Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

'สาสบหก' ชุมชนสร้างฝาย ...ให้ฝาย...เลี้ยงชีวิต


     ปลายเดือนพฤศจิกายนห้วงเวลาที่ผู้คนหลายร้อยชีวิตจากทั่วทุกสารทิศเดินทางสู่ดินแดนล้านนาเพื่อร่วมฟื้นฟูดูแลฝายชะลอน้ำตามแนวพระราชดำรินับพันฝายบนผืนป่าต้นน้ำใน  จ.ลำปาง  ที่ชำรุดและเสื่อมสลายไปตามกาลเวลาหลังจากสร้างไประยะหนึ่ง  เพราะฝายเหล่านี้สร้างจากไม้ไผ่วัสดุธรรมชาติ  จนกลายเป็นความสำเร็จงดงามที่เกิดขึ้นภายในวันเดียว  นั่นเป็นครั้งแรกที่ทำให้ได้รู้จักชุมชนต้นน้ำเล็กๆ   แห่งหนึ่งใน   ต.บ้านสา  อ.แจ้ห่ม  เมืองลำปาง  ที่มีชื่อว่า   "สาสบหก"

     "สาสบหก"  คือ  หนึ่งใน  18  ชุมชนในลำปางและเชียงใหม่  ที่ชาวชุมชนได้ร่วมแรงร่วมใจกับคนเมืองนับร้อยชีวิตร่วมกันซ่อมสร้างฝายชะลอน้ำในโครงการ  SCG  รักษ์น้ำ  เพื่ออนาคต  "คิดถึงฝาย...สบายดีไหม"  เมื่อวันที่  20  พฤศจิกายน  2552  ที่จัดขึ้นโดยเครือซิเมนต์ไทย  (SCG)  ด้วยการร่วมซ่อมฝายชะลอน้ำร่วมกับชุมชนสาสบหก  และพูดคุยกับชาวบ้าน  ทำให้เรื่องราวและแนวคิดในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติที่น่าสนใจของคนในชุมชนแห่งนี้    ซึ่งได้รับคำแนะนำจากเอสซีจีในการสร้างฝายชะลอน้ำ  ค่อยๆ  เผยออกมาให้ได้รับรู้  ซึ่งช่วงเวลาที่ผ่านมา  2  ปี  ชาวสาสบหกได้ลุกขึ้นมาสร้างความชุ่มชื้นให้ผืนป่าในชุมชนตัวเอง  โดยน้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาปรับใช้  ปัจจุบันชุมชนต้นน้ำแห่งนี้กำลังก้าวเดินอย่างเข้มแข็งบนวิถีแห่งความพอเพียงไปสู่ความเป็นชุมชนต้นแบบของสังคมไทยต่อไป

     ป่าห้วยหกที่ชุมชนช่วยกันอนุรักษ์ให้เป็นแหล่งต้นน้ำแหล่งอาหาร  มีการฟื้นตัวอย่างเห็นได้ชัด  สองปีที่ผ่านมาจำนวนฝายในป่าต้นน้ำของชุมชนจึงมากถึง  1,563  ฝาย  นอกจากนี้  พวกเขายังร่วมกันปลูกต้นไม้ท้องถิ่นเสริมในป่าอนุรักษ์ห้วยหก  วางมาตรการป้องกันไฟป่า  จัดชุดลาดตระเวนป้องกันคนเผาป่าและลักลอบตัดไม้  รวมทั้งหมั่นตรวจปรับปรุงแนวกันไฟให้คงสภาพดี

     กมล  ไวสติ  ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านสาสบหก  หมู่  2  ต.บ้านสา  อ.แจ้ห่ม  กล่าวว่า  เมื่อก่อนน้ำจะไหลท่วมชุมชนในฤดูฝน   ช่วงฤดูแล้งก็ขาดแคลนน้ำ   ในอ่างเก็บน้ำห้วยหกแห้งขอด   แกนนำชุมชนได้เข้าไปศึกษาอบรมการฟื้นฟูป่าและน้ำด้วยการสร้างฝายชะลอน้ำ  ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้และบ้านป่าสักงาม  อ.ดอยสะเก็ด  จ.เชียงใหม่  ที่ปูนลำปางจัดขึ้น  ก็ทำให้รู้จักฝายชะลอน้ำ  และเห็นว่าอนุรักษ์ป่าและน้ำได้จริงๆ  มีน้ำตลอดปี  จึงเกิดแรงบันดาลใจให้กลับมาฟื้นป่าที่บ้านห้วยหก  ชุมชนสร้างฝายครั้งแรกเมื่อปี  2550  จากนั้นก็มีนักศึกษาที่มีจิตอาสาหลายแห่งมาร่วมลงแรงช่วยสร้างฝายในป่าห้วยหกต่อเนื่อง  ทำให้เวลาฝนตกน้ำไม่ไหลพรวดลงสู่ชุมชนอีก

     ฝายช่วยดักตะกอนและเก็บน้ำทำให้ดินบริเวณฝายชุ่มชื้น  ป่าอุดมสมบูรณ์ขึ้น  ตรงตามทฤษฎีปลูกป่า  โดยไม่ต้องปลูกของในหลวง  ส่วนน้ำในลำห้วยสาสบหก  และในอ่างเก็บน้ำก็มีปริมาณน้ำเพิ่มมากขึ้น  มีน้ำใช้ทำการเกษตร  ทำนา  ปลูกหอมกระเทียม  หลังจากทำฝายปีเดียวเรายังผันน้ำจากลำห้วยมาทำประปาภูเขาช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน  ชาวบ้านยังสามารถเก็บเห็ดในป่าไปกินหรือไม่ก็ขาย  ทำให้มีรายได้เสริมมากขึ้น

     "สำหรับการดูแลป่าห้วยหกนั้น  เราแบ่งพื้นที่เป็นป่าอนุรักษ์  1,800  ไร่  กับป่าที่คนในชุมชนเข้าไปใช้ประโยชน์ได้  1,000  ไร่  คนเก็บหาของป่า  ก็คือ  คนดูแลรักษาป่า  ช่วยแจ้งและดับไฟเมื่อเกิดไฟป่า  ในวันนี้ชุมชนยังเริ่มทำเกษตรอินทรีย์  มีกว่า  20  ครัวเรือนแล้วที่ปลูกผักปลอดสารพิษ  ไม่ใช้ปุ๋ยเคมีกำจัดศัตรูพืช  ใช้สมุนไพรแทน  สกัดจากหางไหล,  โป้งมดง่าม,  ใบยาสูบ  และสะเดา  ผักอินทรีย์เป็นสินค้าของชุมชนที่ชื่อ  "สบหกกรีน"  รวบรวมส่งขายโรงพยาบาลแจ้ห่ม  แล้วยังวางขายตลาดมีลูกค้าประจำ  ความรู้ต่างๆ  ที่ชุมชนมีอยู่ก็แบ่งปันให้ชุมชนอื่นด้วย  ต่อไปจะขยายเครือข่ายการอนุรักษ์ป่าไปยังหมู่บ้านใกล้เคียงให้มาร่วมทำแนวกันไฟป่า   ต้องทำกันทุกบ้าน   ไม่ใช่อนุรักษ์ที่ใดที่หนึ่งไฟลามเข้ามาได้  เพราะป่าเชื่อมกัน"   กมล  หนึ่งในผู้นำบ้านสาสบหกกล่าว

     ช่วงเวลาสั้นๆ  ที่มีโอกาสสัมผัสชุมชนสาสบหก  ได้รับฟังแนวคิดและความสำเร็จของสาสบหก  ซึ่งมาจากคนในชุมชนรักและสามัคคี  ตลอดจนมีจิตสำนึกเรื่องสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์น้ำที่หยั่งรากลึกลงในใจของชาวบ้าน  ทำให้เห็นความเข้มแข็งของชุมชนบนผืนป่าต้นน้ำแห่งนี้ได้ชัดเจน  เป็นหนึ่งในชุมชนต้นแบบให้อีกหลายชุมชนได้เรียนรู้และประยุกต์ใช้เพื่อสร้างชุมชนที่เติบโตอย่างยั่งยืน

     ช่วงเวลาเดียวกับที่เราลงพื้นที่สัมผัสชุมชนสาสบหกนั้น  เรายังได้รับโอกาสจากบริษัทปูนซีเมนต์ไทย  (ลำปาง)  จำกัด  หรือ  "ปูนลำปาง"  ที่ได้เปิดบ้านในพื้นที่  ต.บ้านสา  อ.แจ้ห่ม  จ.ลำปาง  ให้เราเข้าไปเยี่ยมชมโรงงานและชมมหกรรม  "Expo  ชุมชนสร้างฝาย...สร้างความยั่งยืน  "ที่มีชุมชนต้นน้ำผู้สร้างฝายไปออกบูธแบ่งปันองค์ความรู้ที่เกิดขึ้นในชุมชน  และขายผลิตผลจากป่าที่เกิดขึ้นหลังการฟื้นฟูดูแลอย่างจริงจัง  ซึ่งเป็นอีกกิจกรรมสำคัญในโครงการ  SCG  รักษ์น้ำเพื่ออนาคต  "คิดถึงฝาย...สบายดีไหม"

     15  ปีที่ผ่านมา  ปูนลำปางได้วางบทบาทตัวเองอย่างรับผิดชอบต่อสังคม  และดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด  ศานิต  เกษสุวรรณ  กรรมการผู้จัดการบริษัทปูนซิเมนท์ไทย  (ลำปาง)  จำกัด  หรือ  "พี่ไข่"  ของชาวปูนลำปางเกือบ  300  ชีวิต  ได้มาถ่ายทอดให้รับรู้ว่า  เราตระหนักถึงการดูแลรักษาป่าไม้มาตลอด  ที่ตั้งของโรงงานนั้นเดิมเป็นป่าเสื่อมโทรม  เราก็ร่วมกับภาครัฐในการฟื้นฟูสภาพป่าในโครงการร่วมอนุรักษ์ป่าแม่ทรายคำ  มีกิจกรรมปลูกเสริมป่า  บำรุงรักษาดูแลให้ต้นไม้เติบโต  มีการป้องกันไฟป่า  ควบคุมไฟป่าและทำแนวกันไฟ  15  ปีผ่านมา  ที่นี่จึงเขียวขจีด้วยต้นไม้  เราเป็นอุตสาหกรรมหนักอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้ก็ภูมิใจ  ด้านการอนุรักษ์พลังงาน  โรงงานลดปริมาณการใช้เชื้อเพลิงจากฟอสซิล  โดยเพิ่มการใช้เชื้อเพลิงชีวมวลและวัสดุเหลือใช้  ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์  และผลกระทบภาวะโลกร้อน  ปัจจุบันเราใช้พลังงานทดแทน  40-45%  ช่วยลดต้นทุนการผลิต  ควบคู่ไปกับการสร้างจิตสำนึกด้านประหยัดพลังงาน

     สำหรับการสร้างฝายชะลอน้ำแรกเริ่มของการสร้างฝายมาจากปัญหาไฟป่าในบริเวณที่ตั้งโรงงาน  เราไปศึกษาดูงานที่ห้วยฮ้องไคร้  ในปี  2546  จากนั้นก็ลงมือทดลองสร้างฝาย  ทำใช้วัสดุธรรมชาติ  ทั้งก้อนหิน  ท่อนไม้  ไม้ไผ่  สร้างบนห้วยแห้ง  ทำเป็นกลุ่ม  500-1,000  ตัว  จากข้างบนลงข้างล่าง  ก็ช่วยลดความแรงของน้ำและดักตะกอนไว้  ทำให้ดินชุ่มชื้น  จนเราสามารถลดไฟป่าลงได้  จากเดิมมีสถิติการเกิดไฟป่ารอบปูนลำปาง  400  ครั้งต่อปี  เหลือ  2-3  ครั้ง  ความหลากหลายของพันธุ์พืชและสัตว์ป่ากลับมาสู่ระบบนิเวศ  พบพันธุ์นกเพิ่มขึ้นกว่าเดิม  จาก  78  ชนิด  สำรวจก่อนตั้งโรงงาน  ปัจจุบันเพิ่มเป็น  148  ชนิด  แล้วยังมีแมลงหายาก

     "แนวพระราชดำริเรื่องฝายชะลอน้ำเป็นเรื่องจริงและเป็นองค์ความรู้ที่ประสบความสำเร็จจึงขยายแนวคิดสร้างฝายในใจคนไปสู่ชุมชนรอบข้าง  ถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านเวทีชุมชน  ให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ไปสู่ชุมชนเข้มแข็งและสร้างเครือข่าย  เราไม่ใช้เงินเป็นตัวนำ  แต่เน้นกระบวนการสร้างจิตสำนึกในชุมชน  สนับสนุนโครงการต่างๆ  ให้ชุมชนพึ่งพาตนเองได้  ให้ชุมชนเกิดความเป็นเจ้าของฝายที่ได้สร้างขึ้น   ไม่ใช่เรา   ที่ผ่านมาเราทำฝายกับชุมชน  30   หมู่บ้าน  ที่สำเร็จมี  18  หมู่บ้าน"  ศานิตกล่าว

     สำหรับการขับเคลื่อนการสร้างฝายชะลอน้ำตามแนวพระราชดำริร่วมกับชุมชนเครือข่ายกัลยาณมิตร   18  หมู่บ้านนั้น  ประกอบด้วยบ้านสามขา  อ.แม่ทะ  จ.ลำปาง,  บ้านป่าสักงาม   อ.ดอยสะเก็ด   จ.เชียงใหม่,   บ้านกิ่ว  บ้านทุ่ง  อ.แม่ทะ,  บ้านสาสบหก  อ.แจ้ห่ม,   วัดม่อนดอยพระบาท  อ.แจ้ห่ม,  บ้านสา  ม.4  บ้านแป้นโป่งชัย  อ.แจ้ห่ม  ฯลฯ

     ศาณิตให้ภาพความสำเร็จในท้ายนี้ว่า  เราสามารถสร้างฝายชะลอน้ำได้  13,340  ฝายภายใน  2  ปี  จากนั้นต้นปี  2552  จัดกิจกรรม  10,000  ฝายถวายพระเจ้าอยู่หัว  โดยทุกฝายมีการจับพิกัดจีพีเอสไว้ทั้งหมดสามารถตรวจสอบได้  ปัจจุบันมีฝายจำนวน  16,613  ฝาย  กระจายในพื้นที่ต้นน้ำจังหวัดต่างๆ  ได้แก่  ลำปาง,  เชียงใหม่,  น่าน,  แพร่,  ระยอง,  นครศรีธรรมราช,  กาญจนบุรี,  ขอนแก่น  และสระบุรี  ก็ยังทำงานต่อไป  โดยมีฝายเป็นตัวกลางสร้างสายใยของคนในชุมชน  ให้มีความเข้มแข็ง  อย่างที่บ้านสาสบหกชุมชนต้นแบบที่ประสบความสำเร็จอย่างชัดเจน  โดยมีฝายชะลอน้ำเป็นเครื่องมือสำคัญสร้างจิตสำนึกการอนุรักษ์น้ำให้อยู่ในจิตใจของชุมชน.



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์