Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

ตะครุบ'เคทอง'ปืนเพียบคารถ!ปัดคลิปสั่ง'บึ้ม'


กองปราบฯ รวบตัว "เคทอง" คารถตู้เสธ.แดง ในขณะที่เจ้าตัวนั่งอ่านหนังสือพิมพ์สบายใจเฉิบ ปฏิเสธข้อหาปลุกระดมป่วนเมือง อ้างเป็นโหราศาสตร์ดูดวง ไม่มีส่วนบึ้มกรุง 4 จุด โถ! ไปน้ำขุ่น บอกคลิปที่เห็นมีคนตัดต่อทำขึ้นมา ขณะที่ "ขัตติยะ" หน้าซีดเผือด หลังเจ้าหน้าที่พบอาวุธเพียบในรถคันเดียวกัน

เมื่อเวลา 14.45 น. วันที่ 6 มีนาคม ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปราม พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.สานิตย์ มหถาวร รองผู้บังคับการกองปราบปราม (รอง ผบก.ป.) เพื่อสอบถามถึงขั้นตอนการดำเนินคดีและการประกันตัวให้กับนายพรวัฒน์ ทองธนบูรณ์ หรือเคทอง ลูกน้องคนสนิท

ทั้งนี้ นายพรวัฒน์ตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับกรณีใช้สื่อยุยงปลุกปั่นทำให้เกิดความวุ่นวาย สร้างความปั่นป่วนวุ่นวายในบ้านเมือง ปลุกระดมการก่อเหตุป่วนเมือง ทำให้หวาดกลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตและร่างกาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และความผิดกรณีนำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชนตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์มาตรา 14 (2)

รายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.ขัตติยะได้นำรถตู้ตราโล่ สังกัดกองพันทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ ขับเข้ามาในกองปราบฯ จากนั้น พล.ต.ขัตติยะได้เดินเข้ามาในสำนักงาน โดยอ้างว่าขอเข้าพบกับ พ.ต.อ.สานิตย์ มหถาวร เพื่อสอบถามถึงขั้นตอนการดำเนินคดี

หลังเข้าพบพนักงานสอบสวน พล.ต.ขัตติยะกล่าวว่า มาพบพนักงานสอบสวนเพื่อถามว่าจะพานายพรวัฒน์มามอบตัวได้อย่างไร แต่ก็ยังไม่ชัดเจน เพราะพนักงานสอบสวนแจ้งว่าสำนวนยังส่งมาไม่ถึงกองปราบปราม จึงยังไม่ทราบว่าจะพานายพรวัฒน์มามอบตัวได้เมื่อใด แต่ยืนยันว่านายพรวัฒน์ยังอยู่ในประเทศ ไม่ได้หลบหนีไปไหน

เสธ.แดงกล่าวต่อว่า ที่เรียกนายพรวัฒน์ว่าอาจารย์เพราะเป็นอาจารย์ดูหมอ และจัดรายการผ่านแคมฟร็อก ส่วนเหตุปาระเบิดธนาคารกรุงเทพที่เกิดขึ้นนั้น นายพรวัฒน์ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด แต่ที่มีการพูดผ่านวิดีโอคลิปเกี่ยวกับเหตุระเบิดนั้น ตนเชื่อว่าเป็นเรื่องบังเอิญมากกว่า

เขากล่าวด้วยว่า ส่วนคดีของตนเรื่องอาวุธปืนและอาวุธสงครามที่ตรวจค้นพบในบ้านพักซึ่งทางกองปราบปรามสอบสวนดำเนินคดีนั้น ทราบจากพนักงานสอบสวนว่าจะมีการสรุปสำนวนส่งฟ้องอัยการในวันที่ 8 มีนาคมนี้ โดยตนจะต้องเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อเดินทางพร้อมกับสำนวนไปรายงานตัวต่ออัยการ ซึ่งหลังจากเสร็จสิ้นคดีของตนแล้วจะอาจจะพานายพรวัฒน์มามอบตัวอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้น พล.ต.ขัตติยะพร้อมลูกน้องจะเดินทางไปยังสนามบินสุวรรณภูมิเพื่อเตรียมเดินทางไปขึ้นเวทีปราศรัยที่ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี โดยทั้งหมดเตรียมจะขึ้นรถตู้โตโยต้า สีขาว ทะเบียนตรากงจักร 2481 กระจกหน้ารถด้านซ้ายติดป้ายผ่านเข้า-ออก ม.พัน 4 รอ. พ.ศ.2541-2542

แต่ทันใดนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม นำโดย พ.ต.อ.สานิตย์, พ.ต.ท.ธีรเดช ธรรมสุธีร์, พ.ต.ท.อดินันท์ ชัยนันท์ รอง ผกก.1 บก.ป., พ.ต.ท.ธีรพัฒน์ ธารีไทย, พ.ต.ต.จารุวัฒน์ พาหุมันโต สว.กก.1 บก.ป., พ.ต.ต.ต่อศักดิ์ พิทักษ์โกศล สว.กก.ปพ.บก.ป. พร้อมชุดสืบสวน กก.1 บก.ป. และหน่วยคอมมานโดจำนวนหนึ่ง ได้เข้าไปหา พล.ต.ขัตติยะอีกครั้ง หลังจากได้รับแจ้งจากสายข่าวว่านายพรวัฒน์ ผู้ต้องหาตามหมายจับนั้นซ่อนตัวอยู่ในรถของ พล.ต.ขัตติยะ

พ.ต.อ.สานิตย์กล่าวกับ พล.ต.ขัตติยะว่า ขออนุญาตตรวจสอบภายในรถยนต์ แต่ พล.ต.ขัตติยะบอกว่าไม่มีอะไร ก่อนจะพากันเดินไปยังรถตู้

อย่างไรก็ตาม กำลังตำรวจไม่เชื่อ จึงตรงเข้าไปเปิดประตูข้างรถตู้คันดังกล่าว ก็พบชายสองคนนั่งอยู่ที่เบาะหลังสุดของรถ คนหนึ่งนั่งอยู่เฉยๆ ไม่ได้ทำอะไร ส่วนอีกคนกำลังถือหนังสือพิมพ์ยกขึ้นปิดบังใบหน้า ทำทีเป็นนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ เจ้าหน้าที่จึงเรียกทั้งสองให้ลงจากรถ ก็พบว่าชายคนที่ถือหนังสือพิมพ์บังหน้าอยู่นั้นคือนายพรวัฒน์ จึงแสดงตัวเข้าทำการจับกุมทันที

เป็นที่น่าสังเกตว่า พล.ต.ขัตติยะ ซึ่งอยู่ร่วมตรวจสอบรถยนต์นั้นถึงกับหน้าถอดสีเมื่อตำรวจพบนายพรวัฒน์นั่งอยู่ในรถ ผิดไปจากช่วงก่อนหน้านี้ที่ยังพูดจาหยอกล้อกับสื่อมวลชนอย่างสนุกสนาน

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า หลังพบตัวนายพรวัฒน์ พ.ต.อ.สานิตย์ได้สั่งการให้ชุดสืบสวน กก.1 บก.ป. และกำลังคอมมานโด นำตัวนายพรวัฒน์ขึ้นไปยังห้องประชุมชั้นสอง อาคารสำนักงานผู้บังคับบัญชาทันที โดยมี พล.ต.ขัตติยะเดินประกบอยู่ไม่ห่าง

เบื้องต้นนายพรวัฒน์อ้างว่าเป็นนักจัดรายการโหราศาสตร์คู่การเมืองกับการทหาร เป็นรายการวิเคราะห์สถานการณ์บ้านเมืองผ่านทางแคมฟร็อก ช่วงเวลา 22.00-เที่ยงคืน และ 01.00-03.00 น. ซึ่งจัดมาได้ 3 ปีกว่าแล้ว โดยตนจะดวงเมืองมาช่วยวิเคราะห์ และจำลองภาพว่าจะเกิดอะไรขึ้นในทุกๆ 2 วัน

นายพรวัฒน์กล่าวต่อว่า สำหรับเหตุร้ายที่เกิดขึ้นนั้นตนยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ส่วนที่มีคลิปวิดีโอเผยแพร่ออกไปโดยเฉพาะที่เว็บไซต์ยูทูบนั้นก็มีคนทำขึ้น ซึ่งจะตัดหรือหยิบช่วงใดของรายการไปก็ได้ ซึ่งคนที่ทำก็ตัดเอาช่วงท้ายๆ ของรายการแค่ประมาณ 2 นาทีไปลง สังเกตได้ว่าเป็นช่วงที่ตนใกล้จะหลับแล้ว เพราะง่วงมาก ไม่ไหว หลังจากนั้นก็ฟุบหลับไปกับโต๊ะเลย ทั้งที่รายการจริงๆ จัดนานถึง 2-3 ชั่วโมง จึงอยากถามว่าเหตุใดจึงไม่นำรายการทั้งหมดไปลง

"ส่วนสิ่งที่ผมพูดในรายการนั้นก็เป็นการวิเคราะห์จากโหราศาสตร์ ว่าแต่ละวันจะเกิดอะไร ซึ่งสามารถนำเครื่องคอมพิวเตอร์มาดูได้เลย ซึ่งจากการตรวจสอบช่วงนั้นก็หนีไม่พ้นที่จะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวอยู่แล้ว" นายพรวัฒน์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมา พ.ต.ท.อดินันท์ ชัยนันท์ รอง ผกก.1 บก.ป. พร้อมด้วยกำลังเข้าตรวจค้นตัวการ์ดของ พล.ต.ขัตติยะ แต่ถูกคนขับรถอ้างว่าชื่อ นายพล อดีตทหารนาวิกโยธินขัดขวาง พร้อมทั้งตะคอกว่าไม่มีสิทธิ์ตรวจค้น พ.ต.ท.อดินันท์จึงแสดงบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ ชายคนดังกล่าวจึงยอมให้ตรวจค้นแต่โดยดี

จากการตรวจค้นรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียนกงจักร 2481 ที่ พล.ต.ขัตติยะและเคทองนั่งมามอบตัวพนักงานสอบสวน พบอาวุธปืนยี่ห้อบาเร็ตต้าขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก, ยี่ห้อคาร์ ขนาด 9 มม. 1 กระบอก, ยี่ห้อกล็อก ขนาด 9 มม. 1 กระบอก, ยี่ห้อซีแซดขนาด 6.35 มม. 1 กระบอก, กระสุนขนาด 9 มม. 48 นัด ขนาด 6.35 อีก 8 นัด, มีดพก 1 เล่ม, กระเป๋าหนังสีดำ 1ใบ, โน้ตบุ๊ค 1 เครื่อง และกล้องดิจิตอลอีก 1 อัน นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้ยึดอาวุธปืนกล็อกขนาด 9 มม.อีก 1 กระบอกพร้อมกระสุนจากตัวการ์ด พล.ต.ขัตติยะ

เป็นที่น่าสังเกตว่าขณะที่ พล.ต.ขัตติยะเดินทางมาดูอาวุธปืนที่เจ้าหน้าที่ยึดได้ในรถด้วยสีหน้าซีดเซียวอย่างเห็นได้ชัด โดย พล.ต.ขัตติยะกล่าวว่า อาวุธตนมีเพียง 2 กระบอกและมีทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนใบอนุญาตไม่ต้องพกพาเพราะเป็นนายทหาร อย่างไรก็ตามอาวุธปืนที่เหลือ และโน้ตบุ๊คเป็นของนายเคทอง ซึ่งก็มีทะเบียนทั้งหมด ทั้งนี้พาอาวุธปืนที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดได้นั้นเอาไว้ป้องกันตัว เพราะมีคนจ้องเล่นงานตนอยู่

พ.ต.อ.ศานิตย์ มหถาวร รอง ผบก.ป. กล่าวว่า เบื้องต้นคงต้องรอให้ พล.ต.ขัตติยะและนายเคทองนำใบอนุญาตครอบครองมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ส่วนใบอนุญาตพกพาในส่วนของ พล.ต.ขัตติยะนั้นไม่น่าจะมีปัญหา เพราะเป็นนายทหารสามารถพกพาได้ ส่วนเคทองทางพนักงานสอบสวนจะแจ้งข้อหาพกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตอีกคดีหนึ่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ระหว่างที่ทำการตรวจค้นอยู่นั้น พล.ต.ขัตติยะได้ขออนุญาต พ.ต.อ.ศานิตย์ เพื่อไปขึ้นเครื่องบินที่สนามบินดอนเมืองไปต่างจังหวัด แต่เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตทำให้ พล.ต.ขัตติยะไม่พอใจ จากนั้นทาง พ.ต.ต.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง สว.กก.ปพ.บก.ป.พร้อมตำรวจคอมมานโดอาวุธครบมือจำนวน 5 นาย เข้ารักษาความปลอดภัย เกรงจะเกิดการกระทบกระทั่งระหว่างเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของ พล.ต.ขัตติยะ และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม

พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีระเบิด 4 จุดที่ธนาคารกรุงเทพว่า ได้มอบหมายให้ ผกก.กองสืบแต่ละแห่งไปแล้ว ซึ่งยังรอรายงานความคืบหน้า เชื่อว่าน่าจะมีคนแจ้งเบาะแส เนื่องจากมีภาพชัดเจนและมีเงินรางวัลนำจับ โดยตอนนี้ขอเวลาเจ้าหน้าที่ทำงานอีกระยะ ก่อนเรียกประชุมความคืบหน้าอีกครั้ง

"ที่ผ่านมาฝ่ายสืบสวนได้กระจายกำลังประสานไปยังหน่วยงานต่างๆ ทั้งทหารอากาศ ตำรวจ ว่ามีบุคคลตามภาพหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้ชุมนุมสีใด หรือเป็นคนของเสธ.คนใดก็ตาม เชื่อว่าไม่นานน่าจะมีคนแจ้งเบาะแส เพราะภาพชัดเจน" พล.ต.ท.สัณฐานระบุ.



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์