สิ่งแวดล้อม

Sunday, 3 February, 2013 - 00:00

มหัศจรรย์ 'ผาชัน สามพันโบก' สู่อุทยานธรณีระดับโลก

    ผาชัน สามพันโบก อันสวยงามตั้งอยู่เรียบลำน้ำโขงพื้นที่ครอบคลุม 3 อำเภอ คือ โขงเจียม โพธิ์ไทร และศรีเมืองใหม่ จังหวัดอุบลราชธานี เป็นแหล่งธรณีวิทยาสำคัญของประเทศ มีทั้งชั้นหินเก่าแก่และซากดึกดำบรรพ์ ซึ่งก่อกำเนิดมานานหลายร้อยล้านปี นับเป็นประติมากรรมธรรมชาติมหัศจรรย์ไม่มีใครเหมือน
    ในยุคหนึ่ง สามพันโบกเคยเป็นหินทรายจัดอยู่ในหมวดหินภูพาน อายุประมาณ 100 ล้านปี แต่แม่น้ำโขงพัดพาเอากรวดหินดินทรายมาหมุนวนไปเรื่อยๆ กัดกร่อนจนเกิดเป็นแอ่งโค้งเว้า ซึ่งมีทั้งแอ่งขนาดเล็กๆ ไม่กี่เซนติเมตรจนถึงขนาดใหญ่เท่าสระว่ายน้ำจำนวนมาก ชื่อของแอ่ง หลุม บ่อน้ำเหล่านี้ เรียกว่า  'กุมภลักษณ์' หรือ "โบก" กลายเป็นที่มาของชื่อ 'สามพันโบก' ที่นี่ได้รับคัดเลือกให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวโดดเด่นในโครงการ 12 เดือน 7 ดาว 9 ตะวัน ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติต่างเดินทางมาเพื่อถ่ายรูปภูผา แก่งหินน้อยใหญ่ แอ่งรูปหัวใจ รูปคล้ายตัวการ์ตูนมิกกี้เมาส์  และสามหมื่นรู แนวชั้นหินที่เต็มไปด้วยรูพรุนซึ่งต้องล่องมหานทีลำน้ำโขงต่อออกไป
     ปัจจุบันความโดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะของผาชัน สามพันโบก ดึงดูดให้กรมทรัพยากรธรณี (ทธ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดำเนินการขอจัดตั้งเป็นอุทยานผาชัน สามพันโบก อุทยานธรณีแห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการจัดตั้งอุทยานธรณีผาชัน สามพันโบกแล้ว ในการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่จังหวัดสุรินทร์
    ทว่าตอนนี้ ทธ. กำลังร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่นศึกษาวิจัย สำรวจ และประเมินคุณค่าและความโดดเด่นของแหล่งธรณีวิทยาเพื่อยื่นเสนอขอจัดตั้งอุทยานธรณี โดยพิจารณาจากองค์ประกอบที่ยูเนสโกเป็นผู้กำหนด หากคณะกรรมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมเห็นชอบประกาศเป็นอุทยานธรณีแล้ว จะดำเนินการพัฒนาปรับปรุงโครงสร้างภายในอุทยานธรณีให้สมบูรณ์ตามเกณฑ์ระดับสูงของยูเนสโก ก่อนจะส่งให้รัฐบาลไทยยื่นเสนอต่อยูเนสโกพิจารณาประกาศเป็นอุทยานธรณีระดับโลกต่อไป
    การประกาศรับรองอุทยานธรณีของยูเนสโกกำหนดว่าเป็นพื้นที่ที่ประกอบด้วยแหล่งที่สำคัญด้านธรณีวิทยา โบราณคดี นิเวศวิทยา และวัฒนธรรมเข้าไว้ด้วยกันในพื้นที่นั้นทั้งบนบกและทะเล ได้ตั้งเป้าประกาศรับรองอุทยานธรณีทั่วโลกให้ได้ 500 แห่ง ภายใน 20 ปีข้างหน้า โดยทุกวันนี้อุทยานธรณีกระจายอยู่ 90 แห่ง ใน 27 ประเทศทั่วโลก อยู่ในจีน 27 แห่ง ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีอุทยานธรณีโลก 3 แห่ง คือ เกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย, ฮาลองเบย์ ประเทศเวียดนาม และเกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย  
    เมื่อวันพุธที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา ปราณีต ร้อยบาง อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี ร่วมล่องเรือและปีนป่ายขึ้นไปเดินสำรวจรอบๆ แก่งสามพันโบก พร้อม ทศพร นุชอนงค์ รองอธิบดี ทธ. และผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยา ก่อนจะไปร่วมล้อมวงเสวนาเกี่ยวกับการจัดตั้งอุทยานธรณีของประเทศไทยที่ลานบ้านผาชันซึ่งอยู่ในพื้นที่ริมโขง เตรียมดำเนินการจัดตั้งอุทยานธรณี
    ทศพร นุชอนงค์ รองอธิบดี ทธ. อธิบายว่า ผาชัน-สามพันโบกริมแม่น้ำโขง จ.อุบลฯ หากล่องเรือจะมี ระยะทางยาว 20 กิโลเมตร เป็นอาณาบริเวณที่มีสภาพด้านธรณีสัณฐานที่สวยที่สุดในประเทศไทย ย้อนไปร้อยล้านปีก่อนไม่มีแม่น้ำโขงไหลผ่านบริเวณนี้ แต่จากการที่น้ำโขงไหลตัดผ่านหินทรายและแสดงลักษณะการถูกกัดกร่อนเป็นรูปทรงและสภาพธรรมธรรมชาติในเนื้อหิน ที่มีสภาพภูมิประเทศแปลกตาอย่างที่ได้เห็น
    "พบได้ที่เดียวในแม่น้ำโขงช่วงที่ไหลผ่านไทย ถ้าไปล่องน้ำโขงที่อื่นๆ ไม่พบ ไม่ว่าจะล่องแก่งคุดคู้ เชียงคาน ปากชม  หนองคาย ไม่มีหินแบบนี้ แม้ผ่านโขดหิน ผ่านแก่ง แต่เป็นหินคนละประเภท พื้นที่ตรงนี้จุดเด่นเป็นหินเก่าแก่ กัดกร่อนเป็นหลุม รู อาณาบริเวณนี้คุณค่าด้านวัฒนธรรมก็โดดเด่น มีวิถีชีวิตประชาชนลุ่มน้ำโขง แถมเส้นทางยังเชื่อมโยงลาว กัมพูชา ถ้าถามล่องน้ำโขงที่ใดได้เห็นสภาพภูมิประเทศสวยที่สุดต้องอุบลราชธานี" ทศพรถึงกับการันตีว่าที่นี่สวยที่สุดในไทย และเหมาะสมยื่นเสนอต่อยูเนสโก
    แต่รองอธิบดี ทธ. อธิบายความยากของการได้รับพิจารณาประกาศเป็นอุทยานธรณีระดับโลก นั่นคือ แผนบริหารจัดการอุทยานธรณีที่ต้องการเกิดจากท้องถิ่นอย่างแท้จริง โดยท้องถิ่นที่หมายถึงครอบคลุมชาวบ้าน ชุมชน เจ้าหน้าที่รัฐ ภาคเอกชน จังหวัด ร่วมกันจัดทำข้อเสนอเพื่อเขียนแผนจัดการ นอกจากภาควิชาการทั้งคุณค่า ความโดดเด่น และกระบวนการวิวัฒนาการทางธรณีวิทยา ในแผนต้องชัดเจนแสดงเจตนารมณ์ชุมชนในการอนุรักษ์และพัฒนาที่ยั่งยืน ไม่ให้สภาพทางด้านธรณีวิทยานั้นถูกทำลาย โดยการอนุรักษ์ยังส่งให้เกิดผลทางด้านเศรษฐกิจท้องถิ่น เมื่อประกาศเป็นอุทยานธรณีระดับโลกจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น สร้างงานสร้างรายได้
    บทบาทที่สำคัญของท้องถิ่นที่จะเป็นด่านแรกให้ยูเนสโกพิจารณาก็คือ ท้องถิ่นจะต้องเป็นผู้กำหนดแผนอนุรักษ์ กิจกรรมด้านการท่องเที่ยว ที่พัก โฮมสเตย์ จัดทำป้าย คู่มือแผ่นกับอุทยานธรณีฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เติมเต็มมัคคุเทศก์ท้องถิ่น ยุวมัคคเทศก์ แล้วต้องมีประชาชนในชุมชนอย่างน้อยร้อยละ 50 รู้เรื่องราวความเป็นมาด้านธรณีวิทยาและประวัติศาสตร์ สามารถอธิบายสื่อสารให้คนทั่วไปเข้าใจได้
    "หากท้องถิ่นคาดหวังยูเนสโกประกาศแล้วจะมีงบประมาณเข้ามาในพื้นที่ จะมีถนน 4 เลน หรือมีกลุ่มทุนมาสร้างโรงแรม นั่นไม่ใช่ จริงๆ หัวใจคือ ชุมชนอนุรักษ์ พัฒนา หวงแหน สื่อสารในวงกว้าง การขับเคลื่อนจะสำเร็จได้ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน แล้วการพัฒนาต่างๆ จะตามมา หากประกาศแล้ว แต่รักษาความสมบูรณ์ไว้ตามเกณฑ์ไม่ได้ มีสิทธิ์ถูกถอดจากบัญชี" ทศพรย้ำหลักคิดการจัดการอุทยานธรณี
    ขณะเดียวกันนักธรณีวิทยาผู้นี้ยอมรับการศึกษาไทยให้ความสำคัญเรื่องธรณีวิทยาน้อยมากเมื่อเทียบกับวิชาประวัติศาสตร์ ระดับชั้นประถมเพิ่งมีการเรียนช่วงสิปปีที่ผ่านมา แต่ปัจจุบันกระแสคนรุ่นใหม่เริ่มเปลี่ยนหันมาสนใจด้านธรรมชาติมากขึ้น ขณะที่ต่างประเทศซึมซับแต่เด็กจึงเข้าใจและเห็นคุณค่า อย่างไรก็ตาม อธิบดี ทธ.มีแผนจะจัดพิพิธภัณฑ์ธรณีวิทยาเคลื่อนที่มายัง จ.อุบลฯ เพื่อเป็นต้นแบบกระตุ้นแนวคิดจัดตั้งอุทยานธรณีของไทย 
    ในพื้นที่ผาชัน สามพันโบก อันมหัศจรรย์ มีธรรมชาติแปลกตา แม่น้ำสองสี และไดโนเสาร์ยุคสุดท้าย สุทธินันท์ บุญมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี  กล่าวว่า อุบลราชธานีไม่เหมือนใคร เป็นที่ตั้งแหล่งธรณีวิทยาที่สำคัญๆ เกือบ 27 แหล่ง อาทิ สามพันโบก สามหมื่นรู้ เสาเฉลียงยักษ์ ถ้ำหินทราย ผาแต้ม แล้วยังมีแหล่งโบราณคดีอีก 8 แหล่ง โดยแหล่งธรณีวิทยาเหมาะสมเสนอต่อยูเนสโก โดยจังหวัดมีนโยบายรักษาต้นทุนทางธรรมชาติเอาไว้ให้ได้ โดยเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนและท้องถิ่น ก่อนจะให้คนทั่วโลกเข้ามาเยี่ยมเยือน โดยจะเริ่มจากกลุ่มประเทศอาเซียนเพื่อรับเออีซี จังหวัดจะร่วมผลักดันกับ ทธ. เพื่อให้เกิดการจัดการยั่งยืน ตลอดจนเผยแพร่แหล่งธรณีวิทยานี้ หนุนภาคเอกชนเชิญชวนคนมาเที่ยว ควบคู่กับส่งเสริมให้อุทยานธรณีแห่งนี้เป็นห้องเรียนธรรมชาติธรณีวิทยา เริ่มจากเด็กนักเรียนในโรงเรียนมาศึกษาเรียนรู้ แล้วขยายสู่ระดับมหาวิทยาลัย เราตระหนักว่าธรรมชาติจะอยู่รอดได้ต้องเป็นเพราะคนในท้องถิ่นปกป้องรักษา
    ด้าน ชวลิต องควานิช ประธานที่ปรึกษาหอการค้าจังหวัดอุบลราชธานี บอกว่า อุบลราชธานีมีแหล่งธรณีวิทยามากมายที่ติด สปป.ลาว 361 กิโลเมตร ใน 3 แขวง ตลอดแนวลำน้ำโขงมีสภาพทางธรณีวิทยาที่หลากหลาย รวมทั้งมีแนวชายแดนติดต่อกัมพูชา 17 กิโลเมตร สอดคล้องกับที่ทาง ทธ.เตรียมจัดตั้งอุทยานธรณีผาชัน สามพันโบก จ.อุบลราชธานี ซึ่งภาคเอกชนให้ความร่วมมือเต็มที่ เพราะที่นี่เข้าเกณฑ์ยูเนสโก หากได้รับพิจารณาประกาศขึ้นทะเบียนระดับโลกนักท่องเที่ยวจะหลั่งไหลเข้ามา ด้วยอุบลฯ ได้เปรียบเปิดประตูสู่อินโดจีน ยิ่งไปกว่านั้น นับแต่ประกาศเป็นอุทยานธรณีระดับจังหวัดปี 2555 มีตัวเลขนักท่องเที่ยวเดินทางเพิ่มขึ้นจาก 1.8 ล้านคน ปี 2554 เป็น  2 ล้านคน ในปี 2555 การที่เร่งผลักดันให้เป็นอุทยานธรณีระดับโลกจะทำให้ผู้มาเยือนมากขึ้น ตอนนี้ตั้งคณะกรรมการระดับชุมชน ท้องถิ่น และจังหวัด เพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ควบคู่กับการทำแผนจัดการเสนอต่อยูเนสโกเป็นอุทยานระดับโลก 
    ระหว่างที่ดำเนินการจัดตั้งอุทยานธรณีของไทย และวาดฝันไปถึงการยื่นเสนอต่อยูเนสโกประกาศเป็นอุทยานธรณีระดับโลกในสักวันหนึ่ง ในท้องถิ่นที่มีข้อจำกัดเรื่องความรู้ทางธรณีวิทยา บนเวทีเสวนา สมัย เรืองเนตร นายกองค์การนบริหารส่วนตำบลสำโรง อ.โพธิ์ไทร บอกว่า บ้านผาชันเป็นที่ราบสูงสลับภูเขา มีหน้าผาสูงชันริมโขง และมีลานหินกระจายทั่วไป มีเสาหินตั้ง หินเฉลียง และหินรูปร่างแปลกตาจำนวนมาก เรามีทรัพยากรธรรมชาติและสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งทั้งทางบกและทางน้ำ มีกองทุนปลาให้สมาชิกหาปลาจากแม่โขงมาขายให้กองทุน ที่ผ่านมาผาชันเป็นแค่ทางผ่าน เป็นจุดขึ้นเรือ หรือล่องผ่านไป ไม่ได้เพิ่มคุณค่าทางเศรษฐกิจเท่าที่ควร ทาง อบต.และชุมชนตื่นเต้นเมื่อรู้ ทธ.จะจัดตั้งอุทยานธรณีวิทยาและได้มีส่วนร่วมบ้าง แต่ชุมชนยังขาดความเข้าใจเรื่องปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ต้องการผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้กับชาวบ้านเพื่อต่อไปพวกเราจะได้ถ่ายทอดความรู้ที่ถูกต้อง ทั้งนี้ในพื้นที่ยังขาดแผนที่ ป้ายบอกเส้นทาง ป้ายประวัติความเป็นมา เส้นทางล่องเรือ และเรือนำเที่ยวสู่ผาชัน-สามพันโบก
    ผู้นำชุมชนผาชันอีกคน สังข์ทอง อินทรทอง บอกว่า พื้นที่ผาชันชาวบ้านเห็นมาตั้งแต่เกิด คิดเป็นเรื่องธรรมดา บางคนมีความเชื่อสามพันโบก สามหมื่นรูริมโขง เป็นสิ่งที่เกิดจากพญานาค บ้างบอกเกิดจากแม่น้ำกัดเซาะ แต่คนภายนอกบอกว่านี่คือสิ่งมหัศจรรย์ทางธรณีวิทยา การจะประกาศให้เป็นอุทยานธรณีวิทยาระดับประเทศหรือระดับโลก ชุมชนในพื้นที่ต้องได้รับการพัฒนาในเรื่องความรู้ด้านธรณีวิทยา การอนุรักษ์แหล่งธรณีวิทยาต่างๆ รวมถึงหากนักท่องเที่ยวหลั่งไหลมาจะจัดการกับขยะยังไง ไม่มีประสบการณ์ เรารู้แต่วิธีอยู่กับธรรมชาติ หากทำไร่ทำนาไม่ได้ผลผลิต ก็สามารถพึ่งพาน้ำโขง จับปลาทำประมง รวมถึงทำเกษตรริมโขงอยู่รอดได้ ขณะนี้ที่บ้านผาชันมีโฮมสเตย์ ลานกางเต็นท์รองรับ แต่ยังไม่มีโรงแรมหรือรีสอร์ต  การพัฒนาจะต้องอนุรักษ์ธรรมชาติ และจะติดตามเรื่องแผนจัดการอุทยานธรณีผาชัน สามพันโบก อย่างใกล้ชิด
    "ถ้ายูเนสโกประกาศผาชัน สามพันโบก เป็นอุทยานหินระดับโลก คงจะมีนักท่องเที่ยวที่อยากดูความแปลกใหม่เข้ามาเพิ่มขึ้น แต่พวกเราทุกคนจะต้องช่วยกันอนุรักษ์ ปกป้องต่อไปเพื่อรักษาธรรมชาติที่เกิดมานับร้อยล้านปีให้ยืนหยัดต่อไปอีกนานเท่านาน" ชาวบ้านผาชันบอกความรู้สึกในท้ายหากยูเนสโกขึ้นทะเบียนอุทยานธรณีผาชัน สามพันโบก.