มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ตรัง (มทร.ศรีวิชัย ตรัง) มีพื้นที่ตั้งอยู่ที่บ้านไม้ฝาด อ.สิเกา จ.ตรัง ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม พยายามรักษาสิ่งที่มีอยู่ให้คงทน และสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นประโยชน์กับธรรมชาติขึ้นมาทดแทน โดยเฉพาะการอนุรักษ์พะยูนและหญ้าทะเล ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดถึงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติทางทะเล และยังเป็นห้องเรียนที่มีคุณค่าที่สุดสำหรับนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการประมงอีกด้วย
ล่าสุดทาง มทร.ศรีวิชัย ตรัง เปิดเวทีประชุมนานาชาติระดมความคิดอนุรักษ์พะยูนและหญ้าทะเลขึ้น โดย รศ.ดร.สุวัจน์ ธัญรส ผอ.การวิจัยและพัฒนา มทร.ศรีวิชัย ตรัง กล่าวว่า การจัดการประชุมนานาชาติ เรื่อง "พะยูนและระบบนิเวศหญ้าทะเล ครั้งที่ 1" ได้มีตัวแทนจาก 9 ประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย แคนาดา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย อินเดีย ฟิลิปปินส์ มาดากัสการ์ และไทย เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และเป็นการสร้างเครือข่ายกับชาวต่างชาติที่มีความหวงแหนพะยูนและระบบนิเวศหญ้าทะเล ต้องการอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งทะเล
นอกจากนี้ยังมีเวทีภาคประชาชนหรือองค์กรภาคีประชาชน เข้าร่วมฟังการเสวนาเป็นเวทีคู่ขนานซึ่งเปิดโอกาสให้แก่ประชาชนได้ร่วมพูดคุยในหัวข้อ "การจัดการพะยูนและประมงในแนวหญ้าทะเลของชายฝั่งทะเล ในการประชุมนอกจากจะมีตัวแทนจากประเทศต่างๆ แล้ว ยังมีประชาชนที่อยู่ติดชายฝั่ง และนักศึกษาให้ความสนใจเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ โดยได้แสดงความคิดเห็นถึงการจัดการประชุมนานาชาติครั้งนี้ไว้ว่า
"ปลาพะยูนมีแนวโน้มที่จะสูญพันธ์ไปจากโลก ซึ่งจังหวัดตรังได้รับการยอมรับจากนักวิชาการว่านับเป็นแหล่งที่มีหญ้าทะเลหนาแน่น และอุดมสมบูรณ์มากที่สุดของประเทศ ที่ผ่านมาทางจังหวัดตรังมีมาตรการเด็ดขาดให้หยุดการทำประมงชายฝั่งที่จะก่อให้เกิดการทำลายหญ้าทะเลโดยเด็ดขาด" รศ.ดร.สุวัจน์กล่าว
นายบู นวลศรี อายุ 74 ปี ประธานชุมชนแหลมมะขาม อ.สิเกา จ.ตรัง ปัจจุบันเป็นวิทยากรให้ความรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย กล่าวว่า รู้สึกดีที่มีการจัดประชุมครั้งนี้ขึ้น สำหรับชาวชุมชนแหลมมะขามก็มีรณรงค์และอนุรักษ์พะยูนอยู่แล้วแต่บางครั้งวิธีการอาจจะแตกต่างกัน แต่พอได้มาฟังการบรรยายจากวิทยากรในงานนี้แล้ว ทำให้ทราบวิธีการที่แปลกใหม่มากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะได้นำความรู้ใหม่ๆ ไปบอกกล่าวให้แก่ชาวบ้านในชุมชนแหลมมะขาม อีกทั้งยังได้รับทราบแนวคิดใหม่ๆ ในเรื่องการจัดการกับสิ่งแวดล้อม แนวทางการจับสัตว์น้ำ กฎหมายเกี่ยวกับการทำประมง การจัดระเบียบสังคมในการอนุรักษ์พะยูนและหญ้าทะเลด้วย
นายราโชว์ ขาวชำนาญ อายุ 22 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล กล่าวถึงการประชุมนานาชาติในครั้งนี้ว่า ตนเองและเพื่อนๆ ในสาขาได้มีส่วนร่วมในการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับพะยูนและหญ้าทะเล รวมทั้งได้มีส่วนร่วมในการเผยแพร่ความรู้ต่างๆ ให้แก่ผู้ที่เข้าร่วมชมนิทรรศการ ซึ่งตนเองได้รับทราบแนวคิดใหม่ๆ จากนักวิจัย นักวิชาการในแนวทางเกี่ยวกับการอนุรักษ์หญ้าทะเลและพะยูน รวมทั้งการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญยังได้เห็นถึงศักยภาพของนักวิจัยทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ถือได้ว่าการประชุมในครั้งนี้ได้ประสบการณ์ที่ดีมากๆ
นางสาวธัญญรัตน์ พรหมแก้ว อายุ 21 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิทยาศาสตร์ทางทะเล กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้มีประโยชน์มาก แต่มีระยะเวลาสั้นเกินไป และคิดว่าถ้าเป็นไปได้ในการประชุมครั้งต่อไปควรที่จะเพิ่มวัน-เวลาให้มากขึ้น และอีกอย่างควรจะให้องค์กรภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการประชุมมากกว่านี้ด้วย
เวทีนี้คงเป็นจุดเริ่มต้นปลุกกระแสให้คนไทยและชาติอื่นๆ หันมาสนใจเป็นปลาพะยูนมากขึ้นก่อนที่มันจะสูญพันธุ์ไปจากโลก.








