Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

"ถุงพลาสติกชีวภาพ" ปฐมบท เศรษฐกิจสีเขียว


  ยกระดับขึ้นอีกขั้นสำหรับกิจกรรมสร้างจิตสำนึกให้คนไทยหันมารักษ์สิ่งแวดล้อมที่เปิดตัวไปเมื่อเร็วๆ นี้ ณ การบินไทย สำนักงานใหญ่ โดยในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ภาคธุรกิจของไทย นำเอา "ถุงพลาสติกชีวภาพ" ที่ย่อยสลายตามธรรมชาติได้ 100% มาใช้ในระบบอย่างจริงจัง ซึ่งเป็นการนำร่องของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) จับมือกับบริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์กรมหาชน) หรือ สนช. กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) สมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพไทย และบริษัทอุตสาหกรรมถุงพลาสติกไทย จำกัด ในโครงการ "ใช้ถุงพลาสติกชีวภาพเพื่อสิ่งแวดล้อม ณ ร้าน Puff & Pie" ภายใต้แคมเปญ "45 วัน รวมพลังลดถุงพลาสติก ลดโลกร้อน" ของรัฐ
     ส่วนเหตุผลที่ต้องนำถุงพลาสติกชีวภาพมาใช้อย่างจริงจังเสียที สุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทส. ชี้แจงว่า ไทยมีปริมาณขยะมูลฝอยเกิดขึ้นต่อวันค่อนข้างมาก และหากแยกเป็นขยะมูลฝอยจากพลาสติกจะมีมากถึง 7,391 ตัน/วัน หรือคิดเป็น 18% ของขยะทั้งหมด และหากคิดเป็นปริมาณของทั้งปีก็จะอยู่ที่ 2.7 ล้านตัน แค่ในส่วนของ กทม.อย่างเดียวก็มีปริมาณมากถึง 1,684 ตัน/วัน นอกจากนี้ ยังพบว่ามีขยะพลาสติกตกค้างสะสมอยู่ในสภาพแวดล้อมทั่วประเทศราว 10 ล้านตันต่อปี การกำจัดก็ทำได้ไม่ง่าย เพราะพลาสติกมีน้ำหนักเบาและมีความสามารถทนต่อแรงอัดได้สูง ทำให้เปลืองพื้นที่ในการฝังกลบมากกว่าขยะมูลฝอยธรรมดาถึง 3 เท่า หากใช้วิธีเผาทำลายจะเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างมาก
     แถมการใช้ถุงพลาสติกยังเป็นการเพิ่มปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศโลกมากขึ้นด้วย จากการคำนวณพบว่า ในกระบวนการผลิตถุงพลาสติก 1 ใบ จะปล่อยก๊าซพิษประมาณ 0.2 กิโลกรัม ถ้าใน 1 วัน เราใช้ถุงพลาสติก 5 ใบ แล้วปล่อยทิ้งเป็นขยะ ก็เท่ากับเราปล่อยก๊าซคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศถึงวันละ 1 กิโลคาร์บอน ประเทศไทยมีประชากร 63 ล้านคน ถ้าคิดคำนวณเป็นวัน เป็นเดือน เป็นปีแล้ว จะเห็นว่าเรากำลังทำร้ายโลกอย่างมากทีเดียว และยังทำให้ทัศนียภาพทางสิ่งแวดล้อมย่ำแย่ รกรุงรังไม่เป็นระเบียบด้วย 
     สุวิทย์กล่าวต่อว่า ดังนั้นเราจึงทำการวิจัยค้นหานวัตกรรมที่นำมาผลิตบรรจุภัณฑ์ทางเลือกแก่ผู้บริโภคและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมาสรุปลงตัวที่พลาสติกชีวภาพ (Bioplastics) ซึ่งเป็นพลาสติกที่สลายตัวได้ทางชีวภาพ ด้วยกระบวนการหมักเป็นปุ๋ยได้ในสภาวะที่เหมาะสม ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะทางสิ่งแวดล้อมหลังหมดอายุการใช้งาน ที่สำคัญกระบวนการผลิตพลาสติกชนิดนี้ จะปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนออกมาน้อยกว่าการผลิตจากปิโตรเคมี เพราะผลิตจากปิโตรเคมีเพียง 20% อีก 80% มาจากวัสดุทางการเกษตรจำพวกแป้งข้าวโพด แป้งมันสำปะหลัง และน้ำตาล
     "เป็นเรื่องดีทีเดียวที่ภาคธุรกิจไทยโดยการนำร่องของการบินไทย ยินดีที่จะใช้ถุงพลาสติกชีวภาพแทนถุงพลาสติกแบบเก่าที่ใช้เวลา 300-450 ปี ถึงจะย่อยสลาย ณ ร้าน Puff & Pie ใน 30 สาขา ทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล แต่ถ้าจะให้ดียิ่งขึ้นไปอีกต้องแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ก็คือพฤติกรรมการใช้ถุงพลาสติกและการทิ้งขยะถุงพลาสติกไม่ถูกที่ถูกทาง ซึ่งเป็นหน้าที่ของทุกคนที่ต้องสร้างความเคยชินแบบใหม่ ด้วยการรู้จักใช้ถุงพลาสติกให้คุ้มค่ามากที่สุดก่อนทิ้ง" รมว.ทส.กล่าว และว่า การทำให้ถุงพลาสติกชีวภาพเป็นที่นิยมในการใช้ ยังติดขัดเรื่องต้นทุนการผลิตที่แพงกว่าถุงแบบเก่า 2-3 เท่า ทส.จึงขอเวลาไปศึกษากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะช่วยเหลือในจุดใดได้บ้าง อาจทำเป็นระบบ Green Tax ที่ลดอัตราภาษีให้กับการผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
     ฟากหัวเรือใหญ่การบินไทย ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ การบินไทย กล่าวว่า ธุรกิจการบินเป็นธุรกิจที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นอันดับต้นๆ อยู่แล้ว และฝ่ายครัวการบินไทยก็เป็นหน่วยงานหนึ่งที่มีการใช้ถุงพลาสติกจำนวนมาก โดยถุงดังกล่าวเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีพื้นฐานจากน้ำมันดิบและก๊าซ เราจึงมีความคิดอยากเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมรณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติกเพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่สังคม และลดทอนการปล่อยก๊าซพิษทำลายสิ่งแวดล้อม ด้วยการหันมาใช้ถุงพลาสติกชีวภาพ พร้อมๆ ไปกับแผนกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ของบริษัท เพื่อมุ่งหวังให้การบินไทยเป็นสายการบิน Green Airline ในอนาคต ซึ่งโครงการนำร่องนี้ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี ถือเป็นก้าวเล็กๆ ก้าวแรกของการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป
     ขณะที่ ดร.ศุภชัย หล่อโลหการ ผอ.สนช. กล่าวถึงความสำเร็จอย่างดียิ่ง ว่าเกิดจากความร่วมมือที่เอสซีจีเคมิคอลส์มอบให้ โดยสูตรในการทำถุงพลาสติกชีวภาพนี้ ทางเอสซีจีเป็นคนคิดค้นขึ้นเอง โดยนำเอาเม็ดพลาสติกชีวภาพที่นำเข้าจากต่างประเทศมาคอมพาวนด์หรือผสมรวมกับแป้งมันสำปะหลังของไทย ก่อนนำไปขึ้นรูปฟิล์มเพื่อผลิตเป็นถุงพลาสติก เพื่อลดต้นทุนและยังได้ถุงพลาสติกชีวภาพที่มีคุณสมบัติสูง ทั้งความยืดหยุ่น แข็งแรง และย่อยสลายได้ 100% ซึ่งเบื้องต้นทางเอสซีจี ได้มอบเม็ดพลาสติกที่ผ่านการคอมพาวนด์แล้วจำนวน 2 ตัน ให้กับการบินไทยไปผลิตถุงเพื่อสิ่งแวดล้อมกว่า 1.8 แสนใบไว้ใช้แล้ว
     "แม้ว่าในปัจจุบันนี้ไทยยังไม่สามารถผลิตเม็ดพลาสติกชีวภาพเองได้ แต่เชื่อว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า การวิจัยและเทคโนโลยีที่ดียิ่งขึ้น เราจะผลิตพลาสติกเพื่อสิ่งแวดล้อมได้เอง ยิ่งถ้าหากมีความต้องการใช้มากขึ้น คนผลิตมีมากขึ้น ราคาก็จะถูกลง และไม่แน่เราอาจกลายเป็น Hub ในเรื่องพลาสติกชีวภาพในแถบภูมิภาคอาเซียน ส่งออกนำรายได้เข้าสู่ประเทศ"
     อย่างไรก็ตาม ถุงพลาสติกชีวภาพนี้ออกแบบภายใต้กรอบแนวคิด Use, Reuse และ Decompose คือ การใช้งานอย่างคุ้มค่า นำกลับมาใช้ใหม่ ใช้ซ้ำ และนำไปใช้ในการใส่ขยะอินทรีย์ในบ้านเรือน เมื่อทิ้งสู่สภาพแวดล้อมจะย่อยสลายได้ด้วยจุลินทรีย์ภายใต้สภาวะที่เหมาะสม จึงสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 50% เมื่อเทียบกับถุงพลาสติกปิโตรเคมีแบบเก่า.



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์