Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

"โลกร้อน" วิกฤติอนาคต "ผู้หญิง"


   ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ทั่วโลกเผชิญ  ทั้งพายุเฮอริเคน  อย่างพายุเฮอริเคนแคทรีนาที่รุนแรงและสร้างความเสียหายสุดในประวัติศาสตร์อเมริกา  พายุไซโคลนนาร์กีสมหันตภัยครั้งใหญ่พัดถล่มพม่า  เหตุการณ์แผ่นดินไหวมณฑลเสฉวน  จีน  คลื่นยักษ์สึนามิ  จนกระทั่งน้ำท่วมดินถล่มที่ฟิลิปปินส์  ผลพวงจากสภาพภูมิอากาศโลกที่เปลี่ยนแปลงไป  ไม่เพียงที่จะสร้างความเสียหายปั่นป่วนให้กับระบบนิเวศของโลก  แต่ยังคุกคามชีวิตของมนุษย์มากขึ้น  ซึ่งเหยื่อภัยพิบัติทางธรรมชาติมากกว่าร้อยละ  50  เป็นผู้หญิง

     นอกจากภัยธรรมชาติแล้ว  ภาวะโลกร้อนมหันตภัยที่กำลังคุกคามมวลมนุษยชาติ  ยังทำให้ฤดูกาลแปรปรวน  เกิดน้ำท่วม  แห้งแล้ง  เป็นสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะกับการดำรงชีวิตของประชากรโลก  โดยเฉพาะกับชีวิตของ  "ผู้หญิง"  ซึ่งอาจฟังดูแปลกๆ  แต่นักวิชาการระดับโลกได้มีการคำนวณและประมาณการคร่าวๆ  แล้วว่า  เพศที่จะตกระกำลำบากมากที่สุดในช่วงที่โลกอยู่ในภาวะโลกร้อนนั้นก็คือเพศหญิงนั่นเอง  โดยเฉพาะผู้หญิงในกลุ่มประเทศยากจนและประเทศกำลังพัฒนา  มีโอกาสจะดำเนินชีวิตได้อย่างยากลำบากมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว

     โธรายา  อาเหม็ด  โอเบด  ผู้อำนวยการบริหาร  UNFPA  (กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ)  กล่าวถึงรายงานสถานการณ์ประชากรโลกประจำปี  2552  ซึ่งเผยแพร่โดย  UNFPA   ว่า  การเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศจะส่งผลกระทบต่อผู้หญิงและผู้ชายแตกต่างกัน  โดยเฉพาะประเด็นภาระอันไม่เป็นธรรมของผู้หญิง  การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่เพียงบ่อนทำลายวิถีการดำรงชีวิต  แต่ยังทำให้ปัญหาช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจนยิ่งแย่ลง  และขยายความไม่เสมอภาคระหว่างหญิงชายให้เพิ่มมากขึ้น  ผู้หญิงในประเทศยากจนและประเทศกำลังพัฒนาจะได้รับผลกระทบมากกว่าผู้ชาย  ส่วนหนึ่งเป็นเพราะในประเทศเหล่านี้มีจำนวนผู้หญิงในแรงงานภาคกสิกรรมมากกว่าผู้ชาย  อีกส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะผู้หญิงมักจะเข้าถึงโอกาสในการหารายได้ได้น้อยกว่าผู้ชาย

     "การเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศทำให้เกิดความแห้งแล้ง  ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นจนกระทั่งหลายพื้นที่ถูกน้ำท่วมจนเพาะปลูกไม่ได้  ขณะที่ผู้ชายย้ายถิ่นฐานไปทำมาหากินที่อื่น  แต่ผู้หญิงต้องดูแลบ้านและสมาชิกในครอบครัว  ทำให้เกิดความเสียเปรียบยิ่งขึ้นเมื่อต้องเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ"

     นอกจากนี้โธรายาระบุด้วยว่า  ความแห้งแล้งยังเป็นแรงผลักดันให้ผู้หญิงทำงานหนักขึ้นเพื่อความมั่นคงทางอาหาร  น้ำ  และพลังงานของครอบครัว  ส่วนเด็กๆ  ก็มีแนวโน้มที่จะต้องออกจากโรงเรียนกลางคันเพื่อหาทางจุนเจือครอบครัว  ส่วนผู้หญิงในเมืองใช่ว่าจะไม่ได้รับผลกระทบ  เพราะเมื่อมีการอพยพเข้ามาของคนในชนบท  ปัญหาชุมชนแออัดจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน  สภาพเศรษฐกิจที่บีบรัดทำให้การหางานทำยากขึ้น  การแก่งแย่งทรัพยากรทำให้ต้องต่อสู้ดิ้นรนยิ่งกว่าเดิม  รวมถึงปัญหาสังคมก็จะมากขึ้นเป็นเงาตามตัว  ผู้หญิงวันข้างหน้าจึงต้องกร้าวแกร่งกว่าปัจจุบันเพื่อรับมือกับปัญหาเหล่านั้น

     ในรายงานสถานการณ์ประชากรโลกประจำปี  2552  ซึ่งเผยแพร่โดย  UNFPA  ฉบับนี้  ยังให้ภาพภาวะโลกร้อนก่อให้เกิดผลกระทบต่อโลกอย่างใหญ่หลวง  เริ่มต้นจากน้ำแข็งบริเวณขั้วโลกเหนือละลายครั้งใหญ่  ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น  ไปจนถึงเหตุการณ์โคลนถล่ม  น้ำท่วม  พายุหิมะครั้งรุนแรง  ความแห้งแล้ง  และวิกฤติทางสังคมอีกมากมายที่ดูเผินๆ  แล้วไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับภาวะโลกร้อน  แต่เมื่อวิเคราะห์กันอย่างลึกซึ้งก็จะพบว่าล้วนมีสาเหตุเดียวกันทั้งนั้น

     รายงานสถานการณ์ประชากรโลกประจำปี   2552   ซึ่งเผยแพร่โดย  UNFPA  ฉบับนี้   ได้ให้ข้อสรุปที่น่าสนใจว่า  จำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมีผลอย่างมากต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจก  เพราะฉะนั้น  ข้อตกลงระดับนานาชาติเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศ  และนโยบายระดับชาติเกี่ยวกับการลดโลกร้อนในอนาคตจะต้องคำนึงถึงพลวัตด้านประชากร  ความสัมพันธ์ระหว่างเพศ  การอยู่ดีกินดี  การปรับปรุงการศึกษาของเด็กหญิง  ความเสมอภาคทางเพศ  ฯลฯ  เพราะปัจจัยเหล่านี้ช่วยลดอัตราการเกิดของประชากร  ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ในระยะยาว  ภาครัฐหรือองค์กรที่มีบทบาทหน้าที่ด้านสิ่งแวดล้อมจึงน่าจะนำข้อมูลจากรายงานฉบับนี้ไปใช้ประโยชน์ในการจัดการกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ

     โนบุโกะ  ฮอริเบ  ผู้อำนวยการส่วนภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก  กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ  ระบุว่า  ข้อตกลงระดับนานาชาติเกี่ยวกับโลกร้อนจะบรรลุผลในระยะยาว  ถ้ามีการชะลอการขยายตัวของจำนวนประชากร   ซึ่งจะช่วยสร้างความยืดหยุ่นในการปรับตัวให้กับสังคม   อีกทั้งจะมีส่วนในการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกในอนาคต

     "การถกเถียงเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในปัจจุบัน  จะวนเวียนอยู่กับประเด็นความรับผิดชอบของแต่ละประเทศเกี่ยวกับการจำกัดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก  และความพยายามในการระดมทุนเพื่อเปลี่ยนสู่พลังงานที่ทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนน้อยและเทคโนโลยีอื่นๆ   แต่แนวทางที่ดีที่สุดที่จะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนคืออะไร  ใครจะเป็นผู้แบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการจัดการกับปัญหาสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงในปัจจุบันและในอนาคต  คำถามเหล่านี้เป็นคำถามที่สำคัญ  แต่ที่สำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน  คือ  คำถามที่ว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะส่งผลกระทบต่อผู้หญิง  ผู้ชาย  และเด็กหญิงแตกต่างกันยังไงทั่วโลก  แม้แต่ภายในแต่ละประเทศ"

     โนบุโกะกล่าวเสริมว่า  การเคลื่อนย้ายประชากรมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้น  เพราะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะทำให้เกิดการทิ้งถิ่นฐานที่เกิดน้ำท่วม  แห้งแล้ง  การย้ายถิ่นนี้จะทำให้เกิดปัญหาร้ายแรงด้านสุขภาพมากมาย  สภาพจิตใจที่กดดันจากการโยกย้าย  หรือความขัดแย้งของผู้คนที่อาจเกิดขึ้น  เพราะความวุ่นวายในการอพยพโยกย้ายประชากร  จะมีผู้คนจำนวนหลายล้านคนที่อาศัยในพิ้นที่ชายฝั่งต้องทิ้งบ้านเรือนถ้าระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น  ความแห้งแล้งรุนแรงจะเป็นแรงผลักดันให้เกษตรกรย้ายจากพื้นที่ชนบทเข้ามาในเมืองเพื่อหาที่อยู่ใหม่  คนในเมืองที่อยู่ในพื้นที่ที่มีแนวโน้มของการเกิดน้ำท่วม  อาจย้ายถิ่นฐานไปพื้นที่ชนบทเพื่อหลบอันตราย  การเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศดูเหมือนจะเป็นแรงกระตุ้นสำคัญของการเคลื่อนย้ายประชากรในอนาคต  เป็นไปได้มากว่าจะเป็นการเคลื่อนย้ายภายในประเทศ  มีบางส่วนที่เป็นการย้ายถิ่นระหว่างประเทศ

     แม้บรรดานักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศทั่วโลกมีความเชื่อมั่นว่า  ปัจจัยสำคัญที่ทำให้โลกร้อนขึ้น  คือ  การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ  ผลจากกิจกรรมที่สร้างความมั่งคั่งให้กับประชากรโลก  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศอุตสาหกรรมทั้งหลาย  การเผาไหม้พลังงานฟอสซิล  เช่น  ถ่านหิน  น้ำมัน  และก๊าซที่เพิ่มมากขึ้นนำไปสู่การปล่อยก๊าซคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศมากขึ้นตามไปด้วย  เป็นปัจจัยเร่งให้เกิดปรากฏการณ์ก๊าซเรือนกระจก

     แต่โนบุโกะให้ข้อมูลที่น่าสนใจจากรายงานสถานการณ์โลกประจำฉบับนี้ว่า  เรื่องของการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรจนเกือบจะถึง   7  พันล้านคน  เพราะการขยายตัวทางเศรศฐกิจ   จำนวนประชากรและการบริโภคได้แซงหน้าเกินกำลังของโลกที่จะปรับตัว  การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศอาจรุนแรงมากขึ้น  และอาจจะสร้างความเสียหายได้อย่างเหลือเชื่อ  จากรายงานคาดการณ์ล่วงหน้าว่าประชากรโลกจะเพิ่มขึ้นถึง   8-10.5  พันล้านคนในอีก  40  ปีข้างหน้า   หรือปี  พ.ศ.2593

     เมื่อพูดถึงการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ทำให้บรรยากาศของโลกร้อนขึ้น  โนบุโกะบอกว่าจนถึงวันนี้  ประเทศอุตสาหกรรมยังเป็นที่มาของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก  และก๊าซอื่นๆ  ที่มีผลต่อสภาพภูมิอากาศ  แต่กลับป้องกันตัวเองจากผลกระทบการเปลี่ยนแปลงทางสภาภูมิอากาศ  ในขณะที่ประเทศกำลังพัฒนา  ซึ่งมีส่วนรับผิดชอบกับการปล่อยก๊าซน้อยกว่ากลับต้องแบกภาระในการจัดการและปรับตัวในสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างสุดขั้ว  ประเทศอุตสาหกรรมสร้างปัญหาส่วนใหญ่  ประเทศยากจนกลับต้องเผชิญความท้าทายใหญ่ในการปรับตัว

     "ความเร็วและความรุนแรงจากการเพิ่มจำนวนประชากร  เป็นแรงกระตุ้นให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก  เป็นที่ตระหนักดีในหมู่นักวิทยาศาสตร์  รวมถึงบรรดาผู้ที่อยู่ในคณะกรรมการระหว่างประเทศว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอกาศ  การชะลออัตราการเพิ่มขึ้นของประชากรทั้งในประเทศพัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนา  อาจจะช่วยให้งานในการสร้างความสมดุลให้กับสภาพภูมิอากาศง่ายยิ่งขึ้นในระยะยาว"

     ผู้อำนวยการสำนักงานส่วนภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกได้ให้ข้อคิดเห็นด้วยว่า  จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่จะส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิต  สุขภาพ  และโอกาสของความเสมอภาคหญิงชาย  จึงจำเป็นต้องมีการวางแผนครอบครัวโดยสมัครใจและดูแลด้านอนามัยการเจริญพันธุ์  พร้อมๆ  กับบริการสุขภาพและการศึกษาขั้นพื้นฐาน  ซึ่งความมั่นคงทางด้านประชากรจะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ  ไม่ใช่โดยการบังคับหรือควบคุม  โดยรัฐบาลแต่ละประเทศจะต้องคาดหมายและเตรียมการสำหรับความตึงเครียดในการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ  ต้องมีมาตรการเฉพาะเจาะจงที่จะขานรับกับปัญหา  ซึ่งจำเป็นต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง  ไม่ใช่ความบ้าคลั่ง  นอกจากนี้  งานวิจัยเกี่ยวกับผลกระทบและแนวทางแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงปัจจุบันยังมีช่องว่าง  ซึ่งต้องได้รับการเติมเต็มก่อนจะสายเกินไป

     สำหรับรายงานสถานการณ์ประชากรโลกประจำปี  2552  นี้  ผู้สนใจสามารถติดต่อขอรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ  แผนกข้อมูลและความสัมพันธ์ภายนอก  โทรศัพท์ +1-212  297-4992  โทรสาร +1-212  557-6416  อีเมล์  kollodge@unfpa.org  หรือดาวน์โหลดรายงานฉบับเต็ม  สารคดีและสำเนาสรุปภาคภาษาอารบิก  อังกฤษ  ฝรั่งเศส  สเปน  และรัสเซียได้ที่  www.unfpa.org

     ตอนนี้อุณหภูมิโลกได้เพิ่มสูงขึ้นแล้ว  เราจึงไม่มีทางเลือกใดนอกจากการปรับตัวไปกับความเปลี่ยนแปลงที่เผชิญอยู่ในปัจจุบัน  พร้อมกันนั้นสิ่งที่ต้องลงมือทำโดยทันทีคือ  ยับยั้งการปล่อยก๊าซเรือนกระจก  และระวังป้องกันไม่ให้กิจกรรมต่างๆ  ที่มนุษย์กระทำส่งผลกระทบต่อชั้นบรรยากาศโลกและสภาพอากาศภายนอกโลก  โลกอาจไม่พลิกโฉมกลับมาดีขึ้นภายในวันนี้พรุ่งนี้.

 



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์