วันนี้-ท่านที่มีสำมะโนครัวเป็นชาวกรุงอย่าลืมไปเลือกตั้ง ส.ก.-ส.ข.ในเขตพื้นที่บ้านท่านนะครับ จะเลือกใคร หรือไม่เลือกใครเลย ก็ไปเหอะ ในบัตรเขามีช่องให้เลือกกากบาทอยู่แล้ว คิดเสียว่าไปทำหน้าที่และรักษาสิทธิ์ของเราให้สมบูรณ์ ไม่งั้น เผลอๆ มีใครมาชวนไปเป็นนายกฯ แล้วจะเจ็บใจ เป็นไม่ได้-เพราะขาดคุณสมบัติตรงที่ไม่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งนี่แหละ!
นี่ก็..ไม่รู้แควนๆ ที่ถนัดทางอีเมล์หายไปทางไหนหมด ไม่มีจดหมายให้ก๊อบปี้มาลงสบายๆ เหมือนอย่างเคย ก็เลยต้องพึ่ง จ.ม.ก.ด. "จดหมายกระดาษ" มีอยู่ฉบับ จับแล้ว-จับอีก สองจิต-สองใจ จะลอกมาลงดีมั้ยน้อ ก็แหม..ท่านเล่นเขียนชมรวดเดียว ๓ แผ่นกระดาษ ทำเอาผมเขินแทบเดินชนเสา แต่คิดแล้วเอาลงพิมพ์ก็ดี จะได้เป็นเชื้อให้อีกมุมมองถองผมกลับมา แต่ขอเป็นว่า ถ้ายาว-กรุณาเขียนทางอีเมล์ ผมจะได้ไม่ต้องตาเหล่ลอกลงจอ
ก็...ไม่ใช่ขี้เกียจหรอกครับ แต่โปรดเอ็นดู เด็ก-สุภาพสตรี และคนชรา หูตามันฝ้าฟางเหลือเกินน่ะ...โย้มมมม!
XXXXX XXXXX XXXXX
เรียน คุณเปลว สีเงิน ที่เคารพ
จ.ม.ฉบับนี้เป็น จ.ม.ฉบับที่ ๒ ที่ผมเขียนถึงคุณเปลว มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
๑.ผมได้อ่านเปิดซองวันอาทิตย์ (๑๕ ส.ค.) แล้วครับ เป็นการตอบ จ.ม.ของคุณ Kittikant ที่เขียนพาดพิงคุณเปลวอย่างเสียหาย แถมหยาบคายอีกต่างหาก แต่คุณเปลวตอบกลับสั้นๆ ว่า "ข้างบนคือคำตอบ" ทำให้ผมต้องเหลือบแลไปอ่านข้างบนซ้ำอีกเที่ยวหนึ่ง พร้อมทั้งยิ้มน้อยๆ ในใบหน้า แต่หัวเราะฮ่า ฮ่าอยู่ในใจครับ ผมอ่านจบแล้วก็รวมความว่า รู้สึกพอใจ ถึงระดับชอบใจ
เปล่า ผมมิได้หมายความว่า "ชอบใจที่คุณเปลวโดนคุณ Kittikant เขียนพาดพิงถึง" แต่หมายความว่า "ผมชอบใจความเก๋าระดับเทพของคุณเปลว" ถ้าเป็นภาษามวยไทยเขาเรียกว่า แค่โยกเอวหลบเบี่ยงขวา แล้วพลิ้วศอกกลับ ก็สับโป๊กเข้าหัวคิ้ว เลือดสาดกระจายเต็มใบหน้าคุณ Kittikant ซะแล้ว หน้าแหกขนาดนี้แล้วผมไม่ทราบว่าหมอจะรับเย็บหรือไม่ ฮ่า
๒.ถ้าจะเปรียบรูปมวย ผมว่ามันคนละชั้นกันครับ ระดับคุณเปลวนี่ มันระดับอภิเดช ศิษย์หิรัญ หรือแสนนภา พยัคฆโสภณ (ฮ่า ขออภัยผมมันรุ่นเก่าแก่เลยยกตัวอย่างซะไกล) แต่อีกฝ่ายฝีไม้ลายมือก็ระดับมวยวัดปิดรั้วสังกะสีบ้านนอกแถววัดหนองปรือ จ.กาญจนบุรี ยังไงยังงั้น ก็ขอความกรุณาคุณเปลวยั้งมือหน่อยครับ จะไปใช้แม่ไม้มวยไทยดั้งเดิมแบบท่าจระเข้ฟาดหาง-กวางเหลียวหลัง-หักงวงไอยรา หรือบาทาลูบพักตร์ เด็กสมัยนี้คงรับแม่ไม้-ลูกไม้มวยไทยแบบนี้ไม่ไหว คงเก่งแต่ท่า ถอนหงอกผู้ชรา หรือตีหัวหมา-ด่าแม่เจ๊ก ก็แค่นั้น คิดว่าคนใจถึง-ใจนักเลงอย่างคุณเปลวคงไม่ถือสานะครับ ขอกันกินมากกว่านี้
๓.ก็บอกแล้วว่าระดับคุณ Kittikant มันแค่มวยวัด ถลำรุกเข้ามาเต็มเหนี่ยว คิดว่าดีแล้วในมุมมองเฉพาะของตัวเอง หารู้ไม่ว่า การแสดงออกมันเป็นกระจกสะท้อน ประจานพฤติกรรมของตนเองอย่างเต็มเปาเหมือนกัน เพราะมันจะมีภาพซ้อนกัน ซับซ้อนหลายชั้นหลายเชิง เหมือนเราเอากระจกสองบานมาตั้งเผชิญหน้ากัน ภาพที่เกิดจะซับซ้อนไม่รู้กี่ร้อยกี่พันภาพ
๔.การแสดงออกของมนุษย์ก็เช่นกัน ในมิติวิทยาศาสตร์บอกให้รู้ว่า มันสะท้อนทั้งจิตสำนึก (Conscious) จิตใต้สำนึก (Sub-Conscious) และจิตไร้สำนึก (Un-Conscious) ส่วนในมิติของพุทธศาสนาก็กล่าวไว้ว่า จิตเป็นใหญ่ ใจเป็นประธานของสิ่งทั้งปวง (กาย-วาจา-ใจ) ดังนั้น การพูดการเขียน จัดว่าเป็นกระบวนการสื่อสารมนุษย์ สงเคราะห์ได้ในหมวดของ "วาจา" เรียกว่าวจีกรรม ก็มาจาก "จิตใจ" เช่นกัน
๕.พระพุทธเจ้าตีกรอบให้พุทธศาสนิกชนควรกล่าวสัมมาวาจา พึงละเว้นจากมิจฉาวาจา ก็มิจฉาวาจาที่ควรเว้นมีอะไรเล่า? มีดังนี้คือ เว้นจากการพูดเท็จ ๑ เว้นจากการพูดคำหยาบ ๑ เว้นจากการพูดส่อเสียด ๑ และเว้นจากคำพูดเพ้อเจ้อ ๑
คำถามมีอยู่ว่า ถ้าเรายังไม่สามารถเว้นมิจฉาวาจาได้อย่างสมบูรณ์สิ้นเชิง และยังไม่สามารถกล่าวสัมมาวาจาได้สมบูรณ์ครบถ้วนตามกระบวนความ คำตอบก็คือ ความไม่สมบูรณ์นี่แหละคือโจทย์ของเรา ที่เราต้องพยายามสำรวมสังวรระวังมิจฉาวาจา ให้ลดน้อยถอยลงเรื่อยๆ พยายามกล่าวสัมมาวาจาให้ได้มากขึ้น เก่งขึ้นทุกทีๆ เพราะว่าถ้าเรารู้แล้วไม่ทำ-จะให้ใครทำ-ถ้าไม่มีใครตั้งใจ พูดดี (สัมมาวาจา) แล้วจะมีคนพูดดี-วจีไพเราะ เกิดขึ้นในโลกนี้ได้อย่างไร-ใครรู้ก่อน-ทำได้ก่อน-ก็โชคดีก่อนใคร
๖.บทความเรื่อง "โมหะคนแก่ ยากแก้ให้หาย" ตามที่คุณเปลวเขียนไว้ในไทยโพสต์ ฉบับวันที่ ๖ ส.ค. ๕๓ (ดังแนบ) ผมได้อ่านแล้วครับ (ปกติก็อ่านคอลัมน์คุณเปลวประจำทุกวันนั่นแหละ) แต่เมื่อคุณ Kittikant อ้างถึง ผมก็กลับไปอ่านซ้ำอีก ๒ เที่ยว ก็ไม่เห็นมีอะไรรุนแรงร้ายกาจขนาดคอขาดบาดตายเสียหายนี่ครับ คุณเปลวเริ่มต้นด้วยเรื่องการกินยาของซินแส แล้วการปฏิบัติตัวระมัดระวังการกินอาหารไม่ให้กิน "มั่ว" กินไม่เลือก จนสุขภาพเสีย คุณเปลวใช้คำพูดดีครับ บอกว่า
"ควรตะกละวิรัติ" คือเลิกๆ ละๆ เรื่องการกินเสียบ้าง!
ผมก็เห็นว่าตรงกับคำสอนของพระพุทธศาสนาในข้อ อปัณกธรรม คือการปฏิบัติไม่ผิด ๓ ประการ คือ
ก.อินทรียสังวร (สำรวมอินทรีย์)
ข.โภชเนมัตตัญญุตา (ปริมาณในการบริโภค)
ค.ชาคริยานุโยค (รู้สึกตัว ตื่นอยู่เสมอ ไม่หรี่-หลับ-ดับโงกง่วง-หยุดแบบอวิชชา)
ฉะนั้น การลด-ละ-เลิก ของคุณเปลวในเรื่องการกินอาหาร (หรือการกินยานอนหลับ) ก็สงเคราะห์ในข้อ ข. คือ โภชเนมัตตัญญุตา แล้วคุณก็สรุปความว่า "จงอย่าเป็นคนเห็นแก่อยู่ และจงอย่าเป็นคนเห็นแก่กิน แต่จงกินเพื่ออยู่" ครับ ก็เป็นสำนวนเชิงสุภาษิต-ให้แง่คิด-สะกิดใจ ให้ผู้อ่านได้รับประโยชน์
อ่านแล้ว ไม่มีจริงๆ ครับที่คุณเปลวจะไปเอ่ยล่วงเกิน ก้าวร้าว จาบจ้วง พลตรีจำลอง ศรีเมือง หรือพ่อท่าน "สมณะโพธิรักษ์" ในลักษณะดังที่คุณ Kittikant ว่าไว้ "เช่นไอ้ที่ (หมายถึงคุณเปลว) ว่าเขาว่า เอาแต่ด่าคนอื่นน่ะ แต่คำด่าพ่นออกมาจากปาก (กา) ของเปลว สีเงิน ไม่มีสติรู้สึกตัวบ้างหรือครับ หรือว่าเกิดไฟธาตุแตก หรือต่อมวีนแตกแบบดารานักร้องที่เป็นข่าว"
๗.อ้อ! มันมีอยู่ตอนท้ายๆ ที่มีคำ-ความประเภท "สัมมาสติ" "ยึดทิฐิ" "ยึดอัตตา" "การหลงตัว" กับ "การรักชาติอยู่บ้าง ซึ่งไม่ระบุถึงใคร" แต่เพื่อความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ผมขอยกมาทั้งตอนเลย แล้วค่อยมาวิเคราะห์กันต่อไป คุณเปลวเขียนไว้ว่า
"เรื่องสตินี่สำคัญ และไม่ได้หมายความว่า สติจะไม่มีกับเด็ก สติจะมีกับผู้ใหญ่เท่านั้น การเข้าใจอย่างนั้นผิดครับ มีชีวิตก็มีสติแล้วครับ แต่ใครจะ "ได้สติ" กันตอนไหนหรือไม่ นี่มันอีกเรื่อง บางคนแก่จะเข้าโลงวันนี้-วันพรุ่งนี้ยังไม่มีสติ แต่หลงตัวเองว่ามีสติ ยึดทิฐิ ยึดอัตตา ยึดความคิดตัวเองว่าถูก-ว่าผิด ชนิดหักปักหัวปำว่าเป็น "สัมมาสติ"
หัวปัก-หัวปำ จนสับสนว่า การหลงตัว กับการรักชาติ เป็นอย่างเดียวกัน เห็นทีจะต้องไปกราบกรานซินแสให้ช่วยเขียนใบสั่งยาแก้ "โมหะคนแก่" ต้มให้กินซะบ้าง จะได้ไม่เป็นคนแก่สร้างบ้าน คนหัวรั้นด้วยโมหะและอัตตาทำลายเมือง เอะอะก็จะพากันมาชุมนุมตะพึดตะพือ" ครับ เนื้อหาก็จบลงแค่นี้
๘.ครับท่านที่มีใจเป็นธรรมและบรรดานักปฏิบัติธรรมทั้งหลาย ลองอ่านอย่างมี "สัมมาสติ" และ "โยนิโสมนสิการ" ดูสัก ๒-๓ เที่ยว ตรงไหนครับที่บทความคุณเปลวเอ่ยอ้างชื่อบุคคลคนใดคนหนึ่งไว้ ในแง่กฎหมายถ้าเขียนลอยๆ ไม่เจาะจงใคร อย่างนี้ก็ไม่เข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาทใคร (กฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๖, ๓๒๘) ในกรณี "ที่กล่าวด้วยความเท็จทำให้คนอื่นเสียหาย"
ถ้ากล่าวในแง่ของธรรมะ การกล่าว (เขียน) อย่างนี้ของคุณเปลวถือว่าเป็นกัลยาณมิตรครับ...คือมีความกล้าหาญทางจริยธรรม กล้าพูด กล้าแสดงออก กล้าเตือน กล้าติง พระพุทธเจ้าตรัสว่า "ดุจผู้ชี้ขุมทรัพย์ เธอจง-คบหากัลยาณมิตรแบบนี้ไว้เถิด ตรงข้าม ลาภ ยศ คำสรรเสริญนั้นคืออันตรายอันแสบเผ็ด ต้องระวัง แม้พระขีณาสพ" แปลว่าพระพุทธเจ้าให้คบกัลยาณมิตรให้คอยตักเตือน และให้ระวังคำพูดชื่นชม เชิดชู ยกยอปอปั้น เพราะทำให้หลงตัวได้
๙.มีคำความหนึ่งที่คุณเปลวเคยเขียนถึงพ่อท่านมานานแล้ว (เป็นปีแล้วมั้ง) ผมยังจำได้แม่นมิมีลืมเลือน คุณเปลวเขียนไว้ว่า "พ่อท่านโพธิรักษ์นี้ ผมดูยังไงๆ ก็เป็นพระ ไม่ว่าท่านห่มผ้าสีอะไร สีเหลือง สีขาว หรือสีกรัก" ครับ...เพียงแค่นี้ก็พอจะทราบได้ว่าคุณเปลวมีดวงตาเห็นธรรม (ในระดับของคุณเปลว) เห็นในสิ่งที่ควรเห็น มองอะไรก็มองออกตามความเป็นจริง แล้วคนที่มีปัญญาอย่างคุณเปลว อะไรควรเว้น-อะไรควรประพฤติ ย่อมรู้ดี ไม่ต้องพูดอะไรมาก
ยกตัวอย่างง่ายๆ ผมสังเกตเวลาคุณเปลวเขียนถึงพ่อท่าน คุณเปลวจะใช้คำว่า พ่อท่าน "สมณะโพธิรักษ์" อย่างนอบน้อม เช่น ไทยโพสต์ฉบับวันที่ ๑๗ ส.ค. ๕๓ เรื่อง "อย่าพิทักษ์ชาติด้วยการทำลาย" คุณเปลวเขียนไว้ตอนหนึ่งว่า ขอพ่อท่าน "สมณะโพธิรักษ์" โปรดยั้งอยู่หน้าผา ขอบฟ้าเบื้องหน้าอยู่ใกล้ แต่ขอบใจสิ วิบๆ ไหวๆ อยู่ปลายมือ แต่อื้อฮือ ไกลเกินคว้า ถ้าไม่รู้จักคำว่า ฟากฝั่งคือกลับใจ ทำโดยนัยนี้ สิ่งที่สร้างไว้เป็นคุณอนันต์ในนามสมณะโพธิรักษ์จะนิรันดร์" (ส่วนคุณ Kittikant เขียนถึงพ่อท่าน ผมสังเกตใช้คำว่า "โพธิรักษ์" เฉยๆ)
เป็นไงครับท่านผู้เจริญ สำนวนคุณเปลวเปี่ยมไปด้วยอรรถะ (เนื้อหา) พยัญชนะ (อักษร) และพลิ้วพราย เรียงรายไปด้วยอรรถรส (ความไพเราะของภาษา+เนื้อหา) สมเป็นนักเขียวนรางวัลอมตะจริงๆ
๑๐.พ่อท่าน "สมณะโพธิรักษ์" เคยกล่าวไว้เพื่อสอนพวกเราไว้ว่า
"ข้าพเจ้าได้ดิบได้ดี วิเศษขึ้น ยิ่งๆ ขึ้น หรือเป็นคนที่น่านับถือ เคารพได้นั้น ไม่ใช่เพราะการเป็นผู้ชี้ยืนยัน "ความถูกต้อง" ให้ใครๆ รู้ได้ หลากหลายแล้วๆ เล่าๆ นั้นดอก
แต่เพราะข้าพเจ้าน้อมรับ "ความผิดพลาด" และมีการแก้ไขแต่ละครั้ง แต่ละคราวของข้าพเจ้า จากทั้งผู้หวังดี และทั้งผู้หวังร้ายแท้ๆ นั่นต่างหาก"
๑๑.พ่อท่าน "สมณะโพธิรักษ์" และ "สมณะ" รวมทั้ง "สิกขมาตุ" ทุกรูป สอนพวกเราเนืองๆ ว่า "จงเห็นเขา-เป็นกระจกเงา อย่าเขลาเห็นเป็นกระสอบทราย" ท่านผู้เจริญทั้งหลาย คุณเปลวโดยอาชีพ (สื่อมวลชน) เขาต้องทำหน้าที่ "กระจกเงา" อยู่แล้ว (จึงจะถูกต้อง) คุณเปลวไม่ใช่กระสอบทราย (หรอก) จะบอกให้...ญาติธรรมทั้งหลายเอ๋ย
จริงใจ-ไมตรี-ไม่มีศัตรู
แรงเกื้อ ชาวหินฟ้า
อดีตประธานโครงการปฐมอโศก
ตอบ คุณแรงเกื้อ ชาวหินฟ้า
ไม่รู้จะตอบตรงไหน เอาไว้ให้คนที่อ่านแล้วหมั่นไส้ (ผม) ด่ากลับมาเป็นคำตอบดีกว่า เน้อะ.








