เปลว สีเงิน

Tuesday, 20 March, 2012 - 00:00

ความลับของ "นายกฯ ยิ่งลักษณ์"

    ทักษิณนี่ "เฮี้ยน" เทียบเท่า "พ่อมากพระโขนง" จริงๆ แค่บอกว่าจะกลับมาเท่านั้นแหละ "ธรณีแยก" นี่ถ้ากลับมาวันไหน "ธรณีสูบ" แหงๆ  แล้วแยกที่ไหนไม่แยก ดันมาแยกใต้สะพานไทย-เบลเยี่ยม ย่านคลองเตย  ไม่ใกล้-ไม่ไกลไทยโพสต์ซะด้วย ตั้งท่าจะไปดูซักหน่อย แต่กลัวแผ่นดินจะอ๊วบผมไปรองท้อง เลยกลับบ้านเข้ามุ้ง ส่งโทรจิตคุยกะท่านแม้วว่า
    "ปลื้ม-ไม่ปลื้ม" ที่ "เสื้อกั๊กขาประจำ" ตั้งให้เป็นโจโฉน่ะ!?
    แม้วบอกปลื้ม โจโฉคือไอดอลของเขา เพราะโจโฉมีสมญานามว่า "บุรุษผู้ไม่ยอมให้โลกทรยศ" แต่ผมแย้งไปว่า...อย่าเป็นเลย โจโฉน่ะ อย่างท่านต้องเป็น "ตั๋งโต๊ะ" จึงจะคู่ควร เพราะตั๋งโต๊ะมีสมญานามว่า
    "ทรราชผู้ถูกรุมสาปแช่งทั้งสิบทิศ"!
    พอดีสัญญาณโทรจิตถูกคลื่นไอพีสตาร์รบกวน ก็เลยจบการสื่อสารเพียงเท่านี้ ฟันธงสรุปว่า การสวมเสื้อกั๊กวิเคราะห์สังคมประเทศของ "ศาสตราจารย์ธีรยุทธ บุญมี" วานซืนนี้ นามธรรมเป็นกลางที่สุด
    ผมเอาอะไรวัดว่า "เป็นกลาง"?
     เอาจากปฏิกิริยาสังคมตอบสนองในวันรุ่งขึ้น เพราะฝ่ายอำนาจประชานิยมทักษิณ ก็ออกมารุมอัด "อาจารย์ไบแอส" วิเคราะห์เอียงไปทางกลุ่มอนุรักษนิยม 
    ทางฝ่าย "อำนาจอนุรักษนิยม" ก็ออกมารุมอัด "อาจารย์ไบแอส" วิเคราะห์เอียงไปทางกลุ่มอำนาจประชานิยมทักษิณ!
    อัดอาจารย์ธีรยุทธทั้งซ้าย-ทั้งขวา แล้วอย่างนี้จะว่าวิเคราะห์ไม่กลางได้ไง  แต่ถ้าอาจารย์ไม่อยากเป็นแซนด์วิช อยากเป็นฮอตด็อกโด่ๆ ก็มาทางนี้ได้เลย  มาทางอำนาจ "สังคมนิยมธรรม" นี่แหละ ผมกำลังจะตั้งเป็น "ก๊กที่ ๓" แข่งกะก๊กโจโฉ ก๊กเล่าปี่-ขงเบ้ง
    เป็น "ก๊กเฮง-ทองแถม" อยู่วันสองวันนี่ไง!
    ความจริง การวิเคราะห์เรื่องราวนั้น "โดยมาตรฐาน" ไม่ใช่การหมุนวงล้อออกสลากรางวัลลอตเตอรี่ที่ต้องมีการถ่วงน้ำหนัก เพราะการวิเคราะห์ถึงความน่าจะเป็นข้างหน้าจากเหตุการณ์ที่ผ่านไปและขณะปัจจุบัน คือการแปลค่า-อ่านผลจากความเป็นไปตามธรรมชาติสังคม
    ดังนั้น องค์ประกอบคือข้อมูลอันเป็นน้ำหนักของการวิเคราะห์ก็มาจาก "ปรากฏการณ์สังคมจริง" ขณะนั้นๆ ไม่ได้เอาความรู้สึก ไม่ได้เอาความน่าจะเป็น ไม่ได้เอาหมอดู-พรายกระซิบ และไม่ได้เอาความเป็นข้าง-เป็นฝ่าย ผสมเข้าไปให้ออกมาเป็นผลวิเคราะห์
    ดังนั้น ผลวิเคราะห์ตามมาตรฐาน จะอยู่เหนือคำว่า เป็นกลาง เหนือคำว่า  เอียงซ้าย-เอียงขวา แต่จะออกมาในหลักว่า "เพราะเป็นเช่นนั้น เพราะมีสิ่งนั้น จะทำให้สิ่งนี้เกิด"
    ส่วนที่เกิดนั้น จะเป็นกลาง เป็นซ้าย เป็นขวา นั่นเป็นความรู้สึกตอบสนองผลวิเคราะห์จากผู้มีผลได้-ผลเสีย และจากบุคคลที่เรียกว่า "ฝ่าย" ไม่ใช่ผลวิเคราะห์นั้น เป็นกลาง หรือเป็นซ้าย-เป็นขวา ด้วยเจตนาคนวิเคราะห์ให้เป็น
    คำวิเคราะห์ก็เหมือน "ผลเอกซเรย์" นั่นแหละ!
    อวัยวะร่างกายมีสภาพอย่างไร มันก็สะท้อนผลออกมาอย่างนั้น ทางปฏิบัติที่ควรทำคือ เอาผลเอกซเรย์นั้นไปหาทางรักษา-แก้ไข จัดหยูก-จัดยาให้ถูกกับโรค เพื่อเอาชนะโรค
    การไปโทษเครื่องเอกซเรย์ว่าชำรุด เก่า-โบราณ สะท้อนผลไม่ตรง (ใจ)  อย่างนั้นก็คงโทษได้ สำหรับคนที่ชอบยึดเอาเฉพาะสิ่งตรงใจ แต่ไม่ชอบแก้ไขให้ตรงทิศ
    เป็นพระพุทธดำรัสของบรมศาสดาเจ้าว่า "เราจงหมุนไปตามโลก แต่อย่าติดคือหลงอยู่ในโลก" และถ้าใครอ่านหรือฟังข้อคิดธรรมของท่าน "พระพรหมคุณาภรณ์" (ป.อ.ปยุตโต) จะต้องจำได้ที่ท่านว่า...สังคมทุกวันนี้ ชอบสรุปจากที่คิดเอา-นึกเอา โดยไม่ใช้สติสรุปเอาจากเหตุและผล
    สังคมทุกวันนี้ มันจึงเป็นเช่นนี้ คิดแต่โทษคนอื่น-แก้จากคนอื่น, ไม่คิดโทษตัวเอง-ไม่แก้จากตัวเองก่อน เมื่องมงายกับเถื่อนถ่อยสู้กัน ในความ "ไม่เอาเหตุผล" ของทั้งสองฝ่าย
    "ไอ้งมงาย" ซึ่งยังมีจิตละอาย มันก็ต้องตายให้กับ "ไอ้เถื่อน" ที่ถ่อยท่าเดียว เพราะไปสู้ในเกมที่ตัวเองยึดกติกา แต่พวกมันมาแบบ...เผาไปเลยพี่น้อง!
    วัน-สองวันนี้ "รัฐบาลยิ่งลักษณ์" เขายกคณะไปอ้าปากให้ลมโกรกกันที่ภูเก็ต เอาเหอะ...มีเวลาวาสนาโอกาส ก็เอากันให้สะเด็ด ก่อนที่น้ำจะมา แผ่นดินจะไหล เพราะถึงตอนนั้น ต่อให้ยิ่งลักษณ์กับคณะเอาอยู่เหย็งๆ ขนาดไหน
    หงายท้อง-หงายไส้ "เอาไม่อยู่" หรอก เชื่อเหอะ!?
    นี่...ท่านนายกฯ ยังจำได้มั้ยที่ไปอ่านภาษาไทย ๗ นาที โดยไม่มีล่ามให้พ่อค้า-นักธุรกิจเขาฟังที่ญี่ปุ่นวันก่อนน่ะ เห็นกลับมาโขมงโฉงเฉงว่าพบความสำเร็จ กล่อมญี่ปุ่นหลับใหล จะไม่ย้ายโรงงาน-ย้ายฐานการผลิตจากประเทศไทย "หนีน้ำ" ไปอยู่ที่ไหนน่ะ
    ดร.นพนันท์ อรุณวงศ์ ณ อยุธยา ท่านไม่ได้อยู่เมืองไทยหรอก แต่ท่านติดตามข่าวสารบ้านเมืองไทยด้วยรักและห่วงใยอยู่ต่างประเทศ เมื่อวาน (๑๙  มี.ค.) ท่านส่งข้อความถึงผมผ่านเฟซบุ๊กว่า       
    หลังจากนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร กลับจากเยือนประเทศญี่ปุ่นเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในแผนการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมของประเทศไทย พร้อมกับอวดอ้างผลสำเร็จของการเจรจากลับมาด้วยนั้น
    ผ่านไป 1 สัปดาห์ "ฮอนด้า" ประกาศ "ย้ายการลงทุนไปอินโดนีเซีย"!!!
    สถาบันวิเคราะห์มองว่า ฮอนด้าต้องการลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์น้ำท่วมในประเทศไทย ซึ่งยังไม่มีความแน่นอน
    ไหนว่าไม่จำเป็นต้องใช้ล่ามกับปาฐกถา 7 นาที?
    ไหนว่าพูดจาภาษา "ประชาธิปไตย" เดียวกัน?
    337 ล้านดอลลาร์ หรือ 10,000 ล้านบาท จากฮอนด้าที่ย้ายไปลงทุนในอินโดนีเซียนั้น มีค่าเท่ากับข้าวราดแกงของคนงานไทยกี่จาน? กี่ชีวิต? กี่ครอบครัว?
    ท่านนายกรัฐมนตรีมีคำตอบไหมครับ?
    "Honda's move to invest in Indonesia comes on the heels of the major disruption to its Thai operations due to the devastating floods last year."
    การย้ายการลงทุนไปยังอินโดนีเซียของฮอนด้านั้น เป็นไปหลังจากการหยุดชะงักสำคัญด้านการผลิตในประเทศไทยเนื่องจากเหตุการณ์น้ำท่วม ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงในปีที่แล้ว
    "Although the automaker has stated in a separate note that it will restart production at its Ayutthaya assembly plant on 26 March, the natural disaster seems to have left the OEM with a certain degree of risk aversion with regard to its global production."
    "แม้ฮอนด้าออกแถลงการณ์อีกฉบับซึ่งแยกออกมาต่างหากว่า โรงงานที่อยุธยาจะเริ่มการผลิตอีกครั้งในวันที่ 26 มีนาคมก็ตาม แต่หายนะทางธรรมชาติดูเหมือนยังทำให้ OEM พบกับความเสี่ยงสูงที่ไม่พึงประสงค์ต่อการผลิตป้อนตลาดโลกของฮอนด้า"
    "The investment announcement was somewhat unexpected as the automaker did not give any indication of the investment in the past."
    "การประกาศการลงทุนในครั้งนี้นั้น เป็นไปโดยไม่ได้คาดหมายดังที่ผู้ผลิตรถยนต์ (ฮอนด้า) ไม่ได้ให้สัญญาณถึงการลงทุนที่ผ่านมาในอดีตแต่อย่างใด"
    "However, the decision to set up a new plant in Indonesia clearly highlights Honda's desire to mitigate the risk of further production disruption due to unforeseen factors."
    อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจตั้งโรงงานใหม่ในอินโดนีเซียนั้นแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความตั้งใจของฮอนด้าในการย้ายความเสี่ยงจากปัจจัยที่คาดการณ์ไม่ได้ของการชะงักงันด้านการผลิตในอนาคต
    IHS Global Insight/Reuters http://www.ihs.com/products/global-insight/industry-economic-report.aspx...
    ข้อมูลเกี่ยวกับสำนักวิเคราะห์และที่ปรึกษา IHS Global Insight
http://en.wikipedia.org/wiki/Global_Insight
    ใครเป็นเลขาฯ ครม. เอาข้อความส่วนของ ดร.นพนันท์ไปอ่านให้นายกฯ  ฟังในวง ครม.วันนี้หน่อยเป็นไร จะได้รู้ว่า การแต่งสวยนั้น ช่วยทำให้งงงวยเฉพาะสังคมรากหญ้าประชานิยมในประเทศไทยเท่านั้น แต่กับคนต่างด้าว-ท้าวต่างแดน เช่นที่ญี่ปุ่น ต่อให้แต่งสวยเช้งกระเด๊ะขนาดไหน ก็ไร้ความหมาย
    ถ้าสวยนั้น ไม่ประกอบด้วย "สมอง"!
    ก็ขอบคุณ ดร.นพนันท์ แต่ท่านอยู่แต่เมืองนอก คงไม่ทราบหรอกว่า การอยู่ หรือการเอาอยู่ของรัฐบาล ของยิ่งลักษณ์นั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพแห่งกึ๋นหรอก แต่จะอยู่คงทนหน้าชนคอนกรีตไม่ถลอกก็เพราะ...ตรงนี้
    เอ้า...อ่านดู ผมคัดจาก "คนหน้า ๕" ที่ผู้ใช้นามว่า "ดินสอโดม" เขาเขียนเป็นข่าวสังคมไว้ในเดลินิวส์ ฉบับ ๑๙ มี.ค.๕๕ ดังนี้
    "อ้าว...ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ พล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง รักษาราชการเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีย้าย ศาลพระภูมิ ประจำทำเนียบรัฐบาลไปเมื่อวันก่อน.....เท่านั้นไม่พอ ยังสั่งหันทิศ ปืนใหญ่ ที่ตั้งอยู่หน้าตึกไทยคู่ฟ้า ๒ กระบอก จากเดิมพุ่งตรงไปยัง ตึกบัญชาการ ให้เหไปทางประตู ๑  เฉียดห้องนักข่าว ส่วนอีกกระบอกที่เคยหันเข้าหา ก.พ. ก็สั่งให้ส่องไปทาง  โรงเรียนราชวินิตมัธยม และ สะพานชมัยมรุเชฐ......ในฐานะเป็นมิตรรักของ  ทักษิณ ชินวัตร ที่สั่งให้มาคอยดูแล น้องสาว และในฐานะเป็น ผู้มีสัมผัสพิเศษ พอเหยียบทำเนียบฯ ก้าวแรก ก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ เพราะไม่มีใครหันปากกระบอกปืนใหญ่เข้าหาที่ทำงานของตัวเอง.
    เผื่อนายกฯ ยิ่งลักษณ์ท่านชอบให้ปืนกระบอกใหญ่หันเข้าหาล่ะ จะว่าไง ลองใช้ "สัมผัสพิเศษ" สำรวจดูให้แน่ๆ อีกทีซิ...ท่านเลขาฯ!?.