ข่าวหน้า 1

Saturday, 24 March, 2012 - 00:00

‘บัญชร’แฉ‘บัง’จอมพลิ้ว

 "บังธิ" เขียนพ็อกเกตบุ๊กแฉเบื้องหลังรัฐประหาร 19 กันยา แต่มีเงื่อนไขให้ตัวเองตายก่อนค่อยตีพิมพ์ "บัญชร" ทวงถาม ทำไมยังไม่แก้ข่าวให้ "ป๋า" เผย "เปรม" เคยขอให้ "บิ๊กหมง" ไปถามช่วงหลังปฏิวัติปีกว่าเพราะไม่สบายใจถูกลากเข้าไปพัวพัน แต่ "สนธิ" ไม่เคยแถลงความจริงกับสื่อ "พรั่ง" ยัน "ป๋าเปรม" ไม่รู้เรื่อง "เสธ.หนั่น" ขย่มอีก เหน็บขายตัว ขณะที่ทีมวิจัยสถาบันพระปกเกล้าเพิ่งตาสว่าง หลังลงไปติดกับดัก "ทักษิณ" ขู่ถอนข้อเสนอปรองดองกลับ
    บทบาทของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ปัจจุบันเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคมาตุภูมิ และเป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ สภาผู้แทนราษฎร ถูกจับตามองจากหลายฝ่ายหลังถูก พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา ตั้งคำถามให้ตอบว่าใครอยู่เบื้องหลังการทำรัฐประหารวันที่ 19 กันยายน 2549

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้าที่ พล.อ.สนธิจะเข้ามาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคมาตุภูมิ พล.อ.สนธิได้มีการทำพ็อกเกตบุ๊กจำนวน 6 เล่ม อาทิ อัตชีวประวัติส่วนตัว ชีวิตรับราชการทหาร สถานการณ์ความไม่สงบชายแดนภาคใต้ สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และที่สำคัญคือหนังสือที่เกี่ยวกับเบื้องหลังเหตุการณ์ปฏิวัติรัฐประหารเมื่อ 19 ก.ย.49 ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้นำทหารของต่างประเทศให้ความสนใจมาก
    ปัจจุบันหนังสือทั้ง 6 เล่มจัดทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่มีการตีพิมพ์ เนื่องจากเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อบุคคลที่ถูกพาดพิงในหนังสือ โดยเล่มที่เกี่ยวกับปฏิวัตินี้ พล.อ.สนธิต้องการจะให้มีการพิมพ์ภายหลังจากที่ตนเองเสียชีวิตลง เพื่อเปิดเผยเบื้องหลังเกี่ยวกับการปฏิวัติเมื่อปี 49 

        พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์ นายทหารใกล้ชิด พล.อ.มงคล อัมพรพิสิฏฐ์ อดีต ผบ.ทหารสูงสุด กล่าวว่า หลังการปฏิวัติ 19 ก.ย.2549 ผ่านไปสักประมาณปีกว่าๆ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ท่านรู้สึกไม่สบายใจที่ประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจผิดว่าท่านอยู่เบื้องหลังการปฏิวัติ จึงอยากให้ พล.อ.สนธิออกมาพูดความจริง ท่านจึงมอบหมายให้ พล.อ.มงคล   รับภารกิจนี้ไปดำเนินการ หลังจากนั้น พล.อ.มงคลจึงมอบให้ตนเป็นผู้ติดต่อโทรศัพท์ไปหาเพื่อบอกถึงความต้องการของพล.อ.เปรม และเมื่อตนโทรศัพท์ไปหา พล.อ.สนธิ ได้แต่รับฟังและไม่ได้ว่าอะไร และยังไม่ยอมชี้แจงกับสื่อมวลชนให้เข้าใจ

    “ที่ต้องรับภารกิจโทรศัพท์ไปคุยกับ พล.อ.สนธิ เนื่องจากเป็นเพื่อนเตรียมทหารรุ่น 6 รุ่นเดียวกัน สามารถพูดคุยกันได้ แต่ก็ยอมรับว่าไม่สำเร็จ เพราะ พล.อ.สนธิก็ไม่ยอมชี้แจงกับสื่อมวลชนให้เข้าใจว่าป๋าเปรมท่านไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ปฏิวัติ มาถึงวันนี้ พล.อ.มงคลให้ความสนใจกับข่าวที่ พล.ต.สนั่นระบุจึงมานั่งทบทวนเหตุการณ์ ซึ่งผมยังเก็บเบอร์โทรศัพท์ของ พล.อ.สนธิในขณะนั้นไว้เลยว่าเราได้มีการพูดคุยกันจริง" พล.อ.บัญชรกล่าว        

"พรั่ง"ลั่น"ป๋า"ไม่เกี่ยว

    ด้าน พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร อดีตผู้ช่วยเลขาธิการ คมช. กล่าวว่า ไม่คิดว่า พล.อ.เปรมเข้ามาเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องปฏิวัติเลย ทั้งนี้ พล.อ.สนธิเป็นหัวหน้าคณะปฏิรูป ต้องตอบให้ชัดเจน แต่จะให้บอกว่าให้ใครไปพูดอย่างไรคงไม่ได้ เพราะแต่ละคนไม่เหมือนกัน สไตล์ใครก็สไตล์มัน แต่เท่าที่ติดตาม พล.ต.สนั่นไม่ได้เอ่ยชื่อใคร ก่อนหน้านี้ตนมีตำแหน่ง ตนจะไม่ยอมให้ใครบอกว่าควรทำอย่างนั้นหรือควรทำอย่างนี้ และต้องรับผิดชอบต่อการเงี่ยหูฟัง คือติดตามสถานการณ์อย่างจริงจัง จะไม่ทิ้งประเด็น และอย่าไปหลงคารมในการปล่อยข่าว แล้วไปเชื่อเขา ต้องดูว่าอะไรที่เป็นสาระ ที่เกี่ยวข้องกับที่ตัวเองรับผิดชอบ ตนจะไม่ปล่อย อยากจะดูเหมือนกันว่าจะอึมครึมไปนานแค่ไหน     

    นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ว่า “อย่าเอาท่านมาเกี่ยวเลยครับ ท่านอยู่ในที่ที่ควรเคารพ”

    ในการประชุมใหญ่พรรคชาติไทยพัฒนา ที่โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา พล.ต.สนั่นพูดอีกครั้งว่า เมื่อเจอ พล.อ.สนธิ  ซึ่งเป็นหัวหน้าปฏิวัติมาเป็นประธานปรองดอง ซึ่งก็งง และงงยิ่งกว่าคือ พล.อ.สนธิเห็นด้วยกับการยกเลิกคดี คตส.ทั้งหมด แล้วให้กลับไปพิจารณาในชั้นศาลใหม่

    เพราะฉะนั้นจึงตั้งคำถาม 3 คำถามไปยังประธาน กมธ.ปรองดองว่า หนึ่ง การปฏิวัติ 2549 ท่านและคณะเป็นผู้ปฏิวัติเองหรือไม่ หรือมีผู้อยู่เบื้องหลังให้ทำ สอง ประกาศคณะปฏิวัติแล้วเข้าเฝ้าฯ ถวายรายงานต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  พล.อ.เปรมได้นำเข้าเฝ้าฯ จริงหรือไม่ หรือว่า พล.อ.เปรมไปทีหลัง และก่อนการปฏิวัติ ท่านเคยรายงานให้ พล.อ.เปรมทราบก่อนหรือไม่ สาม พล.อ.อดีต ผบ.สูงสุด ขอร้องให้ท่านพูดความจริงว่าใครอยู่เบื้องหลัง มีอำมาตย์หรือไม่ บุคคลผู้อยู่เหนืออำนาจรัฐธรรมนูญ จริงหรือไม่

    “ถ้าพูดความจริง ประชาชนที่เข้าใจผิดจะได้เข้าใจว่าชนชั้นสูงหรืออำมาตย์ไม่ได้เข้ามามีส่วนในการปฏิวัติด้วย และประชาชนอาจเข้าใจผิดได้ เพราะสื่อทีวีเผยแพร่ภาพที่มี พล.อ.เปรมนั่งอยู่ด้วย ดังนั้นจึงอยากให้ พล.อ.สนธิพูดความจริง อุณหภูมิความร้อนแรงในบ้านเมืองจะได้ลดน้อยลง บ้านเมืองจะได้เข้าสู่บรรยากาศปรองดอง”

    พล.ต.สนั่นกล่าวอีกว่า การปรองดองจะเกิดขึ้นได้ต้องค้นหาความจริง ความรุนแรงในการแตกแยกเกิดขึ้นหลังจากปฏิวัติ ซึ่งไม่สามารถควบคุมได้ เพราะความรุนแรงพุ่งขึ้นสู่อากาศ หากเอาแต่เสียงของผู้แทนราษฎรและเสียงข้างมาก เชื่อว่าการปรองดองคงไม่จบ และถ้ามีโอกาสก็อยากถาม พ.ต.ท.ทักษิณ เช่นกันว่ามีใจจะปรองดองอย่างไร

    "ผมตอบตรงๆ ว่าผมไม่เคยรับงานจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ขอเรียนให้ พล.อ.สนธิทราบว่า คนอย่างผมไม่เคยขายตัว ตั้งแต่เล่นการเมืองมา ไม่เคยมีประวัติขายตัว หากใครมีหลักฐานว่า ผมไปรับเงิน หรือรับแผนมาจาก พ.ต.ท.ทักษิณ แล้วผมจะไปตั้งคำถาม พล.อ.สนธิทำไม และถ้า พล.อ.สนธิมากล่าวหาผมอย่างที่มีข่าวออกมานี้จริง" พล.ต.สนั่นกล่าว

สถาบันปกเกล้าฯ ขู่ถอนข้อเสนอ

    มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของคณะผู้วิจัยการสร้างความปรองดองแห่งชาติ สถาบันพระปกเกล้า ล่าสุดมีการออกมาแถลงแสดงจุดยืนหลังหลายฝ่ายไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของคณะวิจัย ที่คณะกรรมมาธิการฯ ชุด พล.อ.สนธิ นำไปเป็นแนวทางการปรองดอง และจะเสนอต่อสภาในเร็วๆ นี้

    นายวุฒิสาร ตันไชย รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า  ในฐานะหัวหน้าคณะผู้วิจัยการสร้างความปรองดองแห่งชาติ ได้อ่านคำแถลงต่อจุดยืนว่า การเสนอทางเลือกของสถาบันพระปกเกล้าอยู่บนพื้นฐานของบรรยากาศที่การปรองดองยังไม่เกิดขึ้น ดังนั้น กมธ.ต้องพิจารณาทุกข้อเสนอของคณะผู้วิจัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการค้นหาความจริงต่อไปตามแนวทางของ คอป. การแสวงหาสร้างบรรยากาศให้เหมาะสมก่อนเริ่มปรองดอง และสร้างจุดร่วมของ กมธ.ในการยอมรับบางเรื่องที่ใม่ใช้เสียงตัดสินเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพูดคุยด้วยเหตุผลและพูดคุยในรายละเอียดตามข้อเสนอ

    "สถาบันพระปกเกล้าและคณะผู้วิจัยมีความรับผิดชอบต่องานที่เสนอ ซึ่งยืนยันว่าอยู่บนพื้นฐานของความตั้งใจที่อยากเห็นทางออกของประเทศในแนวทางความปรองดองเกิดขึ้น และเมื่อผลวิจัยอาจจะส่งผลในทางลบและส่งผลถึงความชอบธรรมในงานวิจัย จึงต้องมีหนังสือถึง พล.อ.สนธิ ให้ทบทวนแนวทางที่จะดำเนินการหลังจากนี้ หากยังเพิกเฉยอาจจะถอนผลวิจัยกลับคืนได้"

    ถามว่า ข้อสังเกตต่างๆ เสนอให้ กมธ.แล้ว แต่กลับมีการรวบรัดลงมติใช่หรือไม่ เขาตอบว่า ใช่ เพราะล่าสุดในรายงานคณะผู้วิจัยก็มีข้อเสนอต่อ กมธ.ว่าให้ดำเนินการอย่างไรแล้ว ซึ่งหากรีบสรุปเกินไปอาจมีโอกาสที่จะเกิดความขัดแย้งขึ้นใหม่ได้

    ต่อมานายวุฒิสารได้เดินทางไปยังรัฐสภา เพื่อยื่นคำแถลงจุดยืนของคณะผู้วิจัยต่อ กมธ. โดยมีนายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะเลขานุการ กมธ.เป็นตัวแทนรับมอบ กล่าวว่า กมธ.เข้าใจการทำงานของคณะผู้วิจัยเป็นอย่างดี เพราะการทำงานของสถาบันพระปกเกล้าเป็นไปตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจาก กมธ. ดังนั้นเพื่อให้เกิดความสบายใจ ทาง กมธ.จะตัดตัวเลขเสียงข้างมากดังกล่าวออกไป โดยจะเสนอแนวทางข้อเสนอการสร้างความปรองดองของสถาบันพระปกเกล้าทั้งหมดแทน ควบคู่ไปกับการแนบความเห็นของ กมธ.ซีกฝ่ายค้านที่แสดงความเห็นคัดค้านไว้ในรายงานฉบับสมบูรณ์ของ กมธ.ที่จะเสนอต่อสภาภายในวันที่ 15 เม.ย. โดยการตัดเสียงของ กมธ.เสียงข้างมากออกจากรายงาน ไม่มีความจำเป็นต้องขอมติจากที่ประชุม กมธ.อีกแต่อย่างใด

    ด้านนายวุฒิสารกล่าวว่า เมื่อได้เห็นท่าทีของเลขานุการ กมธ.ดังกล่าว ก็เกิดความสบายใจในระดับหนึ่ง แต่ไม่แน่ใจว่ากมธ.ทุกคนจะเห็นด้วยกับนายชวลิตหรือไม่

ปชป.เหน็บแดง

    นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ว่า ทางคณะผู้วิจัยยืนยันชัดเจนว่ารายงานวิจัยของสถาบันพระปกเกล้าถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่ไม่ได้บอกว่าให้หยิบสิ่งเหล่านี้ไปทำเลย เพราะต้องเริ่มเข้าสู่กระบวนการของการที่จะพูดคุยภายใต้ของการสร้างบรรยากาศของการปรองดองเป็นสำคัญ ดังนั้นทุกฝ่ายก็ต้องเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ จะไปฟังข้อเสนอจากผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง 47 คนเพียงอย่างเดียวคงไม่ได้ เมื่อข้อเสนอต่างๆ ทั้งกรณีที่เกี่ยวข้องกับคดีความของ คตส. ทาง กมธ.ปรองดองก็มีหน้าที่ต้องหาคำตอบจากการที่สถาบันพระปกเกล้าได้เสนอรายงานผลวิจัย เอาทุกฝ่ายมาพูดคุยกัน ไม่ใช่มาอ้างเสียงข้างมากชอบข้อเสนอของพระปกเกล้า แล้วก็หยิบมาทำเลย เพราะหากทำแล้วไม่ปรองดอง ความขัดแย้งก็จะเพิ่มขึ้น

    นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวว่า จะถามกลับไปยังพรรคเพื่อไทยว่า ในขณะนี้ไม่อยากทราบแล้วใช่หรือไม่ว่า 1.ใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการปฏิวัติ 2.ไม่อยากทราบแล้วใช่หรือไม่ใครเป็นเผาบ้านเผาเมือง ใครเป็นคนฆ่าประชาชน ใครเป็นคนเผาศาลากลาง ใครเป็นคนฆ่าทหาร  3.ข้อเสนอที่เรียกร้องมาตลอดตั้งแต่การชุมนุมในปี 2552-2553 เพราะประเทศไม่เป็นประชาธิปไตย เพราะใช้วาทกรรมไพร่และอำมาตย์ ตนขอถามกลับไปว่า ข้อเสนอของสถาบันพระปกเกล้าที่พรรคเพื่อไทยเอาเป็นเอาตายที่จะดันข้อเสนอนี้ให้ได้ แก้ปัญหาประชาธิปไตยตรงไหน แก้ปัญหาเรื่องไพร่และอำมาตย์ตรงไหน ข้อเรียกร้องของพรรคเพื่อไทยที่ผ่านมาสองปีไม่เห็นอยู่ในข้อเสนอของสถาบันพระปกเกล้าเลย สุดท้ายข้อเสนอของสถาบันพระปกเกล้าเป็นการนิรโทษฯ ให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณและแกนนำที่มีคดีอาญาติดตัวมากหรือน้อยแค่นั้นเอง

    นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธาน นปช. กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ขณะนี้ประชาชนส่วนใหญ่มีความเข้าใจแล้ว แต่คนที่ยังไม่เข้าใจคือพรรคประชาธิปัตย์ กลุ่มคนเสื้อหลากสี และคณะที่ปรึกษาของผู้ตรวจการแผ่นดิน รัฐธรรรมนูญที่ภาคประชาชนเสนอแก้ไขนั้น มีหลักการคือ ต้องการรัฐธรรมนูญที่ไม่ใช่ของพรรคการเมืองหรือของคนเสื้อแดง เราต้องการรัฐธรรมนูญของประชาชนทั้งประเทศ ดังนั้นขอให้ประชาชนมีโอกาสมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของมากที่สุด เพราะคือหนทางเดียวที่จะพิทักษ์รัฐธรรมนูญของประชาชนไว้

    นายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า อุปสรรคที่ขัดขวางการปรองดองไม่ว่าจะทำอะไรก็บอกว่าไม่เอาไม่ได้ จะแก้รัฐธรรมนูญก็ไม่ได้ เยียวยาก็ไม่ได้ ปรองดองก็ไม่เอา ขอเตือนพรรคประชาธิปัตย์ หากไม่ทำให้ประเทศนี้ปรองดอง พรรคประชาธิปัตย์จะแบกรับปัญหา เพราะเมื่อหาเสียงก็จะเกิดเหตุการณ์เหมือนการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ที่มีคนถือป้ายสั่งฆ่าประชาชนทุกที่ที่พรรคประชาธิปัตย์ไปหาเสียง ดังนั้นควรหาทางออกให้สังคมมีทางเลือก ไม่ใช่ทำตัวเป็นจระเข้ขวางคลอง

    นพ.เหวง โตจิราการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า อยากให้มีความปรองดองเกิดขึ้น แต่มีเงื่อนไขที่เป็นหลักสากลว่า ความจริงที่ว่าใครฆ่าประชาชนต้องปรากฏ หลักนิติรัฐ นิติธรรม ต้องได้รับการปฏิบัติ คือใครที่ฆ่าประชาชนเมื่อเดือน เม.ย.–พ.ค.53 จะต้องได้รับการพิจารณาคดีในศาล จากนั้นจึงจะเกิดสันติสุขและสันติภาพ  

    ในช่วงค่ำ ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำประจำปีของสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย  โดยได้กล่าวสุนทรพจน์เป็นภาษาอังกฤษถึงนโยบายการปรองดองว่า รัฐบาลได้เดินหน้าตามแผนตามคำแนะนำของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ที่จัดตั้งโดยรัฐบาลที่แล้ว ทั้งนี้ ในเรื่องของการปรองดอง ทางรัฐสภาก็ได้มีการหารือโดย ส.ส. ซึ่งเห็นว่ามีความเหมาะสม เพราะพวกเขาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับความรุนแรงที่ผ่านมา

    เมื่อถามว่า การปรองดองถูกมองว่าจะนำไปสู่ความขัดแย้งรอบใหม่ โดย พ.ต.ท.ทักษิณให้คุณยิ้มหวานๆ แต่ พ.ต.ท.ทักษิณจะเป็นสายเหยี่ยวอยู่เบื้องหลังใช่หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบว่า ตนเองไม่ได้เป็นคนซับซ้อนลึกซึ้ง เข้ามาเพื่อช่วยเหลือประชาชน และการปรองดองก็เป็นเรื่องที่สำคัญ อยากให้ประเทศไทยเดินหน้าต่อไป แนวทางที่ดีคือการพูดคุยหารือกัน ผู้ที่มีหน้าที่ปรองดองก็ทำไป ซึ่งทุกอย่างอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายภายใต้หลักนิติธรรม รัฐบาลไม่ได้เข้าไปก้าวก่าย แต่ก็พร้อมรับฟังทุกฝ่าย ซึ่งการปรองดองต้องใช้เวลา สังคมไทยต้องเรียนรู้การให้อภัย ซึ่งเชื่อว่าคนไทยไม่ปฏิเสธการให้อภัย

    เมื่อถามว่า นายกฯ มีแผนซ้อนแผนใช่หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า เสียใจด้วย ไม่รู้จักแผนซ้อนแผน เพราะไม่เคยเล่นเกม ส่วนคดีที่ทำมาทั้งหมดจะล้มไปหรือไม่ ผลคดีจะออกมาเป็นอย่างไร จะให้ความยุติธรรม
    น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังกล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ประชาชนเป็นศูนย์กลาง ซึ่งรัฐบาลได้แก้ไขมาตรา 291 เพื่อคนส่วนมาก ไม่ใช่แค่คนคนเดียว และเป็นไปตามขั้นตอนที่ถูกต้องและเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน ซึ่งรัฐบาลสนับสนุนกฎหมายที่เป็นที่ยอมรับในสากล รัฐบาลเน้นความปรองดองและประชาธิปไตยที่ถูกต้อง เพื่อจะได้นำไปสู่ความปรองดองอย่างแท้จริง

    ผู้สื่อข่าวถามว่า คนไทยยังเชื่อรัฐบาลมี พ.ต.ท.ทักษิณอยู่เบื้องหลัง จะอธิบายอย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบว่า ขอยืนยันว่าการดำเนินการบริหารประเทศเป็นการดำเนินการที่พรรคและรัฐบาลเป็นผู้กำหนด และเวลานี้เป็นการพิสูจน์จุดยืนของรัฐบาลในการบริหารประเทศ รวมทั้งยืนยันว่าการบริหารด้านพลังงานที่มีปัญหาอยู่กับประเทศเพื่อนบ้าน พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้มีผลประโยชน์ทับซ้อนแต่อย่างไรด้วย

    เมื่อถามว่า หากสมาชิกบ้านเลขที่ 111 กลับมา จะมีความกดจาก พ.ต.ท.ทักษิณให้ออกจากนายกฯ หรือปรับ ครม.หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ตนเองมาจากประชาชนที่เลือกมา จะอยู่ต่อจนกว่าประชาชนไม่ต้องการ ส่วนสมาชิกบ้านเลขที่ 111 ที่จะออกมา ก็เปิดกว้างสำหรับทุกคน ในแง่การเข้ามาร่วม ครม.หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และความเหมาะสม ในการปรับ ครม.จะคำนึงถึงประสิทธิภาพที่ทำให้ดีขึ้น

สารภาพ "แม้ว" ไปอิตาลี

    นายขวัญชัย ไพรพนา แกนนำคนเสื้อแดง กล่าวถึงกรณีเสนอแนวคิดจะพา พ.ต.ท.ทักษิณกลับประเทศไทยทางสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ว่า ตนพูดทีเล่นทีจริง หากช่วงสงกรานต์ท่านมาเยือนประเทศลาว เมื่อมีนักข่าวถามเลยบอกว่าถ้าท่านจะมาก็ให้ข้ามมาทางสะพานมิตรภาพไทย-ลาว อย่างวีรบุรุษไปเลย แต่ปรากฏว่าเป็นข่าวใหญ่โตทำให้ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาตอบโต้ว่าตนไม่รู้ข้อกฎหมาย จึงโยนแนวคิดแบบนี้ออกไป หากคนเสื้อแดงและสังคมรับได้ก็ไม่มีปัญหา แต่คนที่ตัดสินใจคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ขอยืนยันว่าเป็นเพียงแนวคิด

    นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกระแสข่าว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ถูกจับกุมที่ประเทศอิตาลีเมื่อวันที่ 21 มีนาคมว่า ยังไม่ได้รับรายงานดังกล่าว แต่กระทรวงการต่างประเทศยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่มีหมายจับตำรวจสากล หรืออินเตอร์โพล ต้องถามนายศิริโชค โสภา ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ว่าการออกมาให้ข่าวต้องการอะไร เคยให้นายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศไปตรวจสอบนานมาแล้ว พบว่าตำรวจสากลไม่เคยประกาศออกหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ ตามที่ทางการไทยได้ร้องขอไปสมัยรัฐบาลชุดที่แล้ว

    ด้านนายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ เผยว่า ขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณอยู่ที่ประเทศอิตาลี เข้าใจว่าไปทำธุระที่ประเทศมอนเตเนโกร และก็เลยแวะไปพักผ่อนที่ประเทศอิตาลี ซึ่งอยู่ใกล้กัน ยืนยันว่าไม่มีการถูกจับหรือถูกกักตัวอะไรทั้งสิ้น ข่าวที่พรรคประชาธิปัตย์ปูดออกมา เป็นการจับแพะชนแกะเหมือนเคย พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้อยู่ในบัญชีดำของอินเตอร์โพลตามที่บางฝ่ายพยายามกล่าวหา

    นายศิริโชค โสภา ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์  โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กว่า ข้อเท็จจริงที่นายนพดลยอมรับคือ พ.ต.ท.ทักษิณไปฟลอเรนซ์จริง เพราะปฏิเสธไม่ได้ จนต่อหลักฐาน พยายามไม่พูดถึงโรงแรมเซนต์รีจิส เพราะรู้ว่าเป็นข้อเท็จจริง ก็ถามต่อไปว่า ในแต่ละวันมีคนไปเที่ยวฟลอเรนซ์กี่หมื่นกี่แสนคน ไม่มีทางที่จะรู้ ใครเข้า-ออกบ้าง และยิ่งถ้าเป็น พ.ต.ท.ทักษิณแล้วยิ่งยาก เพราะเวลาไปไหนระมัดระวังเป็นพิเศษ ไม่มีใครรู้ ใช้เครื่องบินส่วนตัว แต่ทำไมคราวนี้พวกตนถึงรู้ รู้แม้กระทั่งโรงแรมที่ พ.ต.ท.ทักษิณพัก หรือสถานที่เกิดเหตุ

    "ที่รู้เพราะมันเกิดเรื่อง มีเจ้าหน้าที่ของรัฐฟลอเรนซ์เข้าไปเกี่ยวข้อง มีการสอบถามมาที่รัฐบาลไทย นพดลพยายามเบี่ยงเบนบอกว่าอินเตอร์โพลไม่มีหมาย ผมก็บอกตั้งแต่ต้นแล้วว่าไม่ใช่หมายแดงของอินเตอร์โพล แต่เป็นการประสานงานภายใน ขอความร่วมมือผ่านอินเตอร์โพลและยูโรโพล เพื่อให้เฝ้าระวังผู้ต้องหาหนีคดีของไทย เมื่อประเมินข้อเท็จจริงเหล่านี้ก็จะรู้ว่า ใครโกหก ใครพูดจริง" นายศิริโชคกล่าว

     ที่ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ วันเดียวกันนี้ มีการประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ 13 ประจำปี 2554 เรื่อง “ความเป็นพลเมืองกับอนาคตประเทศไทย” โดยนายธีรยุทธ บุญมี ผู้อำนวยการสถาบันสัญญา ธรรมศักดิ์ เพื่อประชาธิปไตย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปาฐกถาเรื่อง “ความเป็นพลเมืองกับอนาคตประชาธิปไตยไทย” ว่า ปัจจุบันต้องยอมรับว่าการเมืองในบ้านเราไม่มีเสถียรภาพ มีพรรคการเมืองเล็กเกิดขึ้นมากมาย ในช่วงของรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ในปี 44-49 มีการทำนโยบายประชานิยม และเกิดวิกฤติเหลือง-แดง ในปี 48-ปัจจุบัน ทำให้มีความขัดแย้งทางแนวคิดระหว่างประชานิยมและอนุรักษนิยม ซึ่งถือเป็นความขัดแย้งหลักในสังคมการเมืองของบ้านเรา

    “ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นสามารถหาทางออกได้ โดยการมีสังคมเข้มแข็ง ที่เน้นบทบาทไปที่คนชนชั้นกลาง ชุมชนเข้มแข็ง จะเน้นไปทางชนบท สิทธิชุมชน ความเป็นท้องถิ่น และพลเมืองเข้มแข็ง คือการรับผิดชอบต่อสังคม ไม่เน้นรัฐ เน้นบุคคลที่จะมาร่วมแรงร่วมใจกันรับผิดชอบต่อสังคม ค่านิยมบรรทัดฐานที่ดีให้กับสังคม ซึ่งแนวคิดเหล่านี้ถือเป็นบทบาทสำคัญในการพัฒนาประชาธิปไตยของประเทศ แต่สำหรับประเทศไทยเรื่องเหล่านี้ยังเป็นจุดอ่อนที่เรายังขาดอยู่” นายธีรยุทธกล่าว.