"เราค่อยๆ เอาชนะในการต่อสู้เพื่อมหาสมุทรของเรา ความจริงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือ ผลกระทบนั้นเราสามารถเปลี่ยนแปลงพลิกผันมันได้ และด้วยการร่วมแรงร่วมใจกันเช่นครั้งนี้กับลาแมร์ ก็ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพลิกผันขึ้น" แอนดี ชาร์เพลส (Andy Sharpless) ผู้บริหารสูงสุดของโอเชียนากล่าว
ลาแมร์ผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม และโอเชียนาองค์กรเอกชนที่ไม่แสวงหากำไร ผู้พิทักษ์สภาพแวดล้อมแห่งมหาสมุทร (ที่เริ่มร่วมงานกันตั้งแต่ปี 2005) ได้ร่วมกันเป็นเจ้าภาพในงานฉลอง World Oceans Day 2009 โดยลาแมร์จะมอบรายได้ 100% ของรายได้สุทธิจากการจำหน่าย Creme de la Mer ให้แก่โอเชียนาเพื่อช่วยพิทักษ์มหาสมุทร
กิจกรรมดังกล่าวเริ่มก่อเกิดขึ้นเมื่อ ดร.แมกซ์ ฮูเบอร์ ผู้ก่อตั้งลาแมร์ ได้ค้นพบพลังแห่งการฟื้นฟูผิวจากสาหร่ายทะเลแห่งมหาสมุทรแปซิฟิกอันเป็นแหล่งกำเนิดตำนาน Miracle Broth อันเป็นหัวใจสำคัญของครีมลาแมร์ และเพื่อเป็นเกียรติแก่ ดร.แมกซ์ ฮูเบอร์ ลาแมร์ จึงให้การสนับสนุนโอเชียนา องค์กรสากลซึ่งเป็นผู้นำในการอนุรักษ์มหาสมุทร
สำหรับผลิตภัณฑ์ของลาแมร์ชุด "World Ocean Day Creme" ได้แก่ Creme de la Mer ชุด Limited Edition ขนาด 250 มิลลิลิตร รายได้สุทธิจากการจำหน่าย จะมอบให้แก่โอเชียนาทั้งหมด ซึ่ง "World Oceans Day" Creme นี้ จะวางจำหน่ายในเดือนมิถุนายนศกนี้ เฉพาะที่เคาน์เตอร์ อะแควเรียม ลาแมร์ ห้างเซ็นทรัล ชิดลม
ทั้งนี้ รายได้สุทธิทั่วโลกจากการจำหน่าย "World Oceans Day Creme" จะเป็นทุนสำรองสำหรับช่วยเหลือโอเชียนาในการรณรงค์เพื่อพิทักษ์ถิ่นที่อยู่ของสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล และเพื่อช่วยเหลือคณะสำรวจแรนเจอร์ (Ranger Expedition)
"ก่อนที่จะได้พบกับคณะทำงานผู้อุทิศตัวขององค์กรโอเชียนา ผมเคยคิดว่า การคุกคามที่ร้ายแรงที่สุดต่อมหาสมุทรของเราคือมลภาวะ" แอนดี บีแว็กกัว (Andy Bevacqua) รองประธานฝ่ายวิจัยและพัฒนาของห้องปฏิบัติการ สถาบันวิจัย แมกซ์ ฮูเบอร์ และสมาชิกของคณะกรรมการโอเชียนากล่าว
"แต่หลังจากใช้เวลาร่วมกับนักวิทยาศาสตร์ของโอเชียนาในเรือคณะสำรวจแรนเจอร์ ผมคิดว่าสิ่งคุกคามมหาสมุทรที่ร้ายแรงยิ่งกว่าคือ การตกปลามากเกินไป ในการร่วมมือกันระหว่างลาแมร์ และโอเชียนา ทำให้ผมได้เข้าใจว่า วิธีเดียวที่เราจะบรรลุวัตถุประสงค์ และทำให้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง ก็คือการทำงานร่วมกันของทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐบาล องค์กรพัฒนาเอกชน และภาคอุตสาหกรรม" World Oceans Day
คณะสำรวจแรนเจอร์ ของโอเชียนา (Oceana Ranger Expeditions) ในเรือสำรวจแรนเจอร์ ประกอบด้วย คณะนักดำน้ำ และนักชีววิทยาทางทะเล ร่วมกันทำการวิจัยที่สำคัญซึ่งสามารถนำมาใช้ในการพิทักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเล บรรดาภาพถ่าย วิดีโอ และข้อมูลที่ได้รวบรวมไว้ในเรือสำรวจแรนเจอร์ ช่วยให้เข้าใจลึกซึ้งถึงบริเวณนั้นมากขึ้น เช่น ปลาที่วางไข่ต้องการการปกป้องเพื่อที่จะทำให้พวกมันสามารถฟักตัว เจริญเติบโตและอาศัยอยู่อย่างสมบูรณ์แข็งแรง นอกจากนั้นโอเชียนายังศึกษาเกี่ยวกับปะการังหายาก พืชทะเลต่างๆ รวมทั้งหุบเขาลึกใต้ทะเลอีกด้วย ข้อมูลที่ได้รับในการสืบหาข้อเท็จจริง ในปี 2008 โอเชียนาสามารถจัดทำรายงานตามหลักวิทยาศาสตร์ ซึ่งจะใช้ในแผนงานเพื่อการปกป้องสิ่งแวดล้อมทางทะเล และอาณาบริเวณของทะเล
"การศึกษาเมื่อเร็วๆ นี้ บอกเป็นนัยว่า แค่เพียงครึ่งเดียวของหนึ่งเปอร์เซ็นต์ของเงินทุนที่นำไปใช้เพื่อสิ่งแวดล้อมนั้น ถูกนำไปสนับสนุนการพิทักษ์มหาสมุทร" แอมเบอร์ วอลเลตตา (Amber Valletta) ผู้สนับสนุนโอเชียนาและนักแสดงกล่าว
"แต่ประวัติศาสตร์สอนเราว่า มหาสมุทรสามารถกลับฟื้นคืนชีวิตได้ ถ้าเราให้เขาพัก และนั่นคือเหตุผลว่า ทำไมทุกๆ ดอลลาร์สหรัฐ ที่ไปถึงคณะทำงานของโอเชียนาจึงสามารถทำให้เกิดความแตกต่างอย่างเหลือเชื่อ"
การรณรงค์เพื่อพิทักษ์สิ่งแวดล้อมของโอเชียนา ก็เพื่อต้องการให้ชาวประมงลดการใช้อวนลากหน้าดิน ซึ่งเป็นกลวิธีการจับปลาแบบหนึ่งที่ใช้น้ำหนักของตาข่ายกวาดพื้นมหาสมุทร หมู่ปะการังและสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ในทะเลก็จะถูกทำลายไปด้วย ซึ่งต้องใช้เวลานับร้อยปีจึงจะสามารถสร้างชีวิตใหม่ขึ้นมาได้ และด้วยเหตุที่ว่ายังมีสิ่งต่างๆ อีกมากมายที่เราไม่เข้าใจเกี่ยวกับชีวิตในมหาสมุทรการอนุรักษ์มหาสมุทรจึงเป็นการช่วยป้องกันสิ่งแวดล้อมเหล่านี้ เพื่อการศึกษาต่อไปในอนาคต
"เมื่อได้ออกไปสำรวจคลื่นและดำน้ำ น่าเสียดายที่พบว่าสิ่งมีชีวิตในทะเลลดน้อยลงไป และน้ำก็เน่าเสียด้วย" คารีนา เพตโทรนี (Karina Petroni) แชมเปี้ยนนักกระดานโต้คลื่นของสหรัฐ และผู้ให้การสนับสนุนโอเชียนากล่าวและว่า ถ้าเราไม่ลงมือทำอะไรเดี๋ยวนี้ มหาสมุทรของเราจะไม่เป็นเหมือนที่เป็นอยู่ในวันนี้อีกแล้ว"
เกี่ยวกับโอเชียนา เป็นองค์กรที่ได้ต่อสู้ และโน้มน้าวรัฐบาลสหรัฐในการกำหนดให้ชาวประมงปรับเปลี่ยนตาข่ายหาปลาของพวกเขา ซึ่งทำให้สามารถช่วยชีวิตเต่าทะเลที่ถูกคุกคามได้ถึง 60,000 ตัว ในทุกๆ ปี นอกจากนี้ยังโน้มน้าวสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ให้ผ่านการออกกฎหมายปกป้องปลาโลมา ปลาวาฬนับพันตัว รวมทั้งสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ในมหาสมุทร จากอุปกรณ์จับปลา และการจับปลา เคลื่อนไหวยับยั้งการปล่อยสารปรอทในทะเล ส่วนการลาดตระเวนของโอเชียนา เพื่อพิทักษ์สิ่งแวดล้อม กินรัศมีกว้างมากกว่า 1 ล้านตารางไมล์ ในมหาสมุทรแอตแลนติก และแปซิฟิก ซึ่งเป็นบริเวณที่มีพื้นที่กว้างใหญ่กว่า รัฐอะแลสกา รัฐเทกซัส และรัฐแคลิฟอร์เนียรวมกัน
ผู้สนใจกิจกรรม ความร่วมมือระหว่างลาแมร์กับโอเชียนา ดูได้ที่ www.lamer.com/oceana หรือ www.oceana.org
/////////////








