การศึกษา-สาธารณสุข

Monday, 16 February, 2009 - 21:26

ศธ.ตัดใจยัดเงินใส่มือผู้ปค. ซื้อชุดนร.-อุปกรณ์เรียนเอง

     สรุปแจกเรียนฟรี  ศธ.ตัดสินใจส่งเงินตรงถึงมือผู้ปกครอง  ให้ซื้อชุด  นร.  อุปกรณ์การเรียนฟรีตามใจชอบ  ส่วนตำราให้  รร.ซื้อ  "จุรินทร์"  แจงซับซ้อนน้อยสุด  พร้อมสั่งคิดระบบตรวจสอบผู้ปกครองนำเงินไปใช้อย่างอื่น
     นายจุรินทร์   ลักษณวิศิษฏ์   รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  (รมว.ศธ.)  เปิดเผยภายหลังหารือกับผู้บริหารองค์กรหลักของ  ศธ. เรื่องแจกของในนโยบายเรียนฟรี  15  ปี  ว่าที่ประชุมได้ข้อยุติว่า  ในส่วนของชุดเรียนเรียนและอุปกรณ์การเรียนนั้น   ศธ.จะจัดสรรงบประมาณตรงไปยัง  รร. แล้วให้ผู้ปกครองเบิกเงินจาก  รร.เพื่อนำไปจัดซื้อชุดนักเรียนรายละ  2  ชุดเอง
     โดยระดับก่อนประถมจะได้เงินค่าชุด   นร. รายละ  300  บาท  ประถมรายละ  360   บาท   ม.ต้นรายละ  450  บาท  ม.ปลายรายละ  500  บาท  อาชีวะรายละ  900  บาท  ส่วนค่าอุปกรณ์การเรียน  ระดับก่อนประถมได้รายละ  200  บาท  ประถมรายละ  390  บาท  ม.ต้นรายละ  420  บาท  ม.ปลายรายละ  460  บาท  โดยแบ่งจ่ายภาคเรียนละครึ่ง  ทั้งนี้  ผู้ปกครองมีสิทธิ์จะเลือกซื้อชุด  นร.ของร้านค้าใดก็ได้  หรือจะรวมกลุ่มกันจ้างกลุ่มแม่บ้านในชุมชนตัดเย็บให้ก็ได้   เช่นเดียวกันกับอุปกรณ์การเรียน  ไม่มีการบังคับ  ศธ.แค่ให้แนวทางโดยจัดทำรายการแนะนำอุปกรณ์ที่ควรซื้อ
     ส่วนตำราเรียนฟรีนั้น  ศธ.จะโอนเงินไปให้  รร.ดำเนินการจัดซื้อตำราเรียนเอง  ก่อนประถมหัวละ  200  บาท/คน  ประถม  433  บาท  ม.ต้น  669  บาท  ม.ปลาย   897   บาท   รวมทั้งจะโอนงบประมาณกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนในวงเงินหัวละ  430  บาท  สำหรับระดับก่อนประถม   ประถมหัวละ  480  บาท  ม.ต้น  880  บาท  และ  ม.ปลาย  950  บาท
     "ที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น  และสุดท้ายตัดสินใจเลือกวิธีจัดงบตรงไปให้  รร. แล้วให้ผู้ปกครองไปซื้อชุด  นร. อุปกรณ์การเรียนเองตามความประสงค์  ทั้งนี้  เพราะเห็นว่าวิธีนี้ซับซ้อนน้อยกว่าใช้ระบบคูปอง  จริงๆ  แล้วไม่มีระบบอะไรที่สมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์  "รมว.ศธ.กล่าว  และว่า  นอกจากนี้  ยังมอบให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  (สพฐ.)  สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา  (สอศ.)  และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา   (สกอ.)  ไปคิดระบบป้องกัน  ไม่ใช้เงินผิดประเภท  โดยอาจกำหนดให้ผู้ปกครองต้องนำใบเสร็จ  หรือชุด  นร. ที่ซื้อมายืนยันกับ  รร. รวมทั้งให้คิดระบบติดตามตรวจสอบด้วย  โดยอาศัยกลไกของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและผู้ตรวจราชการ.