Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

เปิดซองวันอาทิตย์


   อาทิตย์นี้ค่อนข้างจะอับชื้นสักหน่อยนะครับ เพราะฝนท่านขยันตกเช้า ตกเย็น ตกดึก แต่ผมก็ไม่กลัว เมื่อก่อนแค่ปล้ำไขประตูรั้วบ้านกลางฝนพรำมั่ง หยิมมั่ง ซู่มั่ง ไม่กี่นาที พี่หวัดก็มาเยี่ยมจนจมูกเป็นท่อตังเมหลอด แต่เมื่อ ๒-๓ อาทิตย์ก่อนผมขอแรงไปตรงนี้ว่า ท่านใดเจอเขาขาย "หมวกงอบ" ที่ไหนช่วยบอกทีเถอะ จะได้ไปซื้อเป็นอุปกรณ์ติดตัวไว้ เจอฝนเมื่อไหร่ ครอบใส่หัวปุ๊บ แล้วนี่ก็...เท่อย่าบอกใครไปแล้วครับ!
 ฝากเขาไปซื้อมาทีเดียว ๓ งอบเลย แต่ไซส์เดียว ถามคนซื้อเขาว่า ทำไมไม่ซื้อไล่ขนาดหัวมาล่ะ  เขาก็บอกว่า แม่ค้าบอก "หัวคนไทยมีไซส์เดียว" แล้วจะต้องทำหลายไซส์มาขายให้โง่ทำไม เพราะตะแกรงครอบหัวข้างในเป็นตอกสาน ใครหัวเล็กก็หดได้-ใส่พอดี ใครหัวใหญ่ก็ขยายได้-ใส่พอดี
 เออดี...ผมก็เลยไว้บ้านใบหนึ่ง ติดตัวใบหนึ่ง ไว้ที่ทำงานใบหนึ่ง เรียกว่าต่อไปนี้...ฝนไม่ได้แอ้มกระบาลผมร้อก ใส่แล้วนอกจากดูเป็นคนหัวสูง (เพราะมันคับน่ะ) แล้ว ยังเท้..เท่ เพราะไม่มีใครเขาใส่กัน  ถามแค่ว่า "รู้จักหมวกงอบมั้ย" น้อยคนจะพยักหน้า นอกจากคนโบราณแถวๆ แม่กลอง-ราชบุรี-ดำเนินสะดวก บ้านผมโน่น
 ก็ต้องขอบคุณท่านที่ช่วยโทร.มาบอกว่าเขาขายกันที่ไหน คงไปเที่ยวงาน SME ที่เมืองทองธานี  เมื่อสัปดาห์ก่อนเห็นเข้า ก็นึกได้ว่าผมเคยเอิ้นไว้ ท่านก็เลยโทร.มาบอก แต่ไม่ได้บอกว่าขายอยู่โซนไหน  ผมก็เลยเดาเอาว่า "หมวกงอบ" คนภาคกลางเขาใช้ ก็เลย..สั่งการไปเลยครั้บบบ...ให้เขา "ลองไปหาแถวๆ ร้าน อยุธยา-ราชบุรี-เพชรบุรี-สุพรรณบุรี ภาคอื่นเขาคงไม่รู้จักหรอกน่ะ
 แต่ไอ๊หยา..ดันไปเจอ "หมวกงอบ" จากร้านเชียงใหม่ เมืองที่คนสวมกันแต่ "หมวกไหมพรมถัก" เล่นเอาคนที่กระเสือกกระสนไปซื้อให้ หน้างอเป็นจวัก เพราะเดินหาจนขาลาก กว่าจะเจอ!
 เอ้า...เข้าเรื่องของเราดีกว่า อาทิตย์นี้ก็พอทำมาหาได้ หยิบนั่น-ผสมนี่ เต็มพื้นที่ไปอีกวัน อ่านกันเลยนะครับ
                                                       XXXXX     XXXXX     XXXXX
เรียน คุณเปลว สีเงิน
 ขอเห็นแย้งกับพาดหัวไทยโพสต์ ฉบับ 30 ส.ค. "คนกรุงสอนม็อบ" และบทความคุณเปลว  "คณิตศาสตร์การเลือกตั้ง" ใจความตอนหนึ่งกล่าวตำหนิคนเสื้อแดง ปากตะโกนร้องหาประชาธิปไตย แต่กลับไม่ออกมาใช้สิทธิ์กันเยอะๆ ผมว่า จริงๆ ควรประณามคนอีกร่วม 60% ที่นอนหลับทับสิทธิ์ ต้องเรียกว่า "ตลอดชาติ" จะถูกกว่า เพราะไม่ว่าจะเลือก ส.ส. หรือ ส.ก. สถิติคนกรุงเฉลี่ย 35-45% จำนวนคนใช้สิทธิ์คราวนี้ 41% ผมว่าคือกลุ่มคอการเมืองขาประจำของคนเสื้อแดง เสื้อเหลือง เสื้อหลากสีที่มากันเต็มพิกัด
 ส่วนพลังเงียบ ท่านก็เงียบของท่านเสมอต้นเสมอปลาย เหตุการณ์บ้านเมืองจะวุ่นวายสาหัสเพียงไหน ท่านก็เฉย โพลล์การเมืองทุกโพลล์จะต้องมีคนราว 30-40% ที่ตอบแบบสอบถามว่า "ไม่มีความเห็น  ไม่มีข้อมูลตัดสินใจไม่ได้" เป็นอมตะนิรันดร์กาล
 ข้อสังเกตอีกประการ สำหรับการเลือกตั้ง ส.ก. ครั้งนี้ ดูคะแนนเปรียบเทียบระหว่าง "เพื่อไทย" กับ   กมม.ในเขตชั้นใน (เขตลูกจีนรักชาติ) เช่น ป้อมปราบ ปทุมวัน พระนคร สัมพันธวงศ์ สาทร พบว่า แม้คะแนน กมม. จะแพ้เพื่อไทยไม่มาก (แค่หลักร้อยถึงพันต้นๆ) แต่มันน่าจะเป็นเขตทำแต้มของ กมม. มากกว่า ถ้ายึดคติที่เชื่อกันมาว่า เสื้อแดง-รากหญ้า, เสื้อเหลือง-ชนชั้นกลาง หรือจะเป็นว่า กมม. กับพันธมิตรฯ มันไม่ใช่เนื้อเดียวกัน เหมือนเพื่อไทยกับเสื้อแดง
 ครั้นมาดูคะแนนโนโหวตของ ส.ก. มี 105.1 แสนใบ ส่วน ส.ข. มี 9.5 หมื่นใบ ซึ่งถือว่ามีปริมาณที่มากพอพลิกผลแพ้ชนะได้ แต่รัฐธรรมนูญถือเอาคะแนนผู้ชนะเป็นเกณฑ์ คะแนนโนโหวตจึงเป็นได้แค่ "ความสะใจ" ของผู้กาบัตร น่าจะแก้ให้คะแนนโนโหวตมีความศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่คะแนนทิ้งน้ำ โดยเขตใดที่มีคะแนนโนโหวตมากกว่าคะแนนของผู้ชนะ ต้องเลือกตั้งใหม่และเปลี่ยนผู้สมัครใหม่ เป็นการสอนพรรคการเมือง ไม่ใช่ส่งใครก็ได้มาให้ประชาชนเลือก
 จากวิศิษฎ์
ตอบ คุณวิศิษฎ์
 ผมไม่ถือว่าเป็นความเห็นแย้งหรอกครับ มันเป็นการเสริมสร้างซึ่งกันและกันมากกว่า เพราะแต่ละเรื่องที่ผมคิดไป-เขียนไป ก็แค่ "ความเห็นหนึ่ง" ผิดได้-ถูกได้ เพราะผมไม่ใช่ศาสดาที่ใครแย้งจะต้องถูกแทงกลับ ข้อสังเกตที่คุณวิศษฎ์เขียนมานี่ก็เป็นอีกมุมมองที่ต้องฟังกัน ก็มีทั้งที่ผมเห็นด้วย และไม่เห็นด้วย แต่ไม่ได้หมายความในด้าน "ผิด-ถูก" มันเป็นฐานความคิดที่นำไปเพิ่ม-ขยายเพื่อการใช้ได้ อย่างกรณี "เขตใด No Vote มากกว่าคะแนนผู้ชนะเลือกตั้งในเขตนั้น ต้องเปลี่ยนผู้สมัครให้เลือกตั้งเขตนั้นใหม่" มันก็เป็นประเด็นน่าสนใจ ดูเหมือนรัฐธรรมนูญฉบับที่แล้วก็ใช้เกณฑ์ ๒๐% ในกรณีมีผู้สมัครคนเดียว ส่วนข้อปลีกย่อยเป็นยังไงผมก็ลืมไปแล้ว ว่างๆ คุณวิศิษฎ์ช่วยเคาะมาเป็นวิทยาทานทีเถอะ
                                               XXXXX     XXXXX     XXXXX

              สูตรเกี่ยวกับบุคลิกที่ควรไปคู่กับสูตรสุขภาพ
 ๑.อย่าเปรียบเทียบชีวิตของตัวเองกับคนอื่น คุณไม่รู้หรอกว่าคนที่คุณอิจฉานั้น เขามีความทุกข์ยิ่งกว่าคุณอย่างไรบ้าง
 ๒.อย่าคิดทางลบเกี่ยวกับเรื่องที่คุณควบคุมหรือกำหนดไม่ได้ แทนที่จะมองโลกในแง่ร้าย ก็ทุ่มเทกำลังและพลังงานให้กับความคิดทางบวก ณ ปัจจุบันเสีย
 ๓.อย่าทำอะไรเกินกว่าที่ตัวเองทำได้...รู้ว่าขีดจำกัดของตัวเองอยู่ที่ไหน?
 ๔.อย่าเอาจริงเอาจังกับตัวเองนัก เพราะคนอื่นเขาไม่ได้ซีเรียสกับคุณเท่าไหร่หรอก
 ๕.อย่าเสียเวลาและพลังงานอันมีค่าของคุณกับเรื่องหยุมหยิมหรือเรื่องซุบซิบ...นอกเสียจากว่ามันจะทำให้คุณผ่อนคลายได้อย่างจริงจัง
 ๖.จงฝันตอนตื่นมากกว่าตอนหลับ
 ๗.ความรู้สึกอิจฉาริษยาเป็นเรื่องเสียเวลาเปล่าๆ ปลี้ๆ คิดให้ดีก็จะรู้ว่าคุณมีทุกอย่างที่คุณจำเป็นต้องมีแล้ว
 ๘.ลืมเรื่องขัดแย้งในอดีตเสีย และอย่าได้เตือนเกี่ยวกับความผิดพลาดในอดีตของอีกฝ่ายหนึ่งเลย  เพราะมันจะทำลายความสุขปัจจุบันของคุณ  
 ๙.ชีวิตนี้สั้นเกินกว่าที่เราจะไปโกรธเกลียดใคร...จงอย่าเกลียดคนอื่น
 ๑๐.ประกาศสงบศึกกับอดีตให้สิ้น, จะได้ไม่ทำลายปัจจุบันของคุณ
 ๑๑.ไม่มีใครกำหนดความสุขของคุณได้นอกจากคุณเอง
 ๑๒.จงเข้าใจเสียว่าชีวิตก็คือโรงเรียน คุณมาเพื่อเรียนรู้ และปัญหาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของหลักสูตร  ซึ่งมาแล้วก็หายไป...เหมือนโจทย์วิชาพีชคณิต...แต่สิ่งที่คุณเรียนรู้นั้นอยู่กับคุณตลอดชีวิต
 ๑๓.จงยิ้มและหัวเราะมากขึ้น
 ๑๔.คุณไม่จำเป็นต้องชนะทุกครั้งที่ถกเถียงกับคนอื่นหรอก...บางครั้งก็ยอมรับว่าเราเห็นแตกต่างกันได้...เห็นพ้องที่จะเห็นต่างก็ไม่เห็นเสียหายแต่อย่างไร
                    ควรมีทัศนคติอย่างไรต่อชุมชนและคนรอบข้าง?
 ๑.อย่าลืมโทร.หาครอบครัวบ่อยๆ
 ๒.จงหาอะไรดีๆ ให้คนอื่นทุกวัน
 ๓.จงให้อภัยทุกคนสำหรับทุกอย่าง
 ๔.จงหาเวลาอยู่กับคนอายุเกิน 70 และต่ำกว่า 6 ขวบ
 ๕.พยายามทำให้อย่างน้อย 3 คนยิ้มได้ทุกวัน
 ๖.คนอื่นเขาคิดอย่างไรกับคุณไม่ใช่เรื่องของคุณสักหน่อย
 ๗.งานของคุณไม่ดูแลคุณตอนคุณป่วยหรอก แต่ครอบครัวและเพื่อนคุณต่างหากเล่าที่จะดูแลคุณในยามคุณมีปัญหาสุขภาพ ดังนั้น อย่าได้ห่างเหินกับคนใกล้ชิดเป็นอันขาด
       และถ้าหากดำรงชีวิตให้มีความหมายได้ ก็ควรทำดังต่อไปนี้
 ๑.ทำสิ่งที่ควรทำ
 ๒.อะไรที่ไม่เป็นประโยชน์, ไม่สวย, ไม่น่ารื่นรมย์ จงทิ้งไปเสีย...เก็บไว้ทำไม?
 ๓.เวลาและพระเจ้าย่อมรักษาแผลทุกอย่างได้
 ๔.ไม่ว่าสถานการณ์จะดีหรือเลวปานใด, เดี๋ยวมันก็เปลี่ยน
 ๕.ไม่ว่าคุณจะรู้สึกอย่างไรในตอนเช้าของทุกวัน, จงลุกจากเตียง, แต่งตัวและปรากฏตัวต่อหน้าคนที่เราร่วมงาน ด้วย...get up, dress up and show up.
 ๖.สิ่งที่ดีที่สุดยังมาไม่ถึง
 ๗.ถ้าคุณยังลุกขึ้นตอนเช้าได้ อย่าลืมขอบคุณพระเจ้า หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุณนับถือเสียด้วย
 ๘.เชื่อเถอะว่าส่วนลึกๆ ในใจของคุณนั้นมีความสุขเสมอ...ดังนั้น ส่วนนอกของคุณทุกข์โศกไปทำไมเล่า
  HOLLLAND
                                                     XXXXX     XXXXX     XXXXX
 เรียน คุณเปลว สีเงิน และคุณประวิทย์ จำปาทอง
 ดิฉันเป็นแฟนคลับคุณเปลวมานาน และขณะนี้ประทับใจคอลัมน์คุณประวิทย์ จำปาทอง ในแทบลอยด์ ประจำวันอาทิตย์ ดิฉันเป็นแฟนคลับข้างวัดของคุณประสกใน นสพ.สยามรัฐ แต่เมื่อท่านถึงแก่กรรมแล้วก็ไม่มีอ่านอีกเลย
 เคยอ่านของคุณประวิทย์ที่เขียนคอลัมน์ข้างวัดตอนที่ลุงประสกป่วย ดิฉันจึงอยากให้คุณประวิทย์เขียน "นิทานชาดก" ให้อ่านเช่นเดียวกับลุงประสก และขอให้คุณเปลวจ้างคุณประวิทย์นานๆ ต่อไปนะคะ
 ขอแสดงความนับถือ
  อุมาวดี
ตอบ คุณอุมาวดี
 ถึงผมจ้างท่านก็ไม่เขียน แต่เพราะผมไม่จ้าง ท่านจึงยินดีเขียนให้ นอกจากเหนื่อยฟรีแล้ว ตอนไปกราบคารวะที่ร้านค้าของท่านในตลาดราชบุรี ท่านยังเอายาน้ำ "สูตรเด็ด-เคล็ดลับ" ที่ขายอยู่ในร้านขวดละตั้งหลายร้อยยัดใส่มือให้ผม แล้วป้องปากระซิบสรรพคุณรู้กันสองคน แค่แตะขวดนะ..มือผมงี้..แข็งไปหมดเลย (ต้องหิ้วไกลน่ะ) ไม่เอาค่าเขียนแล้วยังพาซอกซอนไปเลี้ยง "ไก่ต้มโค้ก" แถวคูบัว ผมยังติดใจ ไปอีก แต่ไม่กล้าแวะไปหา เกรงท่านจะว่า...เขียนก็ไม่ได้ตังค์ แถมยังเสียตังค์ อิอิ!!!



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์