"ยุวทูตน้อย"ระดมสมองช่วยลดโลกร้อน

Saturday, 5 March, 2011 - 00:00

"ยุวทูตน้อย"ระดมสมองช่วยลดโลกร้อน

   ในเวทีสัมมนาวิชาการเรื่อง "โลกร้อนกับชีวิตคนไทย" ที่สถาบันสิ่งแวดล้อม ร่วมกับคณะกรรมการนักธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อมไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมกันจัดขึ้นที่อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์การประชุมอิมแพค เมืองทองธานี เพื่อให้ความรู้เกี่ยวปัญหาสุขภาพที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก โดยแบ่งการระดมสมองออกเป็น 2 ภาค คือ ภาคประชาชนกับภาคเด็กและเยาวชนในนามของ "กลุ่มยุวทูตสุขภาพ" ที่มาทำกิจกรรมการระดมความคิดเห็นเพื่อช่วยลดสภาวะโลกร้อน ภายใต้หัวข้อ "เด็กยุคใหม่พร้อมรับมือหากเกิดวิกฤติโลกร้อนในพื้นที่" ซึ่งจำลองสถานการณ์ภัยพิบัติต่างๆ ให้เด็กๆ ได้ขบคิด ด้วยการสร้างกระบวนการคิดและการมีส่วนร่วมในการลดการเกิดปัญหา
     "น้องตาหวาน" ด.ญ.วรรนิสา กวางทอง นักเรียนชั้น ป.6 ตัวแทนยุวทูตสุขภาพจาก รร.วัดวังเย็น อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา บอกว่า กลัวกับปัญหาโลกร้อน เพราะเห็นจากข่าวที่เกิดน้ำท่วม เกิดภัยแล้ง สิ่งที่ตัวเองจะช่วยได้ ก็จะช่วยกันปลูกต้นไม้ และเมื่อเจอคนที่ตัดต้นไม้ก็จะบอกเขาให้เลิกทำลายป่า เพราะถ้าเราไม่รู้จักปลูกจิตสำนึกของตัวเองปัญหาก็จะรุนแรงขึ้น นอกจากปลูกต้นไม้ ก็จะช่วยประหยัดพลังงาน ไม่ใช้ไฟฟ้าถ้ามีแสงสว่างเพียงพอ และไม่ใช้พัดลมถ้าอากาศเย็นสบายอยู่แล้ว ประหยัดทั้งไฟและช่วยลดโลกร้อน
     "อยู่กลุ่มภัยแล้งเมื่อเห็นการขาดแคลนน้ำก็รู้สึกหวาดกลัว แม้ว่าจะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่ถ้าเราเจอภัยแล้งขาดแคลนน้ำ เราอาจจะได้ดื่มน้ำที่ไม่สะอาด สิ่งที่จะช่วยลดปัญหาภัยแล้งได้ก็คือการปลูกต้นไม้ให้ได้มากที่สุด เพราะเรามีป่า เราก็จะมีน้ำสมบูรณ์" น้องตาหวานกล่าว
     เช่นเดียวกับ ด.ญ.มนฤดี พุทธรัตน์ นักเรียนชั้น ม.5 รร.แปลงยาว อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา ก็เป็นอีกหนึ่งตัวแทนเยาวชนที่ร่วมทำกิจกรรม ทั้งภายในโรงเรียนและภายนอกโรงเรียน โดยน้องมนฤดีบอกว่า ที่โรงเรียนมีการรณรงค์ให้นำขยะมารีไซเคิล หรือนำสิ่งของที่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ และรณรงค์ในชุมชนหันมาปลูกต้นไม้เพื่อช่วยดูดซับคาร์บอน ช่วยลดปัญหาโลกร้อน และรณรงค์ให้คนในชุมชนช่วยกันประหยัดพลังงาน อย่างเช่น หากกลับบ้านทางเดียวกันก็ไปด้วยกัน ลดการใช้พลังงานและลดการปล่อยคาร์บอนออกสู่อากาศด้วย
     "สิ่งที่ทางโรงเรียนรณรงค์ให้ช่วยกันลดโลกร้อน เริ่มจากการคัดแยกขยะภายในโรงเรียน โดยขยะที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ก็จะแยกออกมา และขยะที่เป็นอันตรายก็จะไม่นำไปรวมกับขยะทั่วไป ส่วนเศษอาหารที่กินเหลือ สามารถนำเอาไปทำก็ปุ๋ยหมักชีวภาพได้ ซึ่งรณรงค์ให้เห็นคุณค่าของทรัพยากร แม้จะถูกใช้ประโยชน์ไปแล้ว แต่การนำกลับมาใช้ใหม่ก็ถือเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า" ด.ญ.มนฤดีกล่าว
     นอกจากแนวทางการแก้ปัญหาโลกร้อนที่เกิดจากการระดมความคิดเห็นของน้องๆ แล้ว กิจกรรมนี้ยังให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสาเหตุของการทำให้เกิดสภาวะโลกร้อน และรู้ถึงวิธีการป้องกันตัวเองจากภัยพิบัติ โดยน้องๆ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จาก โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัยฉะเชิงเทรา บอกว่า แม้ว่าจะเป็นเด็กตัวเล็กๆ แต่จากที่เห็นภัยพิบัติต่างๆ ที่เกิดขึ้นก็รู้สึกกลัว อย่างเช่น กลัวน้ำท่วมโลกเหมือนหนัง 2012 ซึ่งตอนนี้สิ่งที่จะทำได้ก็ช่วยกันปลูกต้นไม้ให้มีมากขึ้น ลดการใช้ถุงพลาสติก โดยหันมาใช้กล่องใส่ข้าวมารับประทานแทนการใช้ถุงพลาสติก และใช้ถุงผ้าใส่ของโดยไม่รับถุงพลาสติกจากร้านค้า
     กิจกรรมเล็กๆ เพียงกิจกรรมหนึ่งนี้ แม้เด็กๆ จะใช้เวลาไม่มากในการร่วมคิดร่วมระดมความคิดเห็นในการช่วยลดโลกร้อน แต่สิ่งที่จะเกิดจากกระบวนการคิดครั้งนี้ จะทำให้เด็กๆ ได้รู้จักเรียนรู้และเข้าใจถึงปัญหาโลกร้อนมากขึ้น ทั้งยังรู้จักที่จะปรับตัวและสร้างจิตสำนึกที่ดีในการเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยรักษาโลกใบนี้ให้เย็นลงด้วยสองมือเล็กๆ คนละไม้คนละมือ เชื่อว่าปัญหาที่ใหญ่หลวงก็จะเล็กลงถ้าทุกคนช่วยกัน.