ข่าวหน้า 1

Friday, 5 August, 2011 - 00:00

‘ปู’นายกฯหุ่นเชิด ‘หญิงอ้อ’รวมญาติตั้งครม.คาดทูลเกล้าฯรายชื่อ9สค.

  สภาเลือก "ปู" นั่งนายกฯ ตั้ง ครม. "หญิงอ้อ" รวมญาติกดดัน "ทักษิณ" ระดมนายทุนนั่งรัฐมนตรี คาดทูลเกล้าฯ ถวายภายใน 9 สิงหา.     "ธีระชัย" ลาออกจาก ก.ล.ต. มานั่ง รมว.คลังแล้ว "ยิ่งลักษณ์" เผลอรับเป็นหุ่นเชิด เดี๊ยนไม่รู้มีรายชื่อแดงใน ครม.หรือไม่ บิ๊ก นปช.ประกาศลั่นได้เวลาตอบแทนบุญคุณคนเสื้อแดง คลื่นใต้น้ำก่อตัว "ตุ๊ดตู่" เตือนอย่าปฏิเสธแดงโดยอ้างเพื่อภาพพจน์ เพราะนักรบล้วนมีแผล "ใจ" ขู่ จับมืออำมาตย์เมื่อไหร่เจอชุมนุมใหญ่แน่นอน
 การประชุมสภาผู้แทนราษฎรช่วงเช้าวันที่ 5 สิงหาคม เพื่อเลือกผู้มาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งพรรคเพื่อไทยจะเสนอชื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ส.ส.สัดส่วนลำดับที่ 1 ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่เสนอใครเข้าชิงนั้น ทำให้กระบวนการเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์จะได้รับเลือกไปโดยปริยาย จากนั้นนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา จะนำชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ซึ่งพรรคเพื่อไทยเตรียมสถานที่รับสนองพระบรมราชโองการในการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีไว้ที่ที่ทำการพรรคเพื่อไทย ชั้น 7 ย่านเพชรบุรีตัดใหม่
 ขณะที่การจัดตั้งคณะรัฐมนตรี แม้จะยังไม่มีความชัดเจนมากนัก แต่หลายตำแหน่งเริ่มได้ข้อยุติแล้ว โดยยังมีข้อกังขาว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้จัดตั้ง ครม.ด้วยตัวเอง แต่เป็นฝีมือของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร (ชินวัตร) อดีตภรรยา
 "ดิชั้นไม่รู้ว่าจะมีรายชื่อของแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงร่วมอยู่ใน ครม.หรือไม่ เนื่องจากยังเร็วเกินไปที่จะระบุชัด" น.ส.ยิ่งลักษณ์พูดถึงโควตารัฐมนตรีของคนเสื้อแดงด้วยความไม่มั่นใจนัก
 ว่าที่นายกฯ ยังบอกว่า ขณะนี้ยังบอกไม่ได้ว่ากี่เปอร์เซ็นต์ กำลังดูอยู่ ยังไม่เสร็จเรียบร้อย ซึ่งทั้งหมดจะดูให้รอบคอบอีกครั้ง
 ผู้สื่อข่าวถามว่า ครม.จะเสร็จหลังจากมีการโปรดเกล้าฯ เป็นนายกรัฐมนตรีแล้วกี่วัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบว่า ก็จะพยายามให้เร็วที่สุด ระหว่างนี้ก็คงจะต้องทำงานล่วงหน้า แล้วยืนยันว่าโผ ครม.นั้นไม่ได้จัดที่ดูไบ ซึ่งทั้งหมดอยู่ที่เมืองไทย
 ซักว่าปัญหาที่มีขณะนี้อยู่ตรงไหน ว่าที่นายกฯ ตอบว่า ทั้งหมดนี้ก็ต้องทำตามขั้นตอน ต้องรอเลือกนายกฯ ก่อน หลังจากนั้นผู้ที่ดำรงตำแหน่งนี้ก็ต้องไปคุยในเรื่องของ ครม.อีกครั้ง ยืนยันว่าทุกตำแหน่งนั้นมีคำตอบกับสังคมแน่นอน
"ธีระชัย" โบกมือลา ก.ล.ต.มานั่งคลัง
 ถามว่า นายวิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหารธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ตัดสินใจไม่ร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยแล้ว เธอตอบว่า การรับหรือการไม่รับตำแหน่งใน ครม.ชุดนี้นั้น ก็เป็นเรื่องของธนาคาร ตนยังไม่ทราบถึงความชัดเจน เพราะเรื่องนี้ยังไม่มีข้อสรุปใดๆ
 ทั้งนี้ ธนาคารไทยพาณิชย์ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า นายวิชิตไม่ได้มีการยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง ตลอดจนไม่ได้ตอบรับตำแหน่งใหม่อื่นใด
 ในขณะที่นายวิชิตถอนตัวไปนั้น ปรากฏว่า นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล กรรมการและเลขาธิการ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้เซ็นใบลาออกจากตำแหน่งทั้งหมดใน ก.ล.ต. มีผลตั้งแต่วันที่ 5 ส.ค.เป็นต้นไป เพื่อเข้าร่วมรัฐบาลยิ่งลักษณ์แล้ว
 โดยนายธีระชัยอีเมล์ถึงพนักงาน ก.ล.ต.ทุกคน ใจความว่า "ผมได้ยื่นลาออกจากเลขาธิการ ก.ล.ต. มีผลในวันพรุ่งนี้ เพื่อไปทำงานการเมือง แต่เนื่องจากการดำเนินการทางการเมืองนั้นมันไม่มีอะไรแน่นอน ผมจึงไม่ได้ร่ำลาเพื่อนพนักงานใน ก.ล.ต. ด้วยตนเอง แต่ขอถือโอกาสลาทุกคน แบบทันสมัยทางอีเมล์"
 ก่อนหน้านี้ นายธีระชัยตกเป็นข่าวว่าจะเข้าไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
 อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความเคลื่อนไหวการจัดตั้งรัฐมนตรีอย่างคึกคัก หลังแกนนำพรรคและแคนดิเดตคณะรัฐมนตรีได้รับสัญญาณจากพ.ต.ท.ทักษิณว่ากระบวนการฟอร์มคณะรัฐมนตรีต้องการให้แล้วเสร็จกลางสัปดาห์หน้าตามปฏิทินการเมืองที่วางไว้ คือหลังโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีแล้ว ก็ต้องรอกระบวนการรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ที่คาดกันว่าเร็วที่สุดก็คือภายในวันเดียว คือวันที่ 5 ส.ค. หรือไม่เกิน 6 ส.ค. ก็จะฟอร์มคณะรัฐมนตรีให้แล้วเสร็จวันเสาร์ที่ 6 ส.ค. หรืออย่างช้าไม่เกิน 7 ส.ค. เพื่อจะได้นำรายชื่อคณะรัฐมนตรีขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายในช่วงวันที่ 8- 9 ส.ค.
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวัน น.ส.ยิ่งลักษณ์และแกนนำพรรคได้มีการโทรศัพท์แจ้งแคนดิเดตรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยเป็นรายบุคคลให้เข้าไปเขียนเอกสารแบบฟอร์มต่างๆ เพื่อให้ฝ่ายกฎหมายของพรรคไปตรวจสอบคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรีเบื้องต้นว่ามีอะไรเป็นคุณสมบัติต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ก่อนที่จะนำรายชื่อส่งต่อให้สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีไปตรวจสอบอีกครั้งหนึ่งก่อนนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย 
         ขณะเดียวกัน บริเวณชั้น 2 ที่ทำการพรรคเพื่อไทย ผู้ที่ได้รับแจ้งจากนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งอยู่ในข่ายคาดหมายว่าเป็นรัฐมนตรี ได้ทยอยมากรอกประวัติและคุณสมบัติเป็นจำนวนมาก แต่ไม่ได้ระบุว่าจะต้องไปอยู่กระทรวงใด ทำให้ยอดขณะนี้มีประมาณ 20 คน อาทิ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม., นายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา, นายพิชัย นริพทะพันธุ์, นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายวรวัจน์ เอื้อภิญญกุล ส.ส.แพร่, นางบุญรื่น ศรีธเรศ ส.ส.กาฬสินธุ์ อย่างไรก็ดี คนที่ยังไม่ได้รับการยืนยันจาก พ.ต.ท.ทักษิณอย่างเป็นทางการ รู้สึกอึดอัดใจถึงกับเดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณที่ต่างประเทศ เพื่อทวงถามถึงความชัดเจน อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท.ทักษิณพยายามที่จะหลีกเลี่ยงที่จะพบปะกับกลุ่มคนดังกล่าว ทำให้ขณะนี้ยังไม่มีการพบกัน
เมียรวมญาติกดดันผัวหนัก
  รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยเผยความเคลื่อนไหวการจัดสรรโควตารัฐมนตรียิ่งลักษณ์ 1 ว่าได้เกิดปัญหาระหว่างคนจัดทำโผอีกครั้ง เนื่องจากขณะนี้มีสัญญาณจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ว่ากระบวนการฟอร์ม ครม.ต้องการให้แล้วเสร็จกลางสัปดาห์หน้าตามปฏิทินการเมืองที่วางไว้ แต่ได้เกิดความขัดแย้งระหว่าง พ.ต.ท.ทักษิณกับคุณหญิงพจมานถึงการจัดโผ ครม. ล่าสุดคุณหญิงพจมานได้จับมือกับนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ภริยานายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ กดดัน พ.ต.ท.ทักษิณให้ตั้งรัฐมนตรีที่เป็นกลุ่มทุนภายในพรรค เป็นเด็กในสังกัดที่อยู่ในพรรค ช่วยงานพรรคมาตลอด ซึ่งกลุ่มเหล่านี้ได้วิ่งเต้นเข้า-ออกบ้านจันทร์ส่องหล้าเพื่อสกัดคนนอกไม่ให้เข้ามาเป็นรัฐมนตรีเบียดโควตาของตัวเอง จนคุณหญิงพจมานได้นำเรื่องนี้มาคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ และล่าสุดทำให้ชื่อของนายวิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหารธนาคารไทยพาณิชย์หลุดไป และมีชื่อนายธีระชัยโผล่มาเป็นตัวเต็งแทนทันที
 สำหรับรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศค่อนข้างชัดเจนว่าจะมี 2 ตำแหน่ง โดยนายต่อพงษ์ ไชยสาส์น มีโอกาสสูงได้เป็น รมช.ต่างประเทศ ส่วนตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศ ชื่อนายวิกรม คุ้มไพโรจน์ อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงลอนดอน ยังคงเป็นตัวเต็ง ขณะเดียวกันมีชื่อนายจุลพงษ์ โนนศรีไชย เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ ที่เคยเป็นหัวหน้าสำนักงานเลขานุการในกระทรวงต่างประเทศ ทำงานร่วมกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ แรงขึ้นมา เนื่องจากนายวิกรมมีแผลให้โจมตีมาก โดยเฉพาะในเรื่องการเป็นส่วนช่วย พ.ต.ท.ทักษิณในการซื้อทีมฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี และเป็นผู้ดูแลเมื่อครั้ง พ
.ต.ท.ทักษิณอาศัยอยู่ที่กรุงลอนดอน
 นอกจากนี้ยังมีชื่อ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ อดีต ผบ.ตร. เป็นรองนายกฯ ด้านความมั่นคง ล่าสุดมีรายงานว่า พล.ต.อ.โกวิทได้ลาออกจากตำแหน่งกรรมการอิสระในบริษัท ซีพีออล จำกัด (มหาชน) แล้ว แต่ก็ยังคงมีแรงต่อต้านภายในพรรคอยู่ เนื่องจาก พล.ต.อ.โกวิทยังมีความใกล้ชิดกับนายเนวิน ชิดชอบ และนายทุนของพรรคภูมิใจไทย
 ส่วนตำแหน่ง รมว.พลังงาน ที่พรรคเพื่อไทยเคยวางนายพิชัย นริพทะพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทยไว้ ปรากฏว่าพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ที่จะได้กระทรวงอุตสาหกรรม ได้กรอกชื่อประวัติคนที่จะเข้ามาเป็นรัฐมนตรีเป็นนายพิชัย ชุณหวชิร ประธานบอร์ดบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ที่มีความเชี่ยวชาญด้านพลังงาน เพื่อแสดงให้ พ.ต.ท.ทักษิณเห็นว่ามีความพร้อมที่จะบริหารกระทรวงพลังงาน
 ในส่วนของโควตากลุ่มเทียนทอง ชัดเจนแล้วว่าได้ 1 ตำแหน่ง โดยนายเสนาะจะไม่รับตำแหน่งเอง แต่ก็มีสัญญาใจกับบิ๊กเพื่อไทยบางคนจะไปรับตำแหน่งประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีแทน คอยทำหน้าที่ตามที่นายกฯ มอบหมายให้กำกับ ติดตาม ตรวจสอบโครงการรัฐบาลบางโครงการ ส่วนโควตารัฐมนตรี นายฐานิสร์ เทียนทอง ส.ส.สระแก้ว จะไปเป็น รมช.ศึกษาธิการ
            สำหรับโควตารัฐมนตรีในส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา ล่าสุดวันเดียวกันนี้มีความชัดเจนแล้ว เมื่อทางพรรคเพื่อไทยได้มีการนำซองกรอกประวัติรัฐมนตรีมาให้กับนายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาที่ที่ทำการพรรคชาติไทยพัฒนา โดยพรรคชาติไทยพัฒนายังคงเป็น 3 เก้าอี้รัฐมนตรีเดิม คือ ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายชุมพล ส่วนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายธีระ วงศ์สมุทร แกนนำพรรค และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นนายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ ส.ส.พิจิตร บุตรชาย พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรค ชทพ.
 แหล่งข่าวจากพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินเปิดเผยว่า ขณะนี้ทางพรรคเพื่อไทยได้แจกซองกับพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคแล้ว เพื่อใส่ประวัติของรัฐมนตรีของแต่ละพรรค ซึ่งยังไม่มีการแจ้งชัดเจนว่าพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินจะได้ดูแลกระทรวงใด แต่คาดว่าน่าจะเป็นกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งยอมรับว่าที่ผ่านมาได้พยายามต่อรองขอดูแลกระทรวงพลังงาน แต่ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าไม่ได้
 แหล่งข่าวจากพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดินกล่าวด้วยว่า นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ แกนนำพรรค ไม่ได้ติดใจที่ได้ดูแลกระทรวงอุตสาหกรรม เพราะถือว่ายังอยู่ในระนาบเดียวกันกับกระทรวงพลังงาน โดยรายชื่อน่าจะเป็น นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน
 ในส่วนของพรรคพลังชล เป็นที่แน่นอนเช่นกันหลังจากที่มีการประสานกันโดยผ่านทางนายสนธยา คุณปลื้ม ว่าจะได้ดูแลกระทรวงวัฒนธรรม โดยวางตัวให้นางสุกุมล คุณปลื้ม ภรรยาของนายสนธยามารับตำแหน่ง
แดงฮึ่ม! รีบตอบแทนบุญคุณ
  อย่างไรก็ตาม การจัด ครม.อาจไม่ง่ายนัก เมื่อแกนนำเสื้อแดงหลายสายต่างออกมายืนกรานว่ารัฐบาลไม่ควรลืมบุญคุณของคนเสื้อแดง
 นายขวัญชัย ไพรพนา แกนนำกลุ่มคนรักอุดรฯ และ นปช. กล่าวว่า คนเสื้อแดงขอรอดูรายชื่อ ครม.น.ส.ยิ่งลักษณ์ก่อน ยังไม่ขอเรียกร้องอะไร ขอให้คนเสื้อแดงเบาๆ ก่อน
 “ ก็บอกไปแล้วว่าอยู่นิ่งๆ อย่าเรียกร้องอะไร ให้เขาจัดตั้งรัฐบาลทำงานกันไปก่อน ถ้าออกมาไม่สวยเดี๋ยวพี่ออกมาเอง วิธีทำก็มีเช่นตั้งเวทีด่าก็ได้ ก็ขอให้ตั้ง ครม.อย่าให้ขี้เหร่ อย่างการตั้งรองประธานสภาผู้แทนฯ ออกมาแบบนี้ คนเขาก็เห็นว่าขณะฝ่ายนิติบัญญัติก็ยังเป็นลูกน้องเจ๊แดง แค่รองประธานสภาฯ ก็ออกมาแบบนี้แล้ว”
  นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำนปช. ประกาศจุดยืนชัดเจนว่า การพิจารณาตำแหน่งให้เป็นเรื่องของพรรค การจะเป็นหรือไม่ได้เป็นเรื่องเล็ก เพียงแต่อย่าให้เหตุผลเพราะการเป็นคนเสื้อแดง อย่าบอกว่าการต่อสู้ของคนเสื้อแดงภาพพจน์ภาพลักษณ์ไม่ดี เพราะประวัติศาสตร์โลกไม่ว่านักสู้นักรบจะเก่งแค่ไหนล้วนมีบาดแผลทั้งสิ้น
 ถามว่ามีกระแสข่าวในพรรคเพื่อไทยไม่อยากให้เสื้อแดงเป็นรัฐมนตรีเพื่อภาพลักษณ์ของรัฐบาล ส.ส.เสื้อแดงคนนี้ตอบว่า ถ้าเช่นนั้นเอาพวกตนไปลงเลือกตั้งทำไม แล้วทำไมทีพรรคประชาธิปัตย์แบกนายกษิต ภิรมย์ มาจากสนามบินได้ ยืนยันว่าจะเอาใครมาเป็นรัฐมนตรีไม่มีปัญหา พวกตนจะไปไหนได้ก็ อยู่กับพรรคเพื่อไทย แต่อย่ามาใช้ว่าเพราะเหตุผลเป็นคนเสื้อแดง
 ถามว่า ผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทยเริ่มประนีประนอมกับขั้วอำนาจเดิมหรือไม่ นายจตุพรกล่าวว่า ไม่ทราบใครไปประนีประนอมกับใคร แต่ 15.7 ล้านเสียงเป็นอำนาจประชาชน เมื่อชนะเลือกตั้งควรฟังประชาชน ไม่ใช่อำนาจพิเศษ
 ด้านนายใจ อึ๊งภากรณ์ แกนนำแนวร่วม นปช. ฝ่ายแดงสยาม ที่หลบหนีอยู่ต่างประเทศ เขียนบทความลงในเว็บไซต์คนเสื้อแดง ระบุว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้องเตือนความจำรัฐบาลใหม่ว่า เขาต้องตอบแทนบุญคุณของมวลชนประชาชน เราขอทวงความยุติธรรมและประชาธิปไตย
 เนื้อหาหลักประกอบด้วยการยกเลิกมาตรา 112 นำรัฐธรรมนูญ 40 กลับมาใช้ ปฏิรูปกองทัพและระบบศาลแบบถอนรากถอนโคน ต้องปลด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกจากตำแหน่ง ผบ.ทบ.  ต้องปลดผู้พิพากษาสองมาตรฐานออก และนำระบบลูกขุนมาใช้เพื่อพิจารณาคดีสำคัญๆ
 ตอนท้ายของบทความ นายใจระบุด้วยว่า ถ้ารัฐบาลใหม่เลือกที่จะหักหลังมวลชนเสื้อแดง และหันไปจับมือ “ปรองดอง” กับอำมาตย์ เราคนเสื้อแดงควรออกมาชุมนุมใหญ่จนกว่าเราจะได้ความยุติธรรมและประชาธิปไตย.