เพราะต้นสักเป็นต้นไม้ที่เก็บกักก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ดีกว่าเนื้อไม้พรรณอื่นๆ การปลูกต้นสักขึ้นบนแผ่นดินไทยจึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ลดโลกร้อนอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยเหตุนี้ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ได้เลือกกล้าสักเกือบหนึ่งแสนต้น เป็นพระเอกที่ช่วยบรรเทาปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกใบนี้
โดยริเริ่มโครงการ "ปลูกต้นสัก 99,784 ต้น เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" เพื่อฉลองปีที่ 10 แห่งการก่อตั้งบริษัทในปีนี้ และเป็นหนึ่งในกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ภายใต้หัวข้อ "ลดโลกร้อน ถวายพ่อ" เนื่องในโอกาสครบรอบปีที่ 60 แห่งการบรมราชาภิเษกและเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 7 รอบของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของกระทรวงพลังงาน
พื้นที่กว่า 100 ไร่ ของโรงไฟฟ้าราชบุรี จ.ราชบุรี เป็นสถานที่แรกสำหรับนำร่องปลูกต้นกล้าสักทองจำนวน 9,784 ต้น ซึ่งมีพิธีเปิดโครงการในวันปลูกต้นไม้แห่งชาติ วันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา บรรยากาศก็สุดแสนเป็นใจ เพราะท้องฟ้ากระจ่างใสไร้เมฆฝน ขณะที่ทุกคนร่วมกันปลูกต้นสักด้วยความตั้งใจให้มีพื้นที่สีเขียวเพิ่มมากขึ้น และมีจุดหมายสูงสุดเดียวกันเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว งานนี้ยังมีต้นกล้าสักทองมงคลสายพันธุ์เสาชิงช้า ซึ่งกรมป่าไม้มอบให้มาปลูกในพิธีเปิดและให้ผู้เข้าร่วมโครงการเป็นที่ระลึกอีกจำนวน 500 ต้น เพื่อนำไปปลูกที่บ้าน
สำหรับต้นกล้าสักที่เหลืออีก 90,000 ต้น จะนำไปปลูกให้เจริญงอกงามในพื้นที่หลายแห่ง เช่น ที่เขตป่าสงวนแห่งชาติ แม่สิน แม่สาย และแม่สูงฝั่งซ้าย จ.สุโขทัย และป่าชุมชนที่เข้าร่วมโครงการคนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชนใน จ.สุโขทัย, เชียงใหม่, ลำพูน และนครราชสีมา เป็นต้น
นพพล มิลินทางกูร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) บอกว่า โครงการปลูกต้นสักนี้จะมีระยะเวลาดำเนินการ 2 ปี ตั้งแต่เดือนเมษายน 2553 จนถึงเดือนธันวาคม 2554 โดยมุ่งหวังที่จะเพิ่มจำนวนต้นสักในประเทศให้มากขึ้น โดยต้นสักจำนวน 99,784 ต้น จะนำไปปลูกในพื้นที่ 6 แห่ง ประกอบด้วย โรงไฟฟ้าราชบุรี เขตป่าสงวน และพื้นที่ป่าชุมชนเข้มแข็ง มีการใช้ประโยชน์จากป่าอย่างพอเพียง
กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้งฯ เน้นถึงประโยชน์ที่จะได้รับจากโครงการว่า จะช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้ 32,870 ตัน และยังผลิตก๊าซออกซิเจนเพิ่มสู่ชั้นบรรยากาศ 24,000 ตัน ภายในระยะเวลา 15 ปี เมื่อต้นสักโตเต็มที่ เพราะต้นสักมีศักยภาพในการเก็บกักก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากบรรยากาศไว้ในรูปเนื้อไม้เพื่อลดภาวะก๊าซเรือนกระจกได้ดีกว่าเนื้อไม้พรรณอื่น
"เรามุ่งหวังเพิ่มจำนวนสักในประเทศไทยให้มากขึ้น สักเป็นไม้ที่มีชื่อเสียงแพร่หลาย ไม้สักไทยเป็นที่ยอมรับดีที่สุดในโลก สีสัน ลวดลายธรรมชาติงดงาม เนื้อไม้ละเอียด แข็งแรงทนทาน ปัจจุบันไม้สักในป่าธรรมชาติลดลงเรื่อยๆ เพราะนำมาใช้ได้ทุกประเภท ที่สำคัญสักมีความสามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนและคลายออกซิเจนได้อย่างดี" นพพลกล่าว
มีการเสนอข้อมูลการวิจัยพบว่า เนื้อไม้ 1 ตัน จะดูดซับก๊าซคาร์บอนได้ 1.81 ตัน และปล่อยก๊าซออกซิเจนได้ 1.32 ตัน ช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนลงได้ 18,160 ตัน เมื่อต้นสักโตเต็มที่ครบจำนวนที่วางไว้ จะได้น้ำหนักรวม 18,160,688 ต้น สามารถดูดซับก๊าซเรือนกระจกได้ ฉะนั้น โครงการนี้จึงเป็นอีกแนวทางที่จะช่วยบรรเทาปัญหาภาวะโลกร้อนที่เป็นต้นเหตุของสภาวะภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงที่นับวันทวีความรุนแรง และส่งผลกระทบต่อคนบนโลก
โครงการใหญ่ปลูกต้นสักเกือบแสนต้น ถือเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความจงรักภักดีและความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย ขณะเดียวกันยังสร้างจิตสำนึกการอนุรักษ์และหวงแหนทรัพยากรป่าไม้ของทุกภาคส่วนทั้งในระดับชุมชนและสังคมอย่างต่อเนื่อง
นับจากวันนี้กล้าสักที่เหลือจะส่งต่อไปยังพงไพรเพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่ทำงานประจำอยู่ในพื้นที่อนุรักษ์ต่างๆ และผู้คนได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมเติมเต็มผืนป่า ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อสถานการณ์โลกใบร้อนที่ทั่วโลกเผชิญอยู่ในขณะนี้ ส่วนคนที่ไม่มีกล้าสักแต่อยากช่วยลดวิกฤติโลกร้อนก็ทำได้ง่ายๆ แค่ปลูกต้นไม้ 1 ต้น เพราะสามารถดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้ตลอดอายุของมัน ปลูกต้นไม้กันให้ถ้วนหน้า รวมทั้งลดการใช้พลังงาน คัดแยกขยะเพื่อลดปัญหาสิ่งแวดล้อม ขับรถอย่างมีประสิทธิภาพ ไปไหนใกล้ๆ ใช้จักรยานหรือเดินไป.








