จากลำต้นลำดับที่ 00001 ที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเสด็จเป็นองค์ประธานปลูกปะการังเขากวางบนแปลงท่อพีวีซี เปิดฤกษ์โครงการ "วีนิไทย ร่วมใจปลูกปะการัง 80,000 กิ่งที่เริ่มต้น เพื่อล้นเกล้า" เมื่อปีที่แล้ว ณ จังหวัดชลบุรี เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างในด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในวโรกาสมีพระชนมพรรษา 80 พรรษา
พร้อมกับการปลุกกระแสรักษ์สิ่งแวดล้อมชายฝั่งทะเลไทยให้ผู้คนในสังคมได้ตระหนัก ด้วยปนิธานอันแน่วแน่ มาวันนี้ปะการัง 80,000 กิ่ง ที่บริษัท วีนิไทย จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายผงพลาสติกพีวีซีและโซดาไฟ ร่วมกับมูลนิธิกิจกรรมวิทยาศาสตร์ทางทะเลและการอนุรักษ์ โดยความอุปถัมภ์ของวีนิไทย บรรลุผล 10,000 กิ่งสุดท้าย (70,001-80,000) ลงสู่ท้องทะะลที่เกาะทะลุ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นที่เรียบร้อยเมื่อเร็วๆ นี้ โดยได้รับความร่วมมือจากโครงการจัดการทรัพยากร โดยชุมชนอ่าวบางสะพานและเกาะทะลุ ไอส์แลนด์ รีสอร์ท หลังจากนำกิ่งปะการังที่อนุบาลจนแข็งแรงเติบโตเองได้ไปวางเพิ่มความสมบูรณ์ให้กับทะเลไทย ณ พื้นที่ชายฝั่งหาดแสมสาร และเกาะขาม จ.ชลบุรี, เกาะหวาย จ.ตราด และเกาะเสม็ด จ.ระยอง
สาเหตุทางโครงการฯ เลือกเกาะทะลุเป็นที่สุดท้ายในการปลูกปะการัง ก็ด้วยเหตุที่พื้นที่ชายฝั่งทะเลบริเวณอ่าวบางสะพานและเกาะทะลุ ถูกทำลายด้วยการทำประมงแบบผิดกฎหมาย ทั้งระเบิดปลา ใช้เครื่องมือหาปลาที่ทำลายธรรมชาติแวดล้อม เป็นปัญหาที่สั่งสมยาวนานเกือบ 20 ปี ส่งผลให้แนวปะการังที่เคยอุดมสมบูรณ์ ได้รับผลกระทบและตายลงกว่า 20% โดยผลเสียที่ว่ายังขยายตัวทำให้สัตว์น้ำในบริเวณนี้ลดน้อยลง จนทำการประมงไม่คุ้มทุนเหลือเพียงแค่พอจับกินได้ในครัวเรือนเท่านั้น การปลูกปะการังจึงเป็นกิจกรรมสำคัญในการช่วยให้ทะเลในแถบนี้ฟื้นคืนชีวิตขึ้นมาได้ เนื่องจากปะการังเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศ มีหน้าที่สำคัญในการเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน
แม้จะการขยายกิ่งปะการังและนำลงปลูกในทะเลจะครบตามจำนวนที่ตั้งไว้ ทว่าระยะเวลาของโครงการยังเหลืออีก 4 ปี การสานต่อดำเนินงานต่อจากนี้ ศรินทิพย์ ศรีทองคำ ผู้จัดการด้านความรับผิดชอบต่อสังคม ฝ่ายประสานงานธุรกิจและการสื่อสาร วีนิไทย บอกว่า สิ่งที่เราจะทำต่อไปจากนี้จะเป็นเรื่องการจัดการกับแปลงท่อพีวีซีที่ใช้อนุบาลประการังทั้ง 80,000 ต้น ซึ่งแม้จะสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำในการขยายพันธุ์ปะการังครั้งต่อๆ ไปแต่เมื่อใช้ไประยะหนึ่งพีวีซีก็จะเสื่อมสภาพ ต้องทำการรีไซเคิลเพื่อไม่ให้กลายเป็นขยะในทะเล และจำนวนของท่อพีวีซีที่เราใช้ก็คิดเป็น 1 ใน 3 ของปะการัง 80,000 กิ่ง ดังนั้น ระบบการจัดการจึงต้องคิดให้รอบคอบเป็นพิเศษ
"แนวโน้มความเป็นไปได้ในเรื่องรีไซเคิลท่อพีวีซี กำลังศึกษาว่าจะส่งไปรีไซเคิลที่บริษัทแม่ ประเทศอิตาลี หรือถ้าเมืองไทยมีเทคโนโลยีการรีไซเคิลที่ดีใน 5 ปีข้างหน้า ที่สามารถรีไซเคิลท่อพีวีซีโดยไม่ก่อเกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมได้ ก็อาจจะทำการรีไซเคิลในประเทศไทย เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆ ต่อไป" ตัวแทนจากวีนิไทยยังกล่าวต่อด้วยว่า
นอกจากเรื่องการรีไซเคิลท่อพีวีซีแล้ว การสานต่อโครงการ ปลูกประการังก็ยังคงดำเนินต่อไปไม่ว่าจะเป็นการสร้างจิตอาสาให้ก่อเกิดในชุมชน เพื่อให้ชาวบ้านร่วมมือร่วมใจช่วยกันดูแลทรัพยากรในท้องถิ่นของตัวเองด้วยความรักให้สมบูรณ์อย่างยั่งยืนในแบบไม่ต้องพึ่งพาคนภายนอก และยังมีการดำเนินงานโครงการส่วนขยายวิจัย 2 โครงการคือ โครงการวิจัยใช้วัสดุพีวีซีเพื่อการขยายพันธุ์ไปยังปะการังชนิดอื่นๆ และโครงการวิจัยวิจัยเพื่อฟื้นฟูแนวปะการัง โดยทั้ง 2 โครงการกำลังอยู่ในช่วงศึกษา เพื่อขยายผลการคืนชีวิตปะการังและสิ่งมีชีวิตอื่นๆ สู่ท้องทะเลไทย ให้ประสบผลสำเร็จอย่างกว้างขวางในอนาคตสืบไป
ในเรื่องดังกล่าว วิกรม ภูมิพล ผู้จัดการมูลนิธิกิจกรรมวิทยาศาสตร์ทางทะเลฯ เผยว่า ขณะนี้ทางมูลนิธิ นำโดย อ.ประสาน แสงไพบูลย์ ประธานมูลนิธิฯ และเหล่าสมาชิก กำลังศึกษาความเป็นไปได้ของการขยายพันธุ์ปะการังเขากวางโต๊ะ ปะการังแผ่นตั้ง ฟองน้ำครก ฟองน้ำเชือก เพื่อนำมาช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล ซึ่งก็ประสบผลสำเร็จในระดับหนึ่ง หากทำได้จริงๆ ก็จะนำไปปลูกกร่วมกับปะการังเขากวางในแนวประการังเดิม อันจะส่งผลให้ท้องทะเลกลับมามีชีวิต มีความอุดมสมบูรณ์ได้เร็วขึ้น.







