กระแสตื่นตัวเรื่องวิกฤติพลังงานถูกกล่าวถึงอย่างต่อเนื่องจากภาครัฐ และเอกชน ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน น้ำมัน เชื้อเพลิงในการผลิตพลังงานเหล่านี้นับวันจะค่อยๆ หมดไปจากโลก วันนี้หลายหน่วยงานตื่นตัวมีบทบาทในการอนุรักษ์พลังงานที่เป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง อีกทั้งยังสามารถดึงแนวร่วมจากภาคส่วนต่างๆ แพร่ขยายการเคลื่อนไหวเป็นเครือข่าย แถมช่วยบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์รักษ์พลังงานให้กับเด็กไทย
สถาบันการศึกษาเป็นอีกสถาบันหนึ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้กันในการบ่มเพาะให้เยาวชนได้เรียนรู้และเข้าใจถึงสถานการณ์พลังงานของประเทศ ด้วยเหตุนี้ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน หรือ สนพ. จึงได้จัดทำโครงการ การประกวดแผนการเรียน และสื่อประกอบการเรียนรู้ เรื่อง "พลังงานและการกระจายเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า" ขึ้นเพื่อให้ครูอาจารย์เกิดความรู้และความเข้าใจเรื่องพลังงานและการกระจายเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า ช่วยกระตุ้นให้ครูที่สอนวิชาเกี่ยวกับพลังงานตามโรงเรียนต่างๆ ทั้งภาคเหนือ กลาง อีสาน ใต้ ตะวันออกรวมถึงตะวันตก ตระหนักถึงความสำคัญของวิกฤติพลังงาน แล้วใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการวางแผนการเรียนการสอน และทำสื่อประกอบการเรียนรู้เรื่องพลังงานอย่างจริงๆ จังๆ
ภายหลังจากทาง สนพ.มอบรางวัลให้กับคุณครูที่ได้รับรางวัลประกวดแผนการเรียนรู้และสื่อประกอบการเรียนรู้ฯ ไปเมื่อกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ยังนำคณะครูที่มีผลงานผ่านเกณฑ์ของโครงการจำนวน 50 คน ร่วมเดินทางทำกิจกรรมจัดกิจกรรมเยี่ยมชมโรงไฟฟ้าสำคัญๆ ของประเทศที่ใช้เชื้อเพลิงหลากหลายทางในการผลิตไฟฟ้า ณ โรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงก๊าซชีวภาพ ห้วยน้ำรินฟาร์ม จ.ลำพูน, โรงไฟฟ้าแม่เมาะ จ.ลำปาง, โรงไฟฟ้าชีวมวล บริษัท เอ.ที. ไบโอพาวเวอร์ จำกัด จ.พิจิตร, โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ วิทยาลัยพลังงานทดแทน ม.นเรศวร จ.พิษณุโลก, โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำเขื่อนอุบลรัตน์และโรงไฟฟ้าน้ำพอง จ.ขอนแก่น, โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ บริษัท บางกอกโซล่า พาวเวอร์ จำกัด จ.อุดรธานี รวมทั้งเดินทางไป สปป.ลาว ศึกษาดูงานโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เขื่อนน้ำงึม ตลอด 5 วัน ได้รับสาระความรู้เรื่องพลังงานเป็นอย่างดี
อาจารย์มยุรี ขันรินทร์คำ หัวหน้างานหลักสูตรและการสอน โรงเรียนแม่ริมวิทยาคม จ.เชียงใหม่ เจ้าของผลงานชนะเลิศอันดับหนึ่งระดับประเทศที่ร่วมเดินทางเยี่ยมชมโรงไฟฟ้า เธอมองว่า พลังงานเป็นเรื่องใกล้ตัวที่สุด
อาจารย์มยุรีเล่าให้ฟังถึงแผนเรียนรู้นี้ว่า มีลักษณะเฉพาะ คือ เป็นแผนบูรณาการครบทั้ง 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ โดยมีกิจกรรมหลักๆ ช่วยสร้างความตระหนักด้านพลังงานให้กับเด็กนักเรียนผ่านการแสดงละคร การอภิปราย สืบค้นข้อมูลรวมทั้งชมสารคดีเรื่องพลังงานทดแทนและพลังงานหมุนเวียน จากนั้นเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียน ภายในโรงเรียนมีเตาซูเปอร์อั้งโล่ ตู้อบพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นอุปกรณ์เทคโนโลยีด้านพลังงานทดแทน พร้อมด้วยพาไปเรียนรู้ที่ศูนย์ทดลองวิชาการพลังงานทดแทนที่ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่, บ้านพลังงานแสงอาทิตย์ที่ อ.สันกำแพง, บ่อน้ำมันฝาง, พลังงานก๊าซขี้หมู อ.แม่ริม และไปดูกองขยะเทศบาลแม่ริม ให้เด็กๆ ได้เห็น รับรู้และปฏิบัติ โดยเด็กๆ จะรวมกลุ่มกันระดมความคิดทำโครงงานเกี่ยวกับพลังงานตามความสนใจ จากนั้นจะมีการผลักดันผลงานที่ทำได้จริงสู่ชุมชน
"แผนการเรียนรู้นี้ได้มีการทำอย่างจริงจังในโรงเรียนของเรามา 2 ปีแล้ว ในชื่อโครงการ "สิ่งแวดล้อมเพื่อชีวิต" ครูจึงนำแผนมาปรับเน้นเรื่องพลังงานมากขึ้นเพื่อร่วมประกวดครั้งนี้ มองว่าสิ่งแวดล้อมและพลังงานน่าจะทำควบคู่กันไป การเรียนรู้จากของจริงสร้างความตระหนักได้ดียิ่ง ในโรงเรียนนักเรียนฝึกทำโครงงาน สิ่งประดิษฐ์ต่างๆ อย่างกระตือรือร้น ประเด็นหลัก นักเรียนคิดถึงการนำเชื้อเพลิงประเภทอื่นที่มีในท้องถิ่นมาใช้ประโยชน์ อย่างเชื้อเพลิงชีวมวลที่สามารถนำมาผลิตกระแสไฟฟ้าได้" อาจารย์มยุรีบอกด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มพร้อมกับวาดหวังว่า โครงการแผนการเรียนรู้จะสามารถขยายไปได้ทั่วเมืองเชียงใหม่ในอนาคต นำไปสู่การกระจายเชื้อเพลิงที่คำนึงถึงผลกระทบสิ่งแวดล้อม
ส่วน อาจารย์สมเจตน์ เจตนสุนทรเวทิน โรงเรียนป่าตาลบ้านธิพิทยา จ.ลำพูน ที่คว้าชนะเลิศอันดับ 3 ได้อธิบายถึงแผนการเรียนรู้ที่จัดทำขึ้น โดยเน้นพลังงานแสงอาทิตย์ในการผลิตไฟฟ้าว่า แนวการเรียนการสอนจะให้นักเรียนตระหนักถึงพลังงานในประเทศที่มีจำกัด และปริมาณลดลงทุกปี โดยชูพลังงานแสงอาทิตย์ที่ไม่มีวันหมด และเป็นพลังงานสะอาด ด้วยการเรียนผ่านสื่อที่ประกอบด้วยเพาเวอร์พอยต์ อีบุ๊ค และแผงโซลาร์เซลล์ เพื่อสื่อให้เด็กเข้าใจถึงประโยชน์ของพลังงานแสงอาทิตย์และกระบวนการผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์
ในตำบลมีสถานีอนามัยที่นำแผงเซลล์แสงอาทิตย์มาใช้งานก็พานักเรียนไปดู เด็กก็นำความรู้ที่ได้มาประยุกต์ใช้งาน นักเรียนบางคนประดิษฐ์พัดลมพลังงานแสงอาทิตย์ บางคนคิดทำรถของเล่นพลังงานแสงอาทิตย์ ปัจจุบันไทยต้องพึ่งพาพลังงานไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน เขื่อนน้ำงึมของลาวส่งไฟฟ้ามาขายให้ไทย ฉะนั้น การใช้พลังงานทดแทนในประเทศจำเป็นมาก เด็กรุ่นใหม่ต้องตระหนักกันให้มาก ในแผนยังมีความต่อเนื่องสร้างเครือข่ายผู้ปกครองเพื่อให้เรื่องพลังงานขยายวงกว้างยิ่งขึ้น ก่อนหน้านี้นักเรียนมีโครงการ "ถ่านไม้จากเปลือกลำไย" ก็กระจายความรู้สู่ชุมชนใกล้เคียง เพราะลำพูนมีผลผลิตลำไยมาก เดิมชาวบ้านแกะเอาเนื้อลำไยไปอบแห้ง เปลือกก็เผาทิ้งโดยเปล่าประโยชน์ แต่ตอนนี้นำเปลือกมาอัดแท่งใช้เป็นเชื้อเพลิงได้ดีทีเดียว
เพื่อนครูจากโรงเรียนสทิงพระวิทยา จ.สงขลา อย่าง อาจารย์วรรณี ปรางสุวรรณ ก็มีผลงานที่น่าสนใจในชื่อ "เอกสารประกอบการเรียนเสริมทักษะชีวิต" โดยอาจารย์แต่งเรื่องสั้นเกี่ยวกับ "เด็กชายพลังรักษ์" ขึ้นมา เนื้อหาหลักให้ความรู้เกี่ยวกับพลังงานในแง่มุมที่หลากหลายสอดแทรกเรื่องจริยธรรมและคุณธรรม
"ปัญหาของเด็กไทยคือ ไม่รักการอ่าน ชอบอ่านแต่นิยาย การ์ตูน แทนที่ครูจะเขียนให้ความรู้ธรรมดาก็ใช้ในลักษณะเรื่องสั้น มีเด็กนักเรียนเป็นตัวเอกของเรื่อง ดช.พลังรักษ์ จะมีสภาพชีวิตความเป็นอยู่คล้ายคลึงเด็กสทิงพระ จากงานวิจัยพบว่า ร้อยละ 69 ของเด็กที่นี่ มาจากครอบครัวหย่าร้าง อาศัยอยู่กับปู่ย่าตายาย สถานะยากจน พ่อแม่เป็นลูกจ้างในโรงงาน ประเด็นหลักที่ตัวละครพ่อแม่ทะเลาะกันเป็นเรื่องพลังงาน ค่าน้ำค่าไฟที่แพงขึ้น พลังรักษ์จะช่วยได้ยังไง ในเรื่องจะปลูกฝังนิสัยการประหยัดพลังงานให้พลังรักษ์ ครูเขียนเป็นตอนๆ ให้นักเรียนติดตามอ่าน ผลตอบรับดีเด็กนักเรียนสนใจ เป็นเรื่องสั้นช่วยสร้างกระบวนการคิดและสร้างนิสัยรักอ่านในหนังสือประเภทอื่นๆ แล้วยังเสริมกำลังใจ แม้พลังรักษ์มาจากครอบครัวแตกแยก แต่คิดใฝ่ในทางที่ดี" อาจารย์วรรณีกล่าวและเสริมว่า นอกจากรู้รักษ์พลังงานแล้ว สิ่งไม่ควรมองข้ามก็คือ การสร้างจิตสำนึกเรื่องคุณธรรมในหัวใจเด็กนักเรียน
แม่พิมพ์ภาคใต้ยังสะท้อนถึงวิชาที่เกี่ยวข้องกับพลังงานตามหลักสูตรที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดปัจจุบันว่า วิชาพลังงานไม่ได้อยู่ในสาระการเรียนรู้หลัก เป็นเพียงวิชาเพิ่มเติม เห็นว่าน้อยเกินไปที่จะสร้างความตระหนักให้กับเด็กนักเรียนได้ ต่อจากนี้ไปพลังงานเป็นเรื่องใหญ่ ไทยมีแนวโน้มประสบปัญหาพลังงานมากขึ้นเรื่อยๆ ทางกระทรวงควรเห็นความสำคัญและบรรจุเข้าไปในหลักสูตรเป็นวิชาบังคับ ซึ่งที่โรงเรียนของตนจัดสอนวิชารู้รักษ์พลังงาน เป็นหนึ่งในวิชาสำคัญให้เด็กเรียนรู้พลังงานกับชีวิต ปัญหาและวิกฤติพลังงาน พลังงานทดแทนทางเลือกแห่งอนาคต รวมถึงข้อดีข้อเสียของพลังงานในประเภทต่างๆ
สอดคล้องกับอาจารย์สมเจตน์ได้แสดงความวิตกว่า หลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการที่เกี่ยวกับพลังงานไม่ทันกับสถานการณ์พลังงานทั่วโลก จนกระทั่งสถานการณ์พลังงานไทย ซึ่งวันนี้จำเป็นต้องกระจายเชื้อเพลิง เพราะเรามีปัญหาผลิตไฟฟ้าและกระจายเชื้อเพลิง เห็นว่า ศธ.ควรจะปรับหลักสูตร ผนวกกับการฝึกอบรมให้ความรู้ครูด้านพลังงาน เพื่อสร้างครูพลังงานให้มีจำนวนเพิ่มขึ้น ซึ่งครูมีบทบาทสำคัญในการปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานให้กับเยาวชน ผู้ที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพของสังคม
การเรียนการสอนของครูไทยที่ในอดีตหลายคนมองว่า เป็นเรื่องน่าเบื่อ ให้เด็กท่องเป็นนอกแก้วนกขุนทอง รับจ้างสอนหนังสือไปวันๆ แต่วันนี้กลับแตกต่างอย่างสิ้นเชิงด้วยพลังของครูกลุ่มหนึ่งที่อยากเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาไทย และส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ด้านพลังงานด้วยความมุ่งมั่นและทุ่มเท หวังหว่านเมล็ดพันธุ์รู้รักษ์พลังงานลงในจิตใจเด็กนักเรียน.








