ไอที

Sunday, 22 May, 2011 - 00:00

“อินเทอร์เน็ตแบงกิ้ง” สงครามที่กำลังเปิดฉาก

 อย่างที่ทราบ เทคโนโลยีการสื่อสารที่พัฒนาทุกวินาที ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อไลฟ์สไตล์ของคนยุคปัจจุบัน สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต กลายเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกาย ตอนนี้หากให้ถามในคนรุ่นใหม่ ในเจเนอเรชั่นวาย ในหัวพวกเขาล้วนมีแต่คำว่า บีบี, ไอโฟน, ไอแพด, แอนดรอยด์, แอพพลิเคชั่น, ดาวน์โหลด, เฟซบุ๊ก, ทวิตเตอร์ หมดสมัยไปแล้วที่จะถามถึง หนังสือ, เทปคาสเซตต์, ซีดี
 เมื่อพฤฒิกรรมของคนเปลี่ยนไป องค์กร ภาคธุรกิจก็ต้องปรับตัวตาม และล่าสุดก็มีธุรกิจหนึ่งที่กำลังแข่งขันกันอย่างหนักเพื่อแย่งชิงตลาดใหม่ในโลกยุค 3.0 นั้นก็คือ ธุรกิจธนาคาร จะเห็นได้ว่าในปัจจุบัน ธนาคารหรือแบงก์ต่างก็พยายามงัดบริการและโปรโมชั่นเด็ดๆ เพื่อดึงลูกค้าหรือกลุ่มคนรุ่นใหม่เข้ามาใช้บริการให้มากขึ้น โดยแบงก์ได้เรียกโมเดลธุรกิจยุคใหม่นี้ว่า “อินเทอร์เน็ต แบงกิ้ง” หรือไม่ก็เรียก “ดิจิตอลแบงกิ้ง”
 แน่นอน แม้ว่าบริการ “อินเทอร์เน็ตแบงกิ้ง” อาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ปัจจุบันลูกค้าเริ่มมีความเชื่อมั่นต่อระบบและการบริหารจัดการของธนาคารมากขึ้น และที่สำคัญมันช่วยอำนวยความสะดวก รวมถึงผลตอบแทน และแรงจูงใจที่มากกว่าบริการที่ใช้ตามช่องทางปกติจริงๆ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนทำให้บริการ อินเทอร์เน็ตแบงกิ้งมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
 อย่างในขณะนี้จะเริ่มเห็นแล้วว่า กลุ่มธนาคารพาณิชย์เริ่มขยับตัวเข้าสู่การแข่งขันในตลาดออนไลน์อย่างเต็มตัว อย่างธนาคารทหารไทย ล่าสุดก็เปิดตัวบริการ “เปิดบัญชี TMB ออนไลน์" ซึ่งเป็นทางเลือกใหม่ของลูกค้า ที่สามารถจัดการเปิดบัญชีได้ด้วยตนเองทาง TMB อินเทอร์เน็ตแบงกิ้ง หรือ  tmbdirect.com ซึ่งสามารถทำได้ทุกที่ ทุกเวลา
 นางทามารา แวนเดนแบน ผู้อำนวยการอาวุโส เจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายผลิตภัณฑ์เงินฝากและการชำระ TMB กล่าวเสริมว่า บริการการเปิดบัญชีออนไลน์นี้ จะสร้างความสะดวกและคล่องตัวให้กับผู้ใช้บริการ TMB อินเทอร์เน็ต แบงกิ้ง ได้อย่างมาก แค่เพียงลูกค้าสนใจที่จะเปิดบัญชี ไม่ว่าจะเป็นประเภทออมทรัพย์ หรือฝากประจำ ลูกค้าก็สามารถเปิดบัญชีได้ด้วยตนเองผ่านทางเว็บไซต์ของTMB หรือ tmbdirect.com ดังนั้น ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนเวลาใด ลูกค้าก็สามารถเปิดบัญชี หรือฝากเงินเพิ่มได้ตามต้องการ ประหยัดเวลา เพิ่มความคล่องตัว และช่วยให้ไม่พลาดข้อเสนอดีๆ และเมื่อใดที่ลูกค้าต้องการมีสมุดคู่ฝาก (Passbook) ก็สามารถติดต่อขอรับได้ที่สาขาของ TMB ที่ตนเองเลือกใช้เมื่อเปิดบัญชีได้ทันที
  ด้านธนาคารพาณิชย์ของรัฐยักษ์ใหญ่อย่าง ธนาคารกรุงไทย (KTB) ก็ปรับกลยุทธ์หันมารุกดิจิตอลแบบเต็มสูบด้วยเหมือนกัน โดยธนาคารเพิ่งเปิดตัว นวัตกรรมการเงินล่าสุด ชื่อว่า KTB netbank ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นที่สามารถทำงานได้เสมือนมาทำธุรกรรมที่ธนาคารได้ด้วยตัวเอง เพียงใช้งานผ่านสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตเท่านั้น โดยเจ้า KTB netbank ที่มีการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้บริการอย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นการเปิดบัญชีใหม่ เพิ่ม สมัครบัตรและใช้บริการต่างๆ ทั้งการฝากเงิน โอนเงิน การตั้งเวลาโอนล่วงหน้า ฯลฯ 
 นายอนุชิต อนุชิตานุกูล รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทย เสริมอีกว่า บริการ KTB netbank จะเป็นการเปิดโลกให้กับผู้ที่ไม่ชำนาญในการใช้คอมพิวเตอร์ ก้าวเข้าสู่โลกแห่งข้อมูลและการสื่อสาร ทั้งยังนำมาใช้ในการทำงาน Banking ต่างๆ ได้ เพราะเป็นการยกธนาคารทั้งหมดมาอยู่ในอุปกรณ์การสื่อสาร ให้สามารถทำธุรกรรมต่างๆ หากมีปัญหาตรงจุดไหนก็ยังพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ผ่านทาง skype, tango, facetime ได้แบบเห็นหน้ากันจะจะไปเลย
 ส่วนธนาคารที่ปรับตัวเข้าสู่โลกออนไลน์มานานแล้ว อย่าง ธนาคารกสิกรไทย (Kbank) ก็พัฒนาไปอีกขึ้น ด้วยการปรับภาพเป็นธนาคารไฮเทค ล่าสุดก็ เปิดบริการสุดล้ำ เปิดตัวสาขาธนาคารเสมือนจริง (KBank Virtual Branch) เป็นแห่งแรกในอูเบอร์ มอล (Uber Mall) ห้างเสมือนจริงแห่งแรกในไทย ให้ลูกค้ารับข้อมูลและสมัครบริการออนไลน์ได้ทันที หรือรับคำแนะนำด้านการเงินจากพนักงานในสาขาเสมือนจริงได้
 ทั้งนี้สาขาเสมือนจริงของธนาคารกสิกรไทย (KBank Virtual Branch) จะเชื่อมโยงกับบริการออนไลน์ต่างๆ ของธนาคาร อาทิ บัตรเดบิตออกแบบได้ (K-My Debit Card) บัตรเครดิตกสิกรไทย (K-Credit Card) บริการธนาคารทางโทรศัพท์มือถือ (K-Mobile Banking) บริการสินเชื่อบ้านกสิกรไทย (KHome Loan) ซึ่งลูกค้าสามารถดาวน์โหลดรายละเอียดเพื่อศึกษาข้อมูล และสมัครบริการดังกล่าวผ่านทางออนไลน์ได้ทันที สำหรับลูกค้าที่สนใจเข้าไปสัมผัสสาขาเสมือนจริงแห่งแรกของธนาคารกสิกรไทย สามารถเข้าไปดาวน์โหลดโปรแกรมเพื่อใช้บริการได้ที่ www.uber mall.in.th โดยผู้เข้าชมจะสามารถลุ้นรับของรางวัลพิเศษจากธนาคารกสิกรไทยได้ทุกเดือนอีกด้วย 
 นอกจากนี้ ยังเป็นครั้งแรกของวงการธนาคารไทย ที่จะมีการเปิดตัวแอพพลิเคชั่นสุดล้ำอย่าง Layar ที่ธนาคารกสิกรไทยนำมาให้บริการแก่ลูกค้าในการช่วยค้นหาสาขาของธนาคาร ตู้เอทีเอ็ม และสิทธิประโยชน์ต่างๆ ได้อย่างง่ายดายเพียงปลายนิ้วสัมผัสบนโทรศัพท์มือถือในระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์และไอโฟน
 นายอาจ วิเชียรเจริญ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบันความมั่นใจในการทำธุรกรรมผ่านอินเทอร์เน็ต (อินเทอร์เน็ตแบงกิ้ง) ของประชาชนดีขึ้น ทำให้มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตแบงกิ้งแล้ว 1.2 ล้านบัญชี จากฐานบัญชีธนาคารทั้งหมด 8 ล้านบัญชี แต่สัดส่วนการใช้อินเทอร์เน็ตแบงกิ้งยังมีไม่มาก เมื่อเทียบกับผู้ใช้อินเทอร์เน็ตโดยรวม ธนาคารจึงจะผลักดันให้การใช้เพิ่มขึ้นเป็น 25% ของจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตโดยรวมภายใน 2-3 ปี
 จะเห็นว่านี้คือการตื่นตัวของกลุ่มธุรกิจธนาคารพาณิชย์ที่หันเข้าสู่ตลาดออนไลน์เพิ่มมากขึ้น และเชื่อแน่ว่าบริการที่กล่าวมาข้างต้นจะเป็นเพียงแค่ เสี่ยวหนึ่ง คือ บริการอินเทอร์เน็ตแบงกิ้งที่จะเพิ่มความสำคัญอย่างต่อเนื่องจากนี้ไป.