Jobs

Monday, 3 October, 2011 - 00:00

เลี้ยงลูกอ๊อดส่งตลาดทำหมกฮวกอนาคตรุ่ง

 ชาวอีสานมีอาหารพื้นเมืองที่หลากหลาย โดยเฉพาะส้มตำที่แพร่กระจายไปบริโภคกันทั่วทุกภูมิภาค แต่ยังมีอาหารพื้นเมืองอีกอย่างคือ หมกฮวก ซึ่งถือเป็นเมนูจานเด็ดที่อยู่คู่ชาวอีสานมาช้านาน แม้จะโด่งดังไม่เท่าส้มตำ แต่ชาวอีสานแท้ๆ ก็นิยมบริโภคกันมาก เรียกว่าจะขาดไม่ได้
 การที่มีความต้องการบริโภคหมกฮวกกันมาก ลูกกบหรือลูกอ๊อดตามแหล่งน้ำธรรมชาติที่นำมาทำเป็นหมกฮวกจึงลดน้อยลงและเริ่มขาดแคลน จึงมีเกษตรกรสมองใสคิดเพาะเลี้ยงลูกอ๊อดหรือลูกกบป้อนตลาดเพื่อไม่ให้ขาดแคลน ตลอดระยะเวลา 15 ปี สร้างรายได้ให้อย่างงดงาม
 นายอัมพร บุตรชา อายุ 55 ปี เกษตรกรผู้หันมาเอาดีทางด้านประมงแห่งบ้านคำมะดูก ต.ไก่คำ อ.เมืองฯ จ.อำนาจเจริญ เล่าว่า หลังจากประสบปัญหาทำนาขาดทุน จึงเริ่มมองหาอาชีพใหม่ และสำรวจตลาดสดและตลาดตอนกลางวันในเขตเทศบาลเมืองอำนาจเจริญ พบว่าลูกอ๊อดที่นำมาทำหมกฮวกขาดตลาด จึงคิดเพาะเลี้ยงลูกอ๊อดส่งป้อนตลาด ประกอบกับญาติแนะนำให้เพาะลูกอ๊อดขาย เรียนถูกเรียนผิดอยู่หลายเดือน จนกระทั่งในที่สุดก็ประสบความสำเร็จ ยึดเป็นอาชีพมานานกว่า 15 ปี ความเป็นอยู่ดีขึ้น มีบ้านและรถยนต์เป็นรางวัล
 นายอัมพรเปิดเผยถึงวิธีการเพาะเลี้ยงลูกอ๊อดว่า เริ่มจากปรับพื้นที่นา 5 ไร่ ทำเป็นบ่อคอนกรีต 20 บ่อ บ่อดินสำหรับเลี้ยงลูกอ๊อด 40 บ่อ แต่ละบ่อมีขนาดกว้าง 20 เมตร ยาว 8 เมตร ลงทุนไปซื้อพ่อแม่พันธุ์กบที่ จ.นครราชสีมา 300 ตัว ราคาตัวละ 200 บาท เป็นพันธุ์นางนวล จากนั้นก็ทำการขยายพันธุ์ได้เอง ได้ขนาดพอก็จับขาย โดยขายส่ง 200 บาทต่อ กก. ขายปลีก 300 บาทต่อ กก. ในแต่ละบ่อดินจะได้ลูกอ๊อดประมาณ 80 กก. รวมทั้งหมดประมาณ 10,000 กก.ต่อรุ่น
 นายอัมพรกล่าวว่า ตามปกติลูกอ๊อดจะมีเฉพาะในฤดูฝนเท่านั้น แต่ที่นี่เพาะนอกฤดูกาล จึงได้เปรียบทางการค้า และชาวอีสานนิยมบริโภคกันมาก จึงมียอดสั่งซื้อไปทำหมกฮวกมากขึ้น ตลาดรองรับไม่อั้น แต่ละรุ่นจะมีรายได้ 300,000-350,000 บาทต่อการเลี้ยง 21-25 วัน
 อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อจำกัดในการเลี้ยงคือ จะต้องเพาะเลี้ยงในช่วงระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-เดือนกรกฎาคมเท่านั้น นอกนั้นจะเก็บพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ไว้จนกว่าจะถึงฤดูการเลี้ยงต่อไป สำหรับอาหาร ให้ชนิดเม็ด 2 เวลา เช้า-เย็น ต่อจากนั้นลูกอ๊อดจะหากินแมลงต่างๆ เอง นับว่าเลี้ยงง่ายขายคล่อง ปัญหามีไม่มาก ส่วนใหญ่จะเป็นพวกงูที่เข้ามาลักกินในช่วงกลางคืน จึงต้องเอาพลาสติกล้อมบ่อไว้
 นายอัมพรยืนยันว่า การเพาะเลี้ยงลูกอ๊อดยังมีลู่ทางแจ่มใส ตลาดต้องการตลอดเวลา และผู้เลี้ยงยังมีน้อย เรื่องราคาก็ตกลงกันเอง ไม่มีการผูกขาดหรือผู้ซื้อกำหนดราคา ที่สำคัญไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง แต่จะได้มากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับปริมาณที่ออกสู่ตลาด เช่น ฤดูฝนตกชุก มีลูกอ๊อดตามธรรมชาติมาก ราคาก็จะถูกลง
 นายทวี เต้าทอง อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 109 บ้านเซซ่ง ต.เซียงเพ็ง อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร ซึ่งเข้ามาดูงานการเพาะเลี้ยงลูกอ๊อด กล่าวว่า ทำนาปลูกข้าวไม่ได้ผล โดยเฉพาะปีที่ผ่านมา ทำนาไม่ได้เลย ไม่รู้จะไปทำอะไรกิน เพื่อนจึงแนะนำให้เพาะลูกอ๊อดขาย จึงมาขอความรู้จากนายอัมพร พร้อมซื้อพ่อแม่พันธุ์ไปทดลองเพาะเลี้ยงดู หากประสบความสำเร็จก็จะเลิกทำนา หันมาตั้งใจเพาะลูกอ๊อดขายอย่างเดียว เพราะมีที่นากว่า 20 ไร่รองรับอยู่แล้ว
 เกษตรกรรายใดต้องการความรู้เรื่องการเพาะเลี้ยงลูกอ๊อดเพิ่มเติมหรือต้องการดูงาน ติดต่อไปได้ที่นายอัมพร บุตรชา เลขที่ 315 หมู่ 4 บ้านคำมะดูก ต.ไก่คำ อ.เมืองอำนาจเจริญ โทร.08-9864-5564.
     สนธยา ทิพย์อุตร รายงาน