ในแวดวงผู้สนใจทางการเมืองคงไม่มีใครไม่รู้จัก "ซอยราชครู" ซึ่งหมายถึงกลุ่มก้อนนักการเมืองกลุ่มหนึ่ง ผู้สืบทอดอำนาจทางการเมืองจากรุ่นสู่รุ่น ผู้ก่อตั้งพรรคชาติไทย ซึ่งแม้ว่าในวันนี้บทบาทและความเป็น "ตำนาน" ทางการเมืองของกลุ่มซอยราชครูดูจะลดน้อยถอยลงตามสภาพเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายฤดูกาล แต่เรื่องราวความเป็นมาของ "ซอยราชครู" ก็ยังมีความน่าสนใจไม่น้อย
เมื่อย้อนรอยไปถึงที่มาของ "ซอยราชครู" นั้นก็จะพบว่า "จอมพลผิน ชุณหะวัณ" เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในฐานะผู้ให้กำเนิดกลุ่มการเมืองและ "ซอยราชครู"
จอมพลผิน ชุณหะวัณ เป็นนายทหารสำคัญผู้มีชื่อจารึกร่วมอยู่ในเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์การเมืองการปกครองไทยหลายครั้งหลายครา โดยเฉพาะในฐานะหนึ่งในคณะทหารที่ทำการรัฐประหาร เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2490 และต่อมาได้เป็นผู้บัญชาการทหารบก เมื่อ พ.ศ.2494 ซึ่งถือว่าเป็นตำแหน่งกุมชะตาการเมืองไทยทุกยุคทุกสมัย นอกจากนี้ จอมพลผิน ชุณหะวัน นับว่าเป็นเป็นทหารบกคนแรกที่ได้รับยศ "จอมพล"
ชีวิตชายชาติทหารของจอมพลผิน เริ่มจากยศนายสิบ และได้ร่วมศึกสงคราม 2 ครั้ง คือ สงครามอินโดจีน ในตำแหน่งรองแม่ทัพภาคอีสาน และสงครามมหาเอเชียบูรพา จอมพลผิณดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองพลที่ 3 ภายใต้กองทัพพายัพที่เข้ายึดนครเชียงตุงในพม่าได้สำเร็จ
หลังปฏิวัติเมื่อ พ.ศ.2490 จอมผลผินได้เข้าสู่เวทีการเมืองและได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และจบบทบาททางการเมืองลงเมื่อจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ทำรัฐประหารเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2500 หลังจากนั้นจอมพลผินได้ใช้ชีวิตในปั้นปลายอย่างสงบ จนถึงแก่กรรมด้วยโรคชรา ในวันที่ 26 มกราคม พ.ศ.2516 ขณะมีอายุ 82 ปี ชีวประวัติของจอมพลผินได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดหนังสือ "ชีวิตกับเหตุการณ์ของจอมพลผิน" ซึ่ง ดร.วรพัฒน์ อรรถยุติ หลานเขยของจอมพลผิน เป็นผู้เรียบเรียงจากหนังสืออัตชีวประวัติ ซึ่งจอมพลผินจรดปากกาเขียนชีวประวัติของตนขณะมีอายุ 80 ปี ซึ่งผู้เรียบเรียงตั้งใจให้คนรุ่นหลังได้รำลึกถึงชีวิตและเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับจอมพลผู้นี้
ในงานเปิดตัวหนังสือ ณ สยามสมาคม ในพระบรมราชูปถัมภ์ เรียกได้ว่าเป็นวันรวมญาติของบ้านราชครู มีทั้งพี่น้องตระกูลชุณหะวัณ ตระกูลอดิเรกสาร ตระกูลทัพพะรังสี ตลอดจนผู้มีชื่อเสียงจากวงการการเมืองไทยเข้าร่วมงานมากมาย
ดร.วรพัฒน์ ขอกล่าวถึงที่มาในการเรียบเรียงหนังสือ "ชีวิตกับเหตุการณ์ของจอมพลผิน ชุณหะวัณ" ว่า ได้รับหนังสืออัตชีวประวัติของจอมพลผิน ชุณหะวัณ มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2513 แต่ได้อ่านตอนเกษียณอายุราชการ ซึ่งเวลาผ่านพ้นไปกว่า 40 ปี นึกเสียดายที่เพิ่งได้อ่านบันทึกของคุณตา ซึ่งมีคติธรรมที่มีคุณค่ามาก จึงเป็นที่มาของหนังสือเล่มนี้ โดยคติธรรมที่น่าสนใจมี 3 เรื่อง คือ ความยุติธรรม ท่านยึดเป็นหลักในชีวิตราชการ ในการปกครองผู้ใต้บังคับบัญชา เป็นประเด็นสำคัญให้ท่านเติบโตจากนายสิบเป็นนายพล
คติธรรมที่รวมถึงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของจอมพลผิน เห็นได้จากหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จอมพลผินอยู่ในข่ายอาชญากรสงคราม เพราะนำกองทัพเข้ายึดนครเชียงตุง ประเทศพม่า แต่ไม่ถูกส่งมอบเป็นเชลยศึก พลเอกชาติชายเคยเล่าว่า เป็นเพราะบาทหลวงฝรั่งที่เชียงตุงให้การกับประเทศอังกฤษ ว่าท่านไม่ได้ทำทารุณกับเชลย
"ผมเป็นเขยในซอยราชครูปีนี้ครบ 40 ปีแล้ว ในซอยนี้มีแต่ญาติพี่น้อง ผู้ใต้บังคับบัญชา หลายสิบหลัง แสดงถึงความเอื้อเฟื้อของท่าน จึงมีคนมาอยู่ร่วมซอยมากมาย คติธรรมสุดท้ายคือความรักชาติ จากข้อเขียนของท่านใจความว่า ตลอดช่วงชีวิตกว่า 70 ปี ทุกสิ่งที่ได้ทำ หวังความมั่นคงของลูกหลาน ความผาสุกของพี่น้อง ความมั่นคงถาวรของประเทศชาติ เป็นสิ่งที่ตนประทับใจมาก" ดร.วรพัฒน์กล่าว
นอกจากนี้ อัตชีวประวัติในหนังสือเล่มนี้ยังมีหลายเหตุการณ์ที่ท่านเขียนบันทึกไว้ อาทิ การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 จอมพลผินถูกสงสัยเป็นกบฏ ท่านไม่ยอมเป็นนายกฯ หลังรัฐประหาร 2490 ทั้งที่ตามประเพณีต้องขึ้นเป็นนายกฯ แต่ท่านมีเหตุผลที่ไม่รับตำแหน่ง
ในงานยังมีการเสวนาในหัวข้อ "วันวานที่ซอยราชครู" พูดคุยเรื่องราวอดีตความเป็นมาของการลงหลักปักฐานของตระกูลชุณหะวัณในซอยราชครู ซึ่งถือเป็นกลุ่มคนที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์การปกครองของไทย
กร ทัพพะรังสี ในฐานะหลานของคุณตาผิน ชุณหะวัณ เล่าที่มาของคำว่า "บ้านราชครู" ว่า พื้นที่ทั้งหมดของซอยราชครู เดิมเป็นท้องร่อง ปลูกผักกับสวนฝรั่ง คุณตาผินเป็นผู้ที่มีวัฒนธรรมไทยแท้ๆ มีลูก 5 คน ต้องอยู่บ้านเดียวกันหมด ถ้าลูกมีหลานก็ให้อยู่บ้านในรั้วเดียวกัน เดิมทีอยู่บ้านเทเวศร์ เมื่อลูกหลานมากขึ้น ท่านบอกว่าคงจะอยู่ไม่ได้แล้ว มันแน่นเกินไป จึงย้ายไปอยู่บ้านราชครู ที่ตรงนั้นเป็นของพระราชครูผู้ทำพระราชพิธีในวัง จึงเรียกกันว่า ซอยราชครู ซอยนี้เป็นซอยตัน บ้านคุณตาผินอยู่หลังสุดท้าย ลูกหลานแม้ไม่ได้อยู่บ้านเดียวกัน ก็อยู่ในซอยเดียวกัน นี่คือวัฒนธรรมและสายสัมพันธ์ที่คุณตาตั้งใจรักษาไว้ และปลูกฝังความรักในครอบครัวแก่พวกเรา
ด้าน ปองพล อดิเรกสาร หลานตาอีกคนหนึ่ง กล่าวว่า คุณตาเป็นผู้ที่มองการณ์ไกล ต้องการให้ลูกหลานได้รับการศึกษาที่ดี ท่านจะให้ทุนการศึกษาหลานคนโตของทุกครอบครัว ตนก็เป็นหนึ่งในนั้นและสำนึกในบุญคุณตลอดมา แล้วตนก็ยังได้ความเป็นนักเขียนมาด้วย คุณตาผินได้เขียนอัตชีวประวัติกว่า 120 หน้า พิมพ์แจกในงานพระราชทานเพลิงศพ และตนได้เขียนนวนิยายเรื่อง "ทหารชื่อผิน จากพลทหารสู่จอมพล" โดยไม่รู้ว่า ดร.วรพัฒน์จะเรียบเรียงและเขียนเกร็ดชีวิตหนังสือ "ชีวิตและเหตุการณ์ของจอมพลผิน ชุณหะวัณ" เล่มที่เปิดตัวในวันนี้ขึ้นมา และที่ตนเขียนนวนิยาย เพราะสะดุดกับชีวประวัติท่าน
และลูกชายคนสุดท้องของจอมพลผิน ชุณหะวัณ ปรากรมศักดิ์ ชุณหะวัณ กล่าวทิ้งท้ายว่า หลังจากได้อ่านหนังสือ "ชีวิตกับเหตุการณ์ของจอมพลผิน" ทำให้เข้าใจชีวิตของป๋ามากขึ้น ตอนอายุ 10 ขวบ อาศัยวัดเรียนหนังสือ รับราชการทหาร 50 ปี จนได้ยศจอมพล ในปี 2500 ชีวิตท่านตลอด 50 ปีที่ผ่านมา เสียสละความสุขส่วนตัวไปรับใช้ชาติ ออกรบทำศึกสงคราม ชีวิตที่ไม่ธรรมดาเลย ท่านเป็นปูชนียบุคคลในใจตนตลอดมา เป็นผู้ที่รักครอบครัว และทำนุบำรุงศาสนา สร้างวัด สร้างโรงพยาบาล บั้นปลายนอกจากดูแลครอบครัว ยังตอบแทนคุณแผ่นดิน ทั้งหมดนี้ได้รับทราบอย่างละเอียดจากหนังสือ "ผมอยากให้ป๋าเป็นแบบอย่างของความอดทน ดิ้นรนต่อสู้ชีวิต ท่านสั่งสอนเสมอ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ซึ่งตนได้ยึดเป็นแนวทางชีวิตจวบจนทุกวันนี้ ก็อยากให้ทุกคนได้อ่านและได้แรงบันดาลใจจากหนังสือเช่นเดียวกัน".








