนิยมในอเมริกา เปิดการแสดงต่อหน้าชาวร็อกจำนวน 3 หมื่นคนในเทศกาล U.S. FESTIVAL ที่เมืองซานเบอร์นาดิโน แคลิฟอร์เนีย ในช่วงเดือนพฤษภาคม 1983 จากนั้นในปี 1984 สกอร์เปียนส์ออกอัลบั้มชุด LOVE AT FIRST STING ในอเมริกาทำยอดขายติดอันดับ 6 ส่วนในอังกฤษติดอันดับ 17 ช่วงนี้สกอร์เปียนส์ทำหน้าที่เป็นวงเปิดให้กับ BON JOVI ตามที่ต่างๆ เพลง ROCK YOU LIKE A HURRICANE ขึ้นถึงอันดับ 25 บิลบอร์ต ตามด้วย STILL LOVING YOU ขึ้นถึงแค่อันดับ 64 แต่สำหรับบ้านเราสองเพลงดังกล่าวได้รับความนิยมเกินคาด
     หลังจากเว้นว่างมาเกือบ 4 ปี สกอร์เปียนส์ปล่อยอัลบั้มชุดใหม่ SAVAGE AMUSEMENT ในเดือนพฤษภาคม 1988 ทำยอดขายติดอันดับ 5 ในอเมริกา ส่วนซิงเกิล RHYTHM OF LOVE ขึ้นถึงแค่อันดับ 75 จากนั้นในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกันนี้ที่สกอร์เปียนส์ได้รับเชิญให้ไปเปิดการแสดงที่กรุงเลนินกราด  รัสเซีย เคลาส์ มาย์น ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อชาวรัสเซียได้ยินเพลง HOLIDAY ต่างน้ำตาซึมออกมาโดยไม่รู้ตัว สกอร์เปียนส์ได้รับเชิญให้กลับมาเปิดการแสดงในอาทิตย์ต่อมาในเทศกาล  MOSCOW MUSIC PEACE FESTIVAL ด้วยความประทับใจเมื่อเห็นชาวมอสโกโห่ร้องต้อนรับศิลปินทุกเชื้อชาติ ความสงบสุขที่เกิดขึ้นในจิตใจและสันติภาพที่มองเห็นอยู่ข้างหน้า ทำให้เคลาส์ มาย์น เกิดแรงบันดาลใจแต่งเพลง WIND OF CHANGE ในเวลาต่อมา เมื่อกำแพงเบอร์ลินพังทลายลงในปี 1989 เป็นผลให้ในปี 1990 เกิดการรวมเยอรมนีตะวันออกกับเยอรมนีตะวันตกเข้าด้วยกันเป็นประเทศเดียว เพลง WIND OF CHANGE ของสกอร์เปียนส์กลายมาเป็นเพลงสัญลักษณ์อย่างไม่เป็นทางการของชาวเยอรมันทุกคนกับเหตุการณ์ครั้งนั้น
     ปี 1991 สกอร์เปียนส์ออกอัลบั้มชุด CRAZY WORLD ซึ่งในชุดนี้มีเพลง WIND OF CHANGE กับ SEND ME AN ANGEL ซึ่งเป็นเพลงสุดท้ายที่ติดชาร์ตบิลบอร์ด ถัดมาในปี 1993 สกอร์เปียนส์ออกอัลบั้มชุด FACE THE HEAT กับสังกัดโปลีแกรม เพลงในชุดนี้มีเนื้อหาทางการเมืองแทรกอยู่หลายเพลง เพลงรวมประเทศเยอรมนีอย่างเช่น ALIEN NATION กลายเป็นเพลงหนึ่งที่ได้รับความนิยมในอังกฤษ
     ระหว่างปี 1996-2000 สกอร์เปียนส์อยู่กับหลายสังกัด อีกทั้งมีการเปลี่ยนตัวมือกลองมาเป็น JAMES KOTTAK จากรัฐเคนทัคกี อัลบั้มที่ออกในช่วงนี้อย่างเช่น PURE INSTINCT (1996) และชุด EYE II EYE (1999) ชุด MOMENT OF GLORY บันทึกกับวงเบอร์ลินฟิลฮาร์โมนิกออเคสตร้า อัลบั้ม ACOUSTICA ในแบบฉบับ UNPLUGGED และจากอัลบั้มสองชุดดังกล่าวเรียกความสนใจให้คอเพลงทุกรุ่นกลับมาฟังเพลงของสกอร์เปียนส์อีกครั้ง ระยะหลังสกอร์เปียนส์ย้ายมาอยู่สังกัดโซนีบีเอ็มจี อัลบั้มชุดล่าสุดชุด STING IN THE TAIL ออกเมื่อปี 2010 ส่วนบรรดาสมาชิกในปัจจุบันประกอบด้วย  เคลาส์ มาย์น (นักร้องนำ) MATTHIAS JABS (ลีดและริธึมกีตาร์) รูดอล์ฟ เชงเกอร์ (ริธึมและลีดกีตาร์) PAWEL MACIWODA (เบส) และ JAMES KOTTAK (กลอง)
     สกอร์เปียนส์กำลังอยู่ในช่วง  FAREWEEL  TOUR และกำลังจะเดินทางมาเปิดการแสดงที่อิมแพค  อารีน่า เมืองทองธานี ในคืนวันพฤหัสฯ ที่ 10 กุมภาพันธ์ เวลา 20.00 น. ครั้งนี้คงจะเป็นครั้งสุดท้ายที่มากรุงเทพฯ หวังว่าคอฮาร์ดร็อกคงไม่พลาด
                    *************************

คอนเสิร์ตวันวาเลนไทน์ กับ ลีอา ซาลองกา

     เอ่ยถึง ลีอา ซาลองกา (LEA SALONGA) คนที่เป็นแฟนละครเวทีบ้านเราจะคุ้นกับชื่อนี้ เพราะเมื่อหลายปีก่อนเธอเคยเดินทางมาเปิดการแสดงที่กรุงเทพฯ ในละครเพลงเรื่อง CINDERELLA ส่วนคนที่เป็นนักฟังเพลง นักดูคอนเสิร์ต บางคนคงจะเคยชมคอนเสิร์ตของเธอขับร้องร่วมกับวงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพฯ  เมื่อปลายปี 2009 แต่สำหรับคนทั่วโลกจะรู้จักเธอในบท KIM สาวเวียดนามในละครเพลง MISS SAIGON
     ลีอา ซาลองกา เกิดเมื่อปี 1971 ที่เมือง ANGELES CITY ฟิลิปปินส์ เธอเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์ด้านการแสดงและร้องเพลงตั้งแต่เด็ก  เมื่ออายุ 7 ขวบเธอแสดงละครเพลงเรื่อง THE KING AND I กับคณะละครฟิลิปปินส์ จากนั้นมีโอกาสรับบทสำคัญในละครหลายเรื่องที่เปิดแสดงในฟิลิปปินส์ อาทิ ANNIE และ THE SOUND OF MUSIC นอกจากนั้นเธอยังมีรายการทีวีของตัวเอง ออกอัลบั้มชุด SMALL VOICE อัลบั้มชุดแรกซึ่งได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำ ในปี 1989 เมื่อคณะละคร MISS SAIGON กำลังมองหานักแสดงหญิงเพื่อรับบท  KIM สาวเวียดนามซึ่งเกิดไปมีความสัมพันธ์กับจีไออเมริกัน ในช่วงสงครามเวียตนาม ลีอา ซาลองกา ได้รับการคัดเลือกให้มารับบทนี้  ขณะนั้นเธอเพิ่งอายุ 17 ปี และจากบทนี้เองที่ทำให้เธอได้รับรางวัลเกียรติยศมากมาย อาทิ รางวัลโอลิเวียร์ส รางวัลโทนี ความสำเร็จจากละครเรื่องนี้ทำให้เธอได้รับการคัดเลือกให้มารับบท FANTINE ในละครเพลง LES MISERABLES
     ลีอา ซาลองกา เคยแสดงภาพยนตร์มาแล้วหลายเรื่อง รวมทั้งเป็นผู้ให้เสียงเจ้าหญิงจัสมินในภาพยนตร์แอนิเมชั่นของดิสนีย์เรื่อง  ALADDIN รวมทั้งฟามู่หลันในภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่อง  MULAN นอกจากนี้เธอยังเปิดการแสดงขับร้องเดี่ยวร่วมกับวงออเคสตร้าตามโรงละครและหอประชุมชื่อดังทั่วโลก อย่างเช่นที่คาร์เนกีฮอลล์ นิวยอร์ก และดิสนีย์ฮอลล์ ลอสแองเจลีส รวมทั้งล่าสุดกำลังจะเดินทางมาเปิดการแสดงคอนเสิร์ตภายใต้ชื่อ  LEA  SALONGA SINGS GREAT LOVE SONGS ร่วมกับวงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพฯ (BSO) ภายใต้การควบคุมวงโดย GERARD SALONGA   ในคืนวันวาเลนไทน์ วันจันทร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ เวลา 20.00 น. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โปรแกรมค่ำคืนนี้ ล้วนแต่เลือกสรรเพลงโรแมนติก เพลงสแตนดาร์ด เพลงจากละครเวทีที่เราคุ้นหูมาขับร้อง อย่างเช่น MY ROMANCE, MOON RIVER, I DREAMED A DREAM,  ON MY OWN, TRUE COLORS, MEMORY, LOVE WILL KEEP US TOGETHER, BARBRA STREISAND MEDLEY, THE CARPENTERS MEDLEY, SOMEWHERE รวมทั้งเพลงจากภาพยนตร์ CINEMA  PARADISO สำหรับวันวาเลนไทน์โดยเฉพาะ

                                        ดำรัส โรจนพิเชฐ