ศิลปวัฒนธรรม

Wednesday, 26 October, 2011 - 00:00

รวมการละเล่นไทย ความงามคู่สนามหลวง

    แม้การแสดงนิทรรศการหมุนเวียน "ภูมิปัญญาพื้นบ้าน การละเล่นไทย" ของกรุงเทพมหานคร ที่บริเวณท้องสนามหลวง จะไม่ทำให้คนดูหวาดเสียวเหมือนเครื่องเล่นสวนสนุก แต่เป็นนิทรรศการที่มีสีสัน เมื่อละครสัตว์ การแสดงมายากล การเล่นกอล์ฟ การแข่งม้า กีฬาฟุตบอล ศิลปะการเล่นว่าว มาจัดแสดงอยู่บนบอร์ดขนาดใหญ่และสื่อมัลติมีเดีย เพราะกิจกรรมและการละเล่นเหล่านี้เคยเป็นความบันเทิงที่เกิดขึ้นบนพื้นที่ท้องสนามหลวงในอดีตให้ชาวพระนคร บางกิจกรรมอย่างการเล่นว่าวที่เป็นแบบฉบับเอกลักษณ์ของไทยยังคงสืบทอดจนทุกวันนี้ ลีลาชั้นเชิงบนท้องฟ้าอวดให้ผู้สัญจรไปมาโดยรอบท้องสนามหลวงได้มีรอยยิ้ม 
    นิทรรศการหมุนเวียนพร้อมมัลติมีเดียเรื่อง "ภูมิปัญญาพื้นบ้าน การละเล่นไทย" ที่เพิ่งเปิดนี้ เป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการ “ท้องสนามหลวง ณ พระนครศิวิไลซ์” ซึ่ง กทม.จัดแสดงให้ผู้คนเข้าชมตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีคนกรุงเทพฯ พี่น้องต่างจังหวัด รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้ความสนใจเข้าชมอย่างต่อเนื่อง ภายในนิทรรศการแบ่งออกเป็น 3 เรื่องราวแห่งประวัติศาสตร์ท้องสนามหลวงใน 3 ช่วงเวลา เรื่องที่ 1 “ภูมิปัญญาพื้นบ้าน การละเล่นไทย” เรื่องที่ 2 มีชื่อว่า “ศรีสวัสดิ์ ณ มณฑลพิธีแห่งความศิวิไลซ์” และเรื่องที่ 3 ชื่อ “มงคลนิมิตร บนผืนแผ่นดินทอง” เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวในหลายแง่มุมอันทรงคุณค่าที่คนรุ่นหลังควรได้รับรู้และเรียนรู้
    จุมพล สำเภาพล รองปลัดกรุงเทพมหานคร ชวนสัมผัสกลิ่นอายแห่งอดีตอันเรืองรองของท้องสนามหลวงผ่านนิทรรศการหมุนเวียนเรื่อง “ภูมิปัญญาพื้นบ้าน การละเล่นไทย” ที่ท้องสนามหลวงฝั่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พร้อมบอกว่า นิทรรศการนี้ได้บันทึกและประมวลเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ของท้องสนามหลวงเกี่ยวกับภูมิปัญญาพื้นบ้านและการละเล่นของไทยให้ประชาชน โดยเฉพาะเยาวชนคนรุ่นใหม่ได้มีส่วนร่วมผ่านการเรียนรู้อย่างเพลิดเพลินและสนุกสนาน
    "อยากให้ประชาชนร่วมรับรู้ความทรงจำที่สนามหลวง สถานที่สำคัญที่สร้างขึ้นพร้อมกรุงรัตนโกสินทร์เพื่อประกอบพระราชพิธีตามโบราณราชประเพณี เว้นจากงานพระราชพิธี ท้องสนามหลวงก็เป็นพื้นที่เพื่อสันทนาการให้ผู้คนได้มีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นการแสดงละครสัตว์ ละครร้อง เกิดขึ้นครั้งแรกที่ท้องสนามหลวง สร้างความตื่นตาตื่นใจให้ชาวสยามเป็นอย่างมาก กีฬาใหม่ๆ เช่น กอล์ฟที่นำมาเล่นครั้งแรกในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงใช้สนามหลวงเป็นสนามในการแข่งขัน ที่นี่ยังเป็นสนามแข่งม้าแห่งแรกในประวัติศาสตร์ กีฬาแข่งม้ามีมาตั้งแต่ครั้งเสด็จพระราชดำเนินกลับจากประพาสยุโรป เมื่อชาวตะวันตกนำฟุตบอลเข้ามาแข่งขันก็แตะกันบนท้องสนามหลวงอย่างเป็นทางการครั้งแรก สมัยรัชกาลที่ 6 ฟุตบอลได้รับความนิยมมาก เหล่าทหารใช้สนามหลวงเป็นที่ฝึกซ้อม" รองปลัด กทม.บอกเล่าเกร็ดประวัติศาสตร์
    ศิลปะการเล่นว่าวเป็นอีกกิจกรรมวันวานที่นำเสนออย่างโดดเด่นผ่านนิทรรศการครั้งนี้ จุมพลให้ข้อมูลว่า การละเล่นว่าวนั้นน่าตื่นเต้น สนุกสนาน จนกลายเป็นเอกลักษณ์ให้ท้องสนามหลวงมาทุกยุคทุกสมัย อย่างการแข่งขันต่อสู้กันกลางอากาศระหว่างว่าวจุฬาและว่าปักเป้า ในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงมีพระบรมราชานุญาตให้เล่นว่าวที่ท้องสนามหลวงเมื่อ 156 ปี ที่แล้ว ก็เป็นกีฬาไทยๆ ที่ผู้ใหญ่คุ้นเคยกันดี แต่เด็กในยุคนี้ดูจะห่างไกล ด้วยเหตุนี้ นอกจากเรื่องราวประวัติการเล่นว่าวในนิทรรศการหนังสือตำราโบราณเรื่องว่าวไทย ยังมีกิจกรรมเชิงอนุรักษ์ ปริญญา สุขชิต หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ซุปเปอร์เป็ด" ประธานสภาวัฒนธรรมดุสิต สาธิตการทำว่าวและขึ้นว่าว ทั้งว่าวจุฬา ว่าวปักเป้า ว่าวงู แล้วยังสอนทำว่าวโดยพนัส เทียนศิริ หรือเม่น มหาชัย ผู้รู้ด้านว่าว ทุกคนสามารถทดลองทำว่าวด้วยตัวเอง โดยมีโครงไม้ไผ่ กระดาษสา และสายป่าน ประดิษฐ์ว่าวมาเล่น ศิลปะการเล่นว่าวต้องอาศัยจังหวะของลมผสานความชำนาญ ทั้งยังสอดแทรกเรื่องความสามัคคี รู้แพ้รู้ชนะอีกด้วย    
    สีสันแห่งท้องสนามหลวงที่ขาดเสียไม่ได้ในนิทรรศการเดียวกันเป็นมุมคุ้นชินในความทรงจำเกี่ยวกับความเป็นแหล่งรวมของโหราศาสตร์หลากหลายแขนงจากบรรดาหมอดูโคนต้นมะขาม รวมไปถึงกลขายยา กลอับดุล แน่นอนต้องเป็นที่ชื่นชอบและจดจำของผู้ชมตราบจนปัจจุบัน เรื่องราวเหล่านี้ล้วนบอกเล่าวิถีชีวิตและความสุขสำราญของชาวพระนครบนพื้นที่ประวัติศาสตร์แห่งนี้มากว่าสองร้อยปี นอกจากนี้ ผู้เข้าชมนิทรรศการจะได้รับชมภาพยนตร์สารคดี ชุด “สีสันแห่งท้องสนามหลวง” ที่เหมือนกลับสู่บรรยากาศของวันวาน และย้อนไปซึมซับเรื่องราวอันหลากหลายแง่มุม พร้อมตื่นตาตื่นใจไปกับภูมิปัญญาไทยที่ได้รังสรรค์การละเล่นต่างๆ อันแฝงไว้ด้วยคติความเชื่อและวิถีชีวิตของผู้คนในอดีตอีกด้วย
    นี่คืออีกบันทึกหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ท้องสนามหลวง ใครสนใจไปร่วมรำลึกภาพความประทับใจในบรรยากาศแห่งความสนุกสนานรื่นเริงกับนานากิจกรรมที่เคยเกิดขึ้นบนสนามหลวงนับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันกันได้ในนิทรรศการ “ท้องสนามหลวง ณ พระนครศิวิไลซ์” เรื่อง “ภูมิปัญญาพื้นบ้าน การละเล่นไทย” เปิดให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา คนไทย และต่างชาติ เข้าชมได้ในวันจันทร์-วันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น. ในวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 09.00-18.00 น. ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป.