วันนี้-วันมาฆบูชา ถ้าต้องการปล่อยนก-ปล่อยปลาก็ปล่อยไป แต่อย่า "ปล่อยใจ" เป็นอันขาด ไม่รักษาศีล ไม่ทำบุญ ก็ไม่ว่า แต่ "อย่าทำบาป" เป็นประเสริฐสุด สัพพปาปัสสะ อกรณัง การไม่ทำบาปทั้งปวง กุสลัสสูปสัมปทา การทำบุญ-ทำกุศลให้เป็นนิสัย และ สจิตตปริโยทปนัง การรักษาจิตให้สะอาดสดใส อย่าปล่อยให้ โลภ-โกรธ-หลง ครอบงำ จนไม่ยอมเสียกระทั่งแค่ ๔๖,๐๐๐ ล้าน ทั้งๆ ที่รู้ว่าโกงบ้าน-โกงเมืองมา อย่าเห็นดำเป็นแดง เห็นแดงเป็น ๓ เกลอไปหมด หมั่นชำระจิต-รักษากายไว้ให้ตลอด หกตกหล่นเมื่อไหร่ก็พยายามตั้งสติกู้ขึ้นมาใหม่ ทำได้อย่างนี้มีชีวิตอยู่ก็ไม่ตกต่ำ ถึงยามขี้เกียจหายใจ ตายไปก็ไม่ตกนรก....เชื่อผมเต๊อะ!
........................
เรียน คุณเปลว
การตั้งด่าน...ของเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกท้องที่ทุกสถานีในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ปัจจุบันนี้ถึงกับพัฒนาด้วยการตั้งกรวยเป็นแถวยาวเป็นครึ่งกิโลฯ มีถึง 1-2 ช่องจราจร ที่ร้ายยิ่งกว่านั้นบางท้องที่ตั้งตรงทางโค้งก็มีให้เห็นออกบ่อย หรือแม้แต่บนสะพานพุทธฯ ก็ตั้งจุดทางแยกหลังสะพานสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ เหตุการณ์แบบนี้มีให้เห็นได้ทุกวัน จากพระราม 2 ระยะทางแค่ 9 ก.ม.มี 2 ด่านทั้งไปทั้งกลับ แยกวงเวียนถึงบางบัวทองมี 3 ด่าน
คำถามคือนี่เป็นเรื่องปกติหรือไม่? เราจะอยู่กันได้อย่างไร? ที่วันๆ เจอแต่ปัญหาแบบนี้ มอเตอร์ไซค์-รถกระบะ-สิบล้อ คือเหยื่อที่ถูกกระทำ ใครจะช่วยพวกเขาเหล่านั้นได้ ต้องปิดถนนบางส่วนเพื่อรีดไถเขา ต้องทำให้จราจรติดขัดโดยใช่เหตุเพียงเพราะ...ในเครื่องแบบเหล่านี้มีความสุขกับการปล้นเขากินไถเขากินหรือ? ใครจะช่วยได้ ใครจะมาจัดการได้?
คุณเปลวและนักวิชาการ-หน่วยงานรัฐ-สื่อสารมวลชน สนใจบ้างมั้ย? อย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย ชาวบ้านที่หาเช้ากินค่ำโดนบ่อยๆ เช่นนี้อาจจะรวมตัวกันสักวันแน่
ขอแสดงความนับถือ
สัณฐิตา
ตอบ คุณสัณฐิตา
ขออนุญาตตัดทอนและเปลี่ยนบางถ้อยคำเพื่อความอำไพ คงไม่ว่าอะไรกันนะครับ ที่คุณระบายมาผมก็เข้าใจ แต่ผมก็เห็นใจตำรวจเขา ตั้งด่านขนาดนี้แล้วไอ้มนุษย์สุดพิลึกมันก็ยังพลิกแพลงตะแคงกฎหมาย "ลองดี-วัดดวง" กับตำรวจกันไปสารพัดรูปแบบ มีอะไรขึ้นมาชาวบ้านก็ด่าตำรวจว่าเอาแต่นอนนับแบงก์ ไม่ออกมาแป้ง..แป้ง..โจรผู้ร้าย ครั้นตั้งด่านสไตล์ค่าย "พิชิตโจร" ก็ถูกด่าเสียหมาต๋าไปอีก เฮ้อ...คิดแล้วเป็นตำรวจ (ผู้น้อย) ยุคนี้แสนจะชีช้ำกะหล่ำปลีซะจริงๆ แต่เห็นบางที่-บางแห่ง ผมก็ (แอบ) คิดแบบคุณสัณฐิตาเหมือนกัน เพราะเห็นวิธีปฏิบัติการของตำรวจจราจรแล้วมันคันใจ ไม่รู้ว่าแนวคิดจราจรวันนี้คือการทำหน้าที่รักษากติกากฎจราจร และอำนวยความสะดวกในการใช้รถ-ใช้ถนนเหมือนแต่ก่อน หรือว่ามันเปลี่ยนไปใช้กติกาจราจรเป็นเครื่องมืออำนวยความสะดวกให้ตำรวจทำตัวเหมือน "โจรซุ่ม" คอยหลบมุมดักปล้นคนทำผิดกฎจราจรไปแล้ว?
เพราะที่เห็นจะใช้วิธียืนแอบ-ยืนซุ่ม แทนที่จะยืนยืดอกปรากฏกายให้คนเห็นจะได้ไม่กล้า โดยเฉพาะตามถนนที่มีแยกมีเลนที่คนจะทำผิดกฎจราจรเป็นประจำ คนขับคงนึกว่าไม่มีตำรวจก็อย่างว่า....ฝ่าไฟหรือไปผิดเลน ตำรวจที่ดักซุ่มโป่งตามซอกหลืบ-มุมเสาก็จะกระโดดปร๊าดออกมาตะปบเหยื่อปุ๊บ ดูน่าเสียวไส้ว่าคนขับจะตกใจเบรกกะทันหันแล้วมันก็จะชนกันเป็นหาง รึไม่ก็ทับแป๊ด ขี้แตก...ตายแหงแก๋ขึ้นมา คนขับก็จะซวยในข้อหา "ขับรถชนวีรบุรุษตำรวจตายในขณะปฏิบัติหน้าที่" มันจะชีช้ำกะหล่ำปลีกันไปใหญ่! แล้วเดี๋ยวนี้ยกกันไปเป็นกองทัพ ไม่ได้ไปอำนวยความสะดวกการจราจรหรอก แต่ไปในเจตนา "ช่วยกัน-หารายได้เข้ากระเป๋ารัฐ" แล้วเค้าก็ชำนาญนะ มองปร๊าดแต่ไกลรู้เลยว่าเรียกคันไหนแล้วต้องไม่พลาด โดยเฉพาะรถกระบะ รถมอเตอร์ไซค์ สบายมากเหมือนเนื้อสมัน-เนื้อทราย ยากหนีนายพรานพ้น
ครับ...ก็ฝากให้ "สถาบันตำรวจ" นำไปทบทวนหน่อยว่าหน้าที่ตำรวจจราจรวันนี้ คือการทำหน้าที่คลี่คลายการจราจรเป็นอันดับแรก หรือว่าหารายได้จากรถที่วิ่งไป-วิ่งมาตามท้องถนนเป็นอันดับแรก?
******************************************************
เรียน คุณเปลว ที่นับถือ
ผมเขียนมารบกวนเวลาของคุณเปลว เพราะมีโอกาสได้ฟังได้เห็นสิ่งแปลกกว่าที่เคยฟังเคยเห็นมา ได้รับอานิสงส์ผลบุญจากการที่ท่านนายกฯ กรุณาถ่ายทอดสดการยื่นกระทู้ของท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ ผู้เปี่ยมวาสนาทำหน้าที่เป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทย ท่านได้อภิปรายได้อย่างถึงพริกถึงขิงเป็นที่สนุกสนานบันเทิงใจ สนองคุณข้าวแดงแกงร้อนให้กับปวงชนชาวไทยผู้กำลังลำบากยากเข็ญ เลือดตาแทบกระเด็น หาเงินสะอาดมาจ่ายภาษีซื้อข้าวไม่มียางเลี้ยงดูพวกท่านผู้ทรงเกียรติได้ตอบแทนความดีอย่างหนำใจ
ผมคิดว่าเยาวชนไทยควรได้ใช้โอกาสนี้ศึกษาแบบอย่างพฤติกรรมของท่านผู้ทรงเกียรติของบ้านเมือง เพื่อเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตในอนาคต ผมจึงเห็นเป็นโอกาสอันดีที่จะได้นำเหตุการณ์นี้มาเป็นตัวอย่างบทเรียนข้อคิดให้กับเยาวชนไทย ไหนๆ จะนำข้อคิดมาฝากกัน ผมจึงขอนำสำนวนไทยบางส่วนของขุนวิจิตรมาตรา จัดพิมพ์โดยห้างหุ้นส่วนจำกัด บำรุงสาส์น มาเปรียบเทียบกับพฤติกรรมของท่านผู้ทรงเกียรติของบ้านเมือง
สำนวนแรกคือ ศาลาโกหก
เป็นสำนวนหมายความว่าพูดโกหก มูลของสำนวนมาจากเมืองนครศรีธรรมราช คนโบราณเล่ากันว่าชาวนครพูดโกหกเก่ง แล้วก็พูดเล่นสำนวนไม่มีที่ใดสู้ได้ เรื่องโกหกมีเช่น ทุเรียนต้นสูงใหญ่ ลูกทุเรียนกว่าจะหล่นถึงพื้นกินเวลาหลายเดือน ศาลาโกหกยังมีเรื่องเล่าถึงปฏิภาณของชาวนครอีกเรื่อง มีว่าชาวกรุงไปเมืองนคร ถามชาวเมืองนครว่าศาลาโกหกอยู่ไหน ชาวนครตอบว่ารื้อไปปลูกที่กรุงเทพฯ แล้ว
ส่วนศาลาโกหกจะย้ายจากนครไปตั้งอยู่ที่รัฐสภาแห่งใหม่ใหญ่กว่าเดิม หรือที่รัฐสภาแห่งปัจจุบัน ขุนวิจิตรมาตราท่านไม่ได้บอกไว้ และไม่ทราบว่าท่านนายกฯ จะสนใจใช้ชื่อสภาศาลาโกหกหรือไม่
สำนวนที่สองคือ พาลกระแชง
หมายความว่าพาลเกเรต่ออะไรๆ ทุกอย่างไม่เลือก กระแชงคือเครื่องเย็บด้วยใบเตยหรือใบจากเป็นแผง สำหรับมุงหลังคาหรือกั้นฝาหรือบังหรือคลุมกันแดดกันฝน สำนวนนี้ชาวบ้านมักพูดว่าหมาบ้าพาลกระแชง กระแชงนั้นมักมีเสียงดังซึ่งเกิดจากการเสียดสีในตัว หมามักจะเห่าเสียงนั้น จึงเกิดเป็นสำนวนว่าหมาบ้าพาลกระแชง หมายถึงคนที่พาลเกะกะระรานใครต่อใครๆ ไม่เลือก เหมือนหมาเห่ากระแชงซึ่งไม่ได้ทำอะไรให้เลย
อันนี้คงไม่ต้องเฉลยนะครับว่าหมายถึงใคร เพราะผมก็กลัวเอ็ม ๗๙ ครับ
สำนวนต่อมาคือ ไม้คดดัดได้ คนคดดัดไม่ได้
สำนวนนี้เป็นคำอธิบายอยู่ในตัว สุภาษิตญี่ปุ่นว่า เอางูใส่กระบอกไม้ไผ่ก็ไม่ทำให้งูหายคดไปมาได้
ไม้คดควรดัดได้ โดยปอง
เหล็กนากชินเงินทอง ทุบได้
เดียรฉานชาติลำพอง เพียรดัด ซื่อเฮย
คนคดขืนดัดให้ ซื่อสิ้น สุดเพียร
โคลงสุภาษิตเก่า
โคลงสุภาษิตเก่า ท่านว่าคนคดนี่ออกจะแย่กว่าเดียรฉานคดนะครับ ผมเลยไม่แน่ใจว่าท่านใดจะยอมรับเกียรตินี้ ดังคำที่ว่า เจ้าซื่อต่อคนคด เจ้าทรยศต่อคนดี เห็นหลายท่านขะมักเขม้น มุมานะ มุ่งมั่น ทุ่มเทให้นายใหญ่ เห็นว่าท่านเหมาะกับตำแหน่งนี้ จะได้รับการอวยยศ อวยลาภ อวยเกียรติ
สำนวนที่สี่คือ แย่งกันเป็นศพมอญ
สำนวนนี้ต่อจากเรื่องการมุ่งมั่น ทุ่มเทให้นายใหญ่ อวยยศ อวยลาภ อวยเกียรติ หมายถึงการแย่งชิงสิ่งของกันเป็นที่ชุลมุนวุ่นวาย มูลของสำนวนมาจากประเพณีทำศพของมอญ การแย่งชิงสิ่งของชุลมุนวุ่นวาย เช่นให้ของแจกแก่ขอทาน แต่ก็ยังสู้การแย่งกันเผาบ้านเกิดเมืองนอนของทาสน้ำเงิน หวังสร้างผลงานให้เข้าตานายใหญ่ไม่ได้ ขนาดของศพคงต่างกันพอควร
สำนวนที่ห้าคือ มะกอกสามตะกร้าปาไม่ถูก
หมายความว่าพูดคล่อง ตลบตะแลง พลิกแพลง กลับกลอก เลี่ยงหลบไปมาจนจับคำพูดไม่ทัน
พลพาลพูดพล่ำลิ้น ลมไหว
เพ้อพจน์สบถไถล หลอกล้น
มะกอกสามตะกร้าไป ปาเปล่า
บ่ถูกสักผลพ้น เล่ห์ลิ้น ลมพาล
โคลงสุภาษิตเก่า
สำนวนสุดท้ายของวันนี้คือ ผีเรือนไม่ดี ผีอื่นพลอย
หมายความว่าคนในบ้านไม่ดี ก็เป็นช่องทางให้คนนอกบ้านล่วงล้ำนำความเดือดร้อน หรือความเสียหายเข้ามาในบ้านได้ คนไทยถือว่าบ้านเรือนมีผีคุ้มครอง เรียกว่าผีเรือน ทำหน้าที่ปกป้องรักษาบ้านเรือน ระวังอันตรายไม่ให้เกิดแก่เจ้าของเรือนตลอดจนคนในบ้านได้
สำนวนนี้คงต้องมอบให้คนไทยทุกๆ คน หากทุกท่านปฏิบัติบูชาถวายแด่องค์พระเจ้าอยู่หัว ไม่ใช่รักแต่ปาก บ้านเมืองเราก็คงไม่ถูกผีอื่นย่ำยีเช่นนี้
สำนวนดีๆ ของชาติไทยผู้รุ่มรวยภาษาแต่อับจนคนดียังมีอีกมาก เกรงคุณเปลวจะเบื่ออ่านเสียก่อน จึงขอยุติแต่เพียงเท่านี้ครับ
ขอแสดงความนับถือ
คนไทยไม่ใส่เสื้อ
ตอบ คนไทยไม่ใส่เสื้อ
เอ้อ...แล้วเสื้อเอาไปแลกไข่จนไม่เหลือใส่รึยังไงล่ะ แต่แหม...ผมนี่สมควรตายซักร้อยหน จดหมายเนื้อหาสาระดีๆ มีค่าคู่ควรเมืองแต่กลับหลงซุกไว้ เคราะห์ดีเป็นจดหมายเหล็ก คลิกไป-คลิกมา จ๊ะเอ๋เข้าจนได้ พอเจอแทบช็อกตาย ผมละเลยไปได้อย่างไรตั้งนาน ผู้น้อยกราบขออภัย คราวหน้า-คราวหลังจะไม่ยอมให้ความเหลวไหลของผมทำลายสิ่งดีๆ อย่างนี้อีกเด็ดขาด.
************************************************************








