สาระน่ารู้

Sunday, 8 January, 2012 - 00:00

ทับทิมอินเดีย

   เหตุที่ต้องมาสนใจทับทิมเพราะไปอินเดียไหว้พระพุทธเจ้า ตอนขากลับบริษัททัวร์แนะนำว่าควรซื้อทับทิมกลับบ้าน เพราะทับทิมอินเดียมีรสหวานมาก และเมล็ดนิ่มกินได้เลย ไม่เหมือนกับทับทิมของไทยเรา เลยต้องซื้อกันคนละกล่องสองกล่อง เพราะราคาไม่แพงนัก โดยบริษัททัวร์จัดหาให้ตอนจะขึ้นเครื่อง
    เมื่อกลับมาถึงบ้านก็แจกญาติมิตรสหายไปคนละใบ กินเองก็ใบสองใบเท่านั้น
    ทับทิมอินเดียรสหวาน เนื้อในสีแดงเข้มเหมือนสีพลอยธรรมชาติ ที่พิเศษก็คือเมล็ดนิ่ม กินแล้วเพลินไม่ต้องปลิ้นเมล็ดเหมือนทับทิมบ้านเรา ของเราเมล็ดแข็งแถมหารสหวานยาก
    พูดถึงผลไม้ประเทศไทยเราหลากหลาย มีกินตลอดปีและรสดีทั้งนั้น ยกเว้นทับทิมสู้อินเดียไม่ได้ ในทางกลับกันอินเดียก็มีทับทิมนี้เท่านั้น นอกนั้นก็สู้ไทยเราไม่ได้เช่นกัน
    ฉะนั้น ทับทิมอินเดียจึงเป็นผลไม้ที่ขึ้นหน้าขึ้นตาของประเทศเขา
    จำได้ตอนเด็กๆ เวลาหายไข้ใหม่ๆ เตี่ยจะซื้อทับทิมให้กิน เพราะคนหายป่วยใหม่ๆ ถ้าได้กินทับทิมแล้วจะสดชื่นเร็วขึ้น และช่วยบำรุงหัวใจ
    ท่านเป็นหมอแผนโบราณท่านจึงรู้ ผมเลยจำมาเป็นความรู้ ทุกวันนี้ถ้าหายป่วยควรกินทับทิมทั้งเมล็ด
    จริงๆ แล้วทับทิมมีสรรพคุณทั้งใบ ดอก เปลือก ต้น และราก สารานุกรมสมุนไพรเรียบเรียงโดยนายวุฒิ วุฒิธรรมเวช ได้บอกสรรพคุณของทับทิมไว้พอสมควร
    "ใบ แก้ท้องร่วง แก้บิดมูกเลือด สมานแผล
    ดอก ใช้ต้มดื่มแก้หูชั้นในอักเสบ
    เปลือกลูก ถ่ายพยาธิ แก้ตกขาว ฆ่าเชื้อโรคบาดแผล
    เปลือกต้น ถ่ายพยาธิ รสเมาเบื่อ"
    ชาวฮินดู ใช้น้ำและดอกทับทิมปรุงเป็นยาธาตุ หรือปรุงกับของหอมอื่น เช่น อบเชย กานพลูหรือพริกไทย เป็นยาสมานลำไส้ แก้ท้องเสีย และเมล็ดก็แก้ท้องเสียและบำรุงหัวใจ ส่วนชาวอาหรับใช้รากเป็นยาสมานและขับพยาธิตัวตืด โดยใช้เปลือกสดของรากหนัก 60 กรัม ต้มกินกับน้ำ หนัก 750 กรัม เคี่ยวไฟจนเหลือ 3 ใน 4 ของขวด ทิ้งให้เย็น รับประทานมื้อละ 2 ช้อนโต๊ะ ทุกครึ่งชั่วโมงจนหมดยา จะไล่ตัวตืดออกได้หมด
    จีนถือว่าทับทิมเป็นเครื่องหมายของความอุดมสมบูรณ์ มีลูกหลานมากเหมือนเมล็ดในผลทับทิม จึงนิยมให้ทับทิมเป็นของขวัญวันแต่งงาน เป็นการอวยพรให้บ่าวสาวมีลูกมาก และมักเขียนเป็นรูปเด็กถือทับทิมสุกแตกเห็นเมล็ดภายในแขวนในบ้าน
    อนึ่ง จีนยังถือว่าใบหรือกิ่งทับทิมมีอำนาจไล่ผีได้ เล่ากันว่าเซียนชื่อน่ำเก็ก เซียงอง ได้หักเอาต้นทับทิมเป็นไม้เท้าปราบปิศาจ จึงถือว่าต้นทับทิมเป็นไม้ศักดิ์สิทธิ์
    ญี่ปุ่นถึอว่าทับทิมเป็นสัญลักษณ์ของเจ้าแม่กิชิโบยิน ที่คอยพิทักษ์รักษาเด็ก และให้บุตรแก่ผู้ที่ร้องขอ มักทำเป็นรูปเจ้าแม่ถือผลทับทิม
    ชาวอินเดียที่นับถือพระคเณศ มักนำผลทับทิมไปถวายถือว่าพระคเณศโปรด
    พูดถึงทับทิมอินเดียก็ต้องพูดถึงทับทิมสเปน เพราะรสหวาน เม็ดนิ่ม และลูกโตเช่นกัน เป็นทับทิมที่มีชื่อเสียงมากประเทศหนึ่ง สเปนถือดอกทับทิมเป็นดอกไม้ประจำชาติด้วย!
    ในประเทศไทยเรา ปี พ.ศ. 2510 คุณสมิง สาระจำนง ได้ขอตอนต้นทับทิมจากคุณอติชัย คลังเรือง ซึ่งเป็นผู้นำเมล็ดมาจากสิงคโปร์ เป็นทับทิมพันธุ์ประเทศสเปน นำมาปลูกจำนวน 4 กิ่ง และได้ขยายพันธุ์ปลูกที่ ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ผมมีโอกาสได้ไปชมไร่ทับทิมที่นั่น เขาปลูกไว้กลางแจ้ง มองดูไร่ก็ไม่ใหญ่เท่าไร
    ปัจจุบันมีทับทิมจีนส่งมาขายในเมืองไทย ถึงแม้รสจะหวาน ลูกโตน่ารับประทานก็จริง เสียตรงที่เมล็ดในแข็ง เลยทำให้ราคาตกไป
    ตอนที่ผมไปพักอยู่อินเดียระยะหนึ่งที่วัดไทยสารนาถ จึงมีโอกาสไปเที่ยวเมืองพาราณสีบ่อย เพราะอยู่ห่างกันแค่ 10 กว่ากิโลเมตรเท่านั้น ในระยะนั้นในตลาดก็มีทับทิมตั้งร้านขาย เขาขายทับทิมแปลก ไม่กองใส่กระจาดขาย แต่ตั้งขึ้นเป็นแผงคล้ายขายบุหรี่ ทำเป็นชั้นๆ ขึ้นไป จึงมองเห็นทุกลูก เราจะหยิบเอาลูกไหนเลือกเอา
    ตอนกลับมาเมืองไทย ผมก็ซื้อทับทิมกลับมาด้วย เป็นของขวัญของฝากญาติมิตร
    เมื่อกินทับทิมแล้ว บางครั้งความเคยชินก็คายเมล็ดออกมาบ้วนลงกระถางต้นไม้ทั้งๆ ที่ไม่น่าจะคาย เพราะเมล็ดนิ่ม อยู่ๆ ไปไอ้เมล็ดในกระถางก็โตเป็นต้นขึ้นมา ผมก็แคะไปปลูกที่หลังบ้านมุมกำแพง 1 ต้น ตอนตึกเพิ่งปลูกสร้างใหม่จึงได้เว้นดินไว้ประมาณ 2-3 ศอกเท่านั้น
    ผมได้กินทับทิมอินเดียต้นนี้ทุกปี เพราะออกผลปีละเกือบ 100 ลูกครับ
    ทับทิมเป็นไม้ระดับกลาง สูงประมาณ 3-4 เมตร หากเป็นทับทิมไทยเรา ลำต้นมีหนามและแข็ง ถ้าเป็นทับทิมพันธุ์เมล็ดนิ่มลำต้นจะอ่อน เมื่อต้นโตจำเป็นต้องทำร้านให้กิ่งพัก โดยธรรมชาติทับทิมชอบแดดจัด และพร้อมกันนั้นก็ชอบน้ำด้วย
    เวลาทับทิมออกดอก อาจไม่ติดดอกหรือดอกร่วงหมด ปัจจุบันมีน้ำยาขวดเล็กๆ ราคาประมาณ 50 บาทเท่านั้น เอามาผสมกับน้ำแล้วใช้กระบอกฉีดทับทิมก็จะติดดอกติดลูก เวลาฉีดให้ฉีดต้อนเช้าเย็นตามฉลากที่บอกไว้
    การปลูกทับทิม การตัดแต่งกิ่งลำต้นมีความสำคัญมาก เพราะทับทิมมีกิ่งและแขนงมาก กิ่งที่ไม่จำเป็นหรือกิ่งที่ดูแล้วไม่สมบูรณ์ควรตัดทิ้งไป เพื่อให้ทับทิมดูโปร่ง หลังจากตกแต่งกิ่งแล้วควรให้ปุ๋ยด้วย ทับทิมจะได้เจริญเติบโตเร็วขึ้น
    เมื่อทับทิมมีผลอ่อน ศัตรูที่สำคัญคือหนอนเจาะผล ผู้ปลูกต้องห่อลูกทับทิม แต่อย่าเพิ่งใช้กระดาษห่อ เพราะทับทิมต้องการแสงแดดเพื่อการพัฒนาผล ในช่วงแรกๆ นี้ควรใช้ถุงพลาสติกใสๆ เจาะรูเล็กๆ รอบๆ ถุง เพื่อให้เกิดการระบายอากาศ ต่อเมื่อลูกโตแล้วจึงเปลี่ยนเป็นใช้กระดาษห่อทีหลัง
    ที่เขียนเรื่องทับทิมมานี้ มิได้เจตนาให้ปลูกทับทิมเป็นไร่เป็นอาชีพ แต่ใครมีพื้นที่มากจะทำก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
    ผมเห็นว่าต้นทับทิมน่าจะเป็นต้นไม้ผลประจำบ้านเท่านั้น ยามป่วยไข้จะได้เก็บผลมากิน และคนไทยเราก็นิยมปลูกทับทิมเป็นไม้ประจำบ้านอยู่ด้วย ยิ่งปัจจุบันมีทับทิมรสหวาน เม็ดนิ่มด้วยแล้ว คือทับทิมสเปน อินเดีย และจีน ก็น่าสนใจที่จะปลูกสักต้นสองต้น
    บ้านผมไม่มีเนื้อที่ แต่ก็ยังปลูกต้นทับทิมอินเดียได้หนึ่งต้น สามปีก็ได้กินลูกแล้ว ถือเป็นงานอดิเรกเบาๆ และเป็นความภาคภูมิใจน้อยๆ ที่เราทำได้
    ทับทิมลูกไหนโตเราก็คัดไว้ถวายพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบที่เราเคารพ ได้ทั้งบุญได้ทั้งความอิ่มใจครับ.

                    ประวิทย์ จำปาทอง