Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

'สะเดาขรรค์ชัยฯ'จากสงขลา สุดยอดพี่นำน้องรักษ์น้ำ


เมื่อเร็วๆ นี้ คณะกรรมการโครงการ "พี่นำน้องรักษ์น้ำ สนองแนวพระราชดำริ" ของมูลนิธิโคคา-โคลา ประเทศไทย ตัดสินให้ทีมนักเรียน รร.สะเดาขรรค์ชัยกัมพลานนท์อนุสรณ์ อ.สะเดา จ.สงขลา ที่มาพร้อมกับโครงการ "ขยายปรัชญาความคิดทฤษฎีน้ำ ตามรอยพ่อ" ซึ่งรวมพลังเยาวชนเพื่ออนุรักษ์ป่าต้นน้ำคลองอู่ตะเภาชนะเลิศโครงการในปีนี้

ขณะที่ทีมนักเรียน รร.อ่างทองปัทมโรจน์วิทยาคม จ.อ่างทอง คว้ารางวัลที่สองจากโครงการ "รักษ์วารินทร์ รินน้ำใจ" ที่มุ่งฟื้นฟูสภาพน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ที่สามตกเป็นของ รร.จักรคำคณาทร จ.ลำพูน ที่เสนอผลงานโครงการ "เยาวชนร่วมใจรักษ์พิทักษ์ลำน้ำสาร" น้อมนำแนวพระราชดำริในการแก้ปัญหาน้ำของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาปรับใช้ฟื้นฟูลำน้ำสารของชุมชน

สำหรับโครงการ "พี่นำน้องรักษ์น้ำ สนองแนวพระราชดำริ" เป็นกิจกรรมสร้างจิตสำนึกด้านอนุรักษ์น้ำในโปรแกรม "รักน้ำ" เป็นส่วนหนึ่งของแนวคิด Live Positively ของกลุ่มธุรกิจโคคา-โคลา ในประเทศไทย โดยร่วมมือกับสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย กระทรวงศึกษาธิการ กรมชลประทาน สถาบันสารสนเทศทรัพยากร-น้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) และสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จัดกิจกรรมขึ้นปีนี้เป็นปีที่สอง ในรูปแบบค่ายปฏิบัติการและการประกวด

โดยเกณฑ์การตัดสินโครงการที่เน้นการน้อมนำแนวพระราชดำริด้านการจัดการน้ำและทรัพยากรมาใช้ในโครงการ อาจเป็นโครงการใหม่หรือดัดแปลงจากโครงการเดิม แต่จะต้องขับเคลื่อนโดยเยาวชนและเห็นผลชัดเจน กับโครงการ "ขยายปรัชญาความคิดทฤษฎีน้ำ ตามรอยพ่อ" ของโรงเรียนสะเดาขรรค์ชัยกัมพลานนท์อนุสรณ์ จ.สงขลา เกิดจากความคิดริเริ่มและกิจกรรมพานักเรียนเดินป่าของ "ครูเล็ก" หรือ วิไลลักษณ์ อ่อนเปี่ยม ครูประจำวิชาภูมิศาสตร์ จากนักเรียนรุ่นแรกสู่รุ่นปัจจุบัน กิจกรรมพัฒนาจนเกิดเป็นชมรมขรรค์ชัยรักษ์สิ่งแวดล้อม

ครูเล็กเล่าว่า แรงจูงใจมาจากพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เกี่ยวกับการรักษาและปลูกป่าบริเวณป่าต้นน้ำ ประกอบกับความรู้สึกรักและต้องการฟื้นฟูคลองอู่ตะเภาซึ่งเป็นสายน้ำหลักที่ไหลลงทะเลสาบสงขลา จึงเริ่มปลูกฝังกับเด็กนักเรียนและทำงานร่วมกับหน่วยอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำคลองอู่ตะเภา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องกว่า 10 ปี เด็กๆ ดำเนินกิจกรรม อาทิ ปลูกป่าสร้างฝายชะลอน้ำ ปลูกหญ้าแฝก สร้างฝายแฝก กิจกรรมเก็บไม้ใหญ่ไว้ในสวน กิจกรรมนักสืบสายน้ำและการทำน้ำยาอเนกประสงค์จากสมุนไพร

"เรานำเยาวชนไปเข้าค่ายในสถานที่จริงเพื่อให้เขาเห็นสภาพปัญหาที่แท้จริง ไม่ว่าจะเป็น คลองถูกกัดเซาะ ตลิ่งพัง เด็กๆ ได้มีโอกาสพบปะพูดคุยกับผู้เฒ่าผู้แก่ในท้องถิ่นซึ่งเป็นปราชญ์บ้าน ส่วนโครงการเก็บไม้ใหญ่ไว้ในสวนนั้นเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูล และทำแผนที่ไม้ใหญ่ที่หลงเหลือจากการตัดไม้ทำลายป่าของผู้แสวงผลประโยชน์เพื่อช่วยกันอนุรักษ์ต่อไป เนื่องจากไม้ใหญ่หลายชนิดเป็นไม้มีค่าในท้องถิ่น เช่น ไม้หลุมพอ" ครูเล็กอธิบาย

และเรื่องราวการทำกิจกรรมของน้องๆ เยาวชนของโรงเรียนนี้ น.ส.พัชดา ติปะตึง หรือ น้องนุ่น นักเรียนชั้น ม.3 หัวหน้าทีมจาก ร.ร.สะเดาขรรค์ชัยฯ บอกว่า เมื่อปี 2551 ทางราชการได้ตรวจวัดปริมาณออกซิเจนในลุ่มน้ำย่อยที่ไหลลงคลองอู่ตะเภา พบว่า มีปริมาณออกซิเจนต่ำมาก ลำน้ำก็ตื้นเขินเพราะดินตะกอน รวมถึงชุมชนทิ้งขยะและสิ่งปฏิกูลลงในน้ำ รวมทั้งสารเคมีจากการเกษตรและครัวเรือน

"ชมรมของเราเห็นปัญหาและต้องการแก้ไขปัญหา จึงขยายเครือข่ายกิจกรรมไปยังโรงเรียนระดับประถมศึกษาและชุมชนอื่นๆ ในเขตเทศบาลตำบลสะเดา รวมทั้งชุมชนที่อยู่ใกล้บ้านสมาชิกชมรม มีการนำแนวพระราชดำริเรื่องหญ้าแฝกมาใช้ในการพัฒนาชุมชน เช่น ปลูกหญ้าแฝกเป็นกำแพงดักตะกอนที่จะลงไปในคลอง การสร้างฝายแฝกช่วยดักตะกอนทำให้น้ำใสสะอาดขึ้นค่ะ" เยาวชนรักษ์น้ำกล่าว

เพื่อให้การทำงานมีประโยชน์มากยิ่งขึ้น หัวหน้าทีมคนเก่งบอกอีกว่า ได้ประสานงานกับศูนย์สาธิตการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกด้านป่าไม้ที่ 5 อ.สะเดา ในการอบรมชุมชนเกี่ยวกับความรู้เรื่องหญ้าแฝกเพื่อใช้ในการเกษตร และรณรงค์ให้ความรู้แก่ชุมชนเรื่องสารเคมีในน้ำยาล้างจานและน้ำยาซักผ้า รวมทั้งให้ชุมชนทำน้ำยาอเนกประสงค์ไว้ใช้ในครัวเรือน นำสมุนไพรในท้องถิ่นมาใช้ประโยชน์ ซึ่งชุมชนสนใจมากและทดลองทำ เพราะช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย แถมลดมลพิษในลำน้ำ

นี่เป็นเพียงหนึ่งในกลุ่มเยาวชนต้นแบบที่รวมใจในการอนุรักษ์น้ำ และประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหา ซึ่งหากบ้านและโรงเรียนทั่วประเทศของเรามีจิตสำนึกหวงแหนพิทักษ์ลำน้ำในชุมชน ประเทศไทยจะฝ่าวิกฤติสิ่งแวดล้อมไปได้แน่นอน.



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์