เป็นนโยบายของบริษัท ยูพีเอสที่สนับสนุนให้พนักงานพร้อมทั้งและครอบครัว ในสำนักงานทั่วภูมิทั่วเอเชียที่นับแล้วรวมกว่า 4,000 คน มามีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ใน "เดือนอาสาสมัครสากล"ที่ปีนี้เป็นครั้งที่ 7 เพื่อส่งเสริมการศึกษา พัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมในชุมชนเป็นเวลากว่า 18,000 ชั่วโมง
ส่วนในปีนี้พนักงานยูพีเอสประเทศไทย พร้อมครอบครัวจำนวน 120 คนได้เดินทางไปยังป่าสงวนแห่งชาติอ่าวมหาชัย จังหวัสมุทรสาคร เพื่อร่วมปลูกป่าโกงกางเก็บขยะในบริเวณแม่น้ำแม่กลอง และร่วมกันสร้างห้องน้ำเพื่อเป็นสาธารณประโยชน์อีกด้วย
นายเดเรค วูดวาร์ด ประธานยูพีเอส ประจำภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก กล่าวว่าว่า ยูพีเอสมุ่งให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการมีส่วนร่วมในการส่งเสริมพัฒนาชุมชน เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการร่วมทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ที่เราทำมาอย่างต่อเนื่องยาวนานจะเป็นประโยชน์และตอบสนองความต้องการของชุมชนที่เราดำเนินธุรกิจอยู่
ปีนี้ กิจกรรมอามาสมัครที่ยูพีเอสมุ่งเน้นคือ เรื่องความปลอดภัยของชุมชน การสร้างประสิทธิผลแบบไม่แสวงหากำไร สิ่งแวดล้อม ตลอดจนความรอบรู้และความเข้าใจทางเศรษฐกิจในยุคโลกาภิวัฒน์ ซึ่งจะช่วยให้ทีมอาสาสมัครของยูพีเอสสามารถนำเอาความรู้ความชำนาญในการทำงานมาประยุกต์ใช้กับ
กิจกรรมเพื่อพัฒนาชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและเข้าถึงความต้องการที่แท้จริงของชุมชนนั้น ๆ
การทำกิจกรรมในประเทศไทย ซึ่งมีพนักงานยูพีเอสพร้อมครอบครัวจำนวน 120 คนได้เดินทางไปยังป่าสงวนแห่งชาติอ่าวมหาชัย จังหวัสมุทรสาคร เพื่อร่วมปลูกป่าโกงกางและเก็บขยะในบริเวณแม่น้ำแม่กลอง
ส่วนนายเกรกอรี่ ฟิลลิป คาร์สเตนส์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูพีเอส ประเทศไทย กล่าวว่า กิจกรรม "เดือนอาสาสมัครสากล" ของยูพีเอสในประเทศไทยจัดขึ้นเป็นปี่ที่เจ็ดแล้ว โดยในปีนี้ เราร่วมมือกับโครงการ Green Time ของมูลนิธิกองทุนไทยเพื่อฟื้นฟูป่าชายเลน โดยการปลูกต้นกล้าโกงกางที่บริเวณแม่น้ำแม่กลอง จังหวัดสมุทรสาคร
"พนักงานของเราพร้อมครอบครัวจำนวน 120 คนได้ร่วมกันทำกิจกรรมเพื่อฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การสร้างห้องน้ำ เก็บขยะ เพาะต้นกล้าโกงกาง และปลูกไม้โกงกางริมแม่น้ำแม่กลอง เราหวังว่ากิจกรรมอาสาสมัครเหล่านี้จะช่วยส่งเสริมการทำงานเป็นทีมในหมู่พนักงาน ควบคู่กับการสร้างความตระหนัก ความเข้าใจ และมีส่วนร่วมในการพิทักษ์สิ่งแวดล้อม"
ส่วนมูลนิธิโครงการ Green Time ของมูลนิธิกองทุนไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูและขยายพื้นที่ป่าชายเลน โดยการปลูกพันธุ์ไม้หลาย ๆ ชนิดเพื่อดำรงรักษาความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ธรรมชาตินั้น ๆ
นอกจากนี้ ในโอกาสนี้ทาง ยูพีเอส ประเทศไทยยังเป็นตัวแทนของมูลนิธิยูพีเอสมอบเงินบริจาคจำนวน 47,750 ดอลลาร์ หรือประมาณ 1.6 ล้านบาท แก่มูลนิธิกองทุนไทยและจำนวน 60,000 ดอลลาร์หรือประมาณ 2 ล้านบาท แก่มูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์ ซึ่งเป็นองค์กรพัฒนาเอกชนที่ก่อตั้งขึ้นด้วยเจตนารมณ์ที่จะอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติโดยเฉพาะป่าไม้ในประเทศไทย








