สาระน่ารู้

Sunday, 2 December, 2012 - 00:00

บทเพลงพระราชนิพนธ์"ใกล้รุ่ง" จุดประกายความหวังให้สังคมไทย

  นักปรัชญานิรนามในอดีตท่านหนึ่ง ได้กล่าวถ้อยคำเพื่อเป็นการสร้างกำลังใจให้กับมวลมหาชนที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก ไว้ดังนี้ว่า
“เวลาที่มืดมิดที่สุดนั้นคือเวลาที่ใกล้จะสว่างแล้ว”
 ถ้าหากเรานำมาใคร่ครวญดูก็จะเห็นว่าถ้อยคำหนุนใจประโยคนี้มีเหตุและผลมากทีเดียว
 “ไก่ขันแล้ว! ...ไก่ขันแล้ว!”
 นั่นคือเสียงที่เราทุกคนอยากได้ยินในเวลาที่ชีวิตกำลังรอคอยแสงสว่าง รวมถึงในสังคมที่อยู่ในความมืดมิดไปทั่วทุกแห่งหนเหมือนสังคมไทยในวันนี้ สังคมที่กำลังตกอยู่ในภาวะสงครามมืดที่คนในสังคมไม่เข้าใจ สงครามแห่งผลประโยชน์และความเกลียดชังที่กลายเป็นบาดแผลที่ฝังลึก ตลอดวันเวลาอันยาวนานโดยไม่ทราบว่าเสียงระเบิดจะดังขึ้นมาในเวลาใด
 แต่ทุกครั้งที่เราได้ยินบทเพลงพระราชนิพนธ์ “ใกล้รุ่ง”
 “ได้ยินเสียงแว่วดังแผ่วมาแต่ไกลไกล ชุ่มชื่นฤทัยหวานใดจะปาน
 ฟังเสียงบรรเลงขับเพลงประสาน จากทิพย์วิมานประทานกล่อมใจ...”
แม้จะเป็นเพียงประกายแห่งความหวัง แต่สังคมไทยในยามนี้ก็ยังพร้อมที่จะอดทนและรอคอย เพราะเรามีศูนย์รวมของพลังใจอันมั่นคง คือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา
 “ใกล้ยามเมื่อแสงทองส่อง ฉันคอยมองจ้องฟ้าเรืองรำไร
 ลมโบกโบยมาหนาวใจ รอช้าเพียงใดตะวันจะมา...”
 เพลงพระราชนิพนธ์ใกล้รุ่ง เป็นเพลงที่ทรงพระราชนิพนธ์ในขณะที่ทรงเป็นสมเด็จพระอนุชาธิราช โดยได้พระราชทานทำนองให้ ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร อาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในขณะนั้น นำไปประพันธ์คำร้องภาษาไทย โดยมิได้ทรงกำหนดพระราชประสงค์ ซึ่งศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐได้ให้สัมภาษณ์ว่า แรงบันดาลใจของเนื้อเพลงนี้มาจากเสียงไก่ขันที่ได้ยินจากข้างบ้าน ประกอบกับเพลงนี้จะนำออกบรรเลงในงานสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่แห่งประเทศไทยในเดือนมิถุนายน 2489
 “พอดีตอนนั้นสมาคมส่งเสริมการเลี้ยงไก่ฯ เขาจะมีงาน แล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 8 กับสมเด็จพระอนุชาฯ จะเสด็จฯ ผมก็เลยแต่งให้มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับไก่ บ้านที่อยู่นั้น คุณหลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ ท่านก็ต้องการจะส่งเสริมการเลี้ยงไก่ เพื่อให้ไก่ที่อยู่ในกรงสามารถไข่ได้มาก แล้วก็ให้อาหารเต็มที่ ตื่นเช้ามาไก่ขันเต็มไปหมดเลย ก็ได้แรงบันดาลใจจากอันนั้น”
 เพลงพระราชนิพนธ์ “ใกล้รุ่ง” นี้ โปรดเกล้าฯ ให้นำออกบรรเลงครั้งแรกในวันที่ 4 มิถุนายน 2489 โดยวงดนตรี “สุนทราภรณ์” และได้มีนักร้องอีกหลายคนได้อัญเชิญมาขับร้อง  ในจำนวนนี้ ผู้ที่ขับร้องได้ไพเราะมากที่สุดคนหนึ่งคือ ศิลปินแห่งชาติ จินตนา สุขสถิตย์
 เนื่องในโอกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว   ทรงเจริญพระชนมพรรษา 85 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม 2555 นี้ ขอพระองค์ทรงได้รับพระพรจากองค์พระผู้เป็นเจ้า ให้ทรงพระเกษมสำราญ มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน เป็นมิ่งขวัญและกำลังใจแก่พสกนิกรชาวไทยต่อไปอีกเนิ่นนานเทอญ ขอเดชะ 

เพลงพระราชนิพนธ์ “ใกล้รุ่ง”
ทำนอง  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชฯ
คำร้อง ศาสตราจารย์ ดร. ประเสริฐ ณ นคร
ได้ยินเสียงแว่วดังแผ่วมาแต่ไกลไกล 
 ชุ่มชื่นฤทัยหวานใดจะปาน
  ฟังเสียงบรรเลงขับเพลงประสาน 
   จากทิพย์วิมานประทานกล่อมใจ
ใกล้ยามเมื่อแสงทองส่อง 
 ฉันคอยมองจ้องฟ้าเรืองรำไร
  ลมโบกโบยมาหนาวใจ 
   รอช้าเพียงใดตะวันจะมา
เพลิดเพลินฤทัยฟังไก่ประสานเสียงกัน
 ดอกมะลิวัลย์อวลกลิ่นระคนมณฑา
  โอ้ในยามนี้เพลินหนักหนาแสงทองนวลผ่องนภา
   แสนเพลินอุราสำราญ
หมู่มวลวิหกผินผกมาแต่รังนอน
 เฝ้าเชยชิดช้อนลิ้มชมบัวบาน
  ยินเสียงบรรเลงดังเพลงขับขาน
   สอดคล้องกังวานซาบซ่านจับใจ

คอลัมน์ ถนนเพลงไทย
ผ่าน "วันเสาร์ที่เล่าขาน" เมื่อวันวานที่ผ่านมาด้วยความงุนงง ที่ยังคงเป็น "วันเสาร์ที่ต้องเล่ากันนานยังไม่จบ"  ทำให้แม้แต่ลมหนาวก็ยังหยุดอยู่ไกลไม่ยอมกล้ำกรายเข้ามาเยือนกรุงเทพมหานคร ไม่ทราบว่าถูกด่านสกัดให้ชะงักอยู่ ณ ที่ใด ปล่อยให้ลมฝนคอยพัดกระหน่ำมาจนชนคืนวันลอยกระทงที่ผ่านมา คืนทั้งคืนต้องนอนฟังแต่เสียงประทัดระเบิด จนทำให้ "วันเพ็ญเดือนสิบสอง" ปีนี้ แม้แต่พระจันทร์ก็ยังเหงาจนรู้สึกวังเวง
ที่อบอุ่นชื่นใจก็คืองานแถลงข่าวบทเพลงเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพลงใหม่ล่าสุด เมื่อวันอังคาร 27 พฤศจิกายน 2555 ที่ผ่านมา เมื่อเวลา 14.00- 16.00 น. ณ โรงแรมอโนมา กรุงเทพฯ เนื่องในโอกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 85 พรรษา ในปีพุทธศักราช 2555 ชื่อเพลง "ทศพิธราชธรรม" ซึ่งมี คุณปริศนา พงษ์ทัดศิริกุล อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม มาทำหน้าที่เป็นประธานในงานแถลงข่าว
ผู้ประพันธ์เพลง ทศพิธราชธรรม ประกอบด้วยผู้ประพันธ์คำร้องมี 4 ท่าน คือ ชาลี อินทรวิจิตร ศิลปินแห่งชาติ, เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ, สุนทรียา ณ เวียงกาญจน์ ศิลปินแห่งชาติ, คุณหญิงกุลทรัพย์ เกษแม่นกิจ ราชบัณฑิต ประพันธ์ทำนองโดย  วิรัช อยู่ถาวร, จิรวุฒิ กาญจนะผลิน เรียบเรียงเสียงประสานโดย กิตติ ศรีเปารยะ ขับร้องโดย รัดเกล้า อามระดิษ และ สุรุจ ทิพากรเสนี   
ท่านผู้รักและชื่นชมในศิลปะนาฏศิลป์ไทย ควรเตรียมใจหาทางไปชมงานนี้ให้ได้ 101 ปี "ละครวังสวนกุหลาบ" ในวันศุกร์ที่ 14 และวันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม 2555 บริเวณ วังสวนกุหลาบ ถนนอู่ทองนอก ข้างสวนอัมพร ร่วมเข้าเฝ้าฯ รับเสด็จ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ งานนี้ร่วมจัดโดย  ศูนย์สังคีตศิลป์ ธนาคารกรุงเทพ ร่วมกับ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ และ มูลนิธิศาลาเฉลิมกรุง 
อีกงานคือ เสาร์ 22 ธันวาคม 2555 เวลา 12.30 น. ณ ศาลาเฉลิมกรุง คอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติ "ปีใหม่ถวายพระพร" นำโดย 7 ศิลปินแห่งชาติ สุเทพ วงศ์กำแหง, ชาลี อินทรวิจิตร, นคร ถนอมทรัพย์, สุประวัติ ปัทมสูต, ชินกร ไกรลาศ, ชาย เมืองสิงห์, ชัยชนะ บุญนะโชติ แจกเพลงเฉลิมพระเกียรติ โดย ชินกร ไกรลาศ ศิลปินแห่งชาติ แก่ผู้จองบัตรทุกท่าน บัตรราคา 2,000, 1,500, 1,000, 700, 500 บาท จองบัตรที่ ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ ทุกสาขา 0-2262-3456 และที่ ฝ่ายจัดงาน 08-1808-9771
ต้อนรับปีใหม่ฟ้าใหม่ "คอนเสิร์ตเปิดสวรรค์" คอนเสิร์ตรวมน้ำใจศิลปินเพลงยอดนิยมครั้งประวัติศาสตร์ ทั้งลูกกรุง ลูกทุ่ง เพื่อชีวิตและศิลปินเพลงป็อป ณ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เสาร์ 26 และอาทิตย์ 27 มกราคม 2556 ปีใหม่นี้ รอบ 14.00 น. มีสองวันให้ได้ชม และร่วมทำบุญสร้างโบสถ์ไว้เป็นบันไดสวรรค์ จัดโดย มูลนิธิการดนตรีแห่งประเทศไทย ร่วมกับ มูลนิธิหทัยทิพย์ และพี่น้องชาวไทยทุกความเชื่อทุกศาสนา เพื่อนำรายได้สมทบทุนสร้างโบสถ์ "พระวิหารคริสตจักรร่วมนิมิตกรุงเทพฯ"
เสาร์ 26 มกราคม 2555 นำโดย 3 ศิลปินแห่งชาติ สุเทพ วงศ์กำแหง, สวลี ผกาพันธุ์, สุรชัย จันทิมาธร (หงา คาราวาน) พบพระเอกลูกทุ่ง ศรชัย เมฆวิเชียร วันอาทิตย์ 27 มกราคม 2555 นำโดยศิลปินยอดนิยม ชรัส เฟื่องอารมย์, นัดดา วิยกาญจน์ พบ หนู มิเตอร์ ร่วมด้วยวงดนตรี "จามรี" วงใหญ่ ควบคุมดนตรีโดย วิชัย ต่อเนื่อง อนุชิตสงครรม บทเพลงสุดซาบซึ้ง อลังการด้วยแสง สี เสียง เป็นประวัติการณ์ รับรองได้ว่าหากศรัทธาเต็มเปี่ยม เตรียมชมติดต่อกันได้ทั้งสองวันด้วยความประทับใจ
ดีใจกับชาวอำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี ที่มีรายการเพลงดีๆ ให้ได้ติดตามรับฟังเป็นประจำทุกเช้าวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลาตีห้า หรือ 05.00-12.00 น. ติดต่อกันถึง 7 ชม.เต็มๆ ชื่อรายการ "อมตะเพลงไทยสากล" คลื่นความถี่ 107.75 MHZ และที่ยอดเยี่ยมเป็นพิเศษก็คือ รายการนี้จะนำทั้งสกู๊ปและข่าวจากคอลัมน์ "ถนนเพลงไทย" คอลัมน์นี้ ไปขยายผลในรายการนี้ด้วยทุกรายละเอียด ดำเนินรายการโดย สมเจตน์ สายแก้ว อาจารย์นักพูดคนเก่งแห่งอำเภอท่ามะกา เมืองกาญจนบุรี  
สิงห์สุวรรณ
       singsuwan.s@gmail.com