สาระน่ารู้

Sunday, 4 August, 2013 - 00:00

สพฐ.ได้ฤกษ์เปิดตัว “โรงเรียนสุจริต” แห่งแรก

ความพยายามในการสร้างต้นแบบบุคลากรของชาติที่มีความซื่อสัตย์ มีคุณธรรมภายใต้โมเดลโรงเรียนสุจริตของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)ยังเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีการเปิดตัวโรงเรียนสุจริตต้นแบบขึ้นเป็นแห่งแรก ที่โรงเรียนนกเขาเปล้า อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี โดยมีพิธีจัดอบรมโครงการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลในสถานศึกษา (โรงเรียนสุจริต) ที่โรงเรียนบ้านนกเขาเปล้า ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการเป็น 1 ในโรงเรียนต้นแบบของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ลพบุรี เขต 1
    ทั้งนี้ นายสุเมธ ประภาสวัสดิ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษาลพบุรี เขต 1 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการเปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดโครงการว่า ตามที่ สพฐ.ได้จัดทำโครงการโรงเรียนสุจริตขึ้น โดยคัดเลือกโรงเรียนจำนวน 225 แห่งเป็นโรงเรียนนำร่อง และเขต 1 ลพบุรี ถือเป็นแห่งแรกที่มีความพร้อมในทุกด้านในการเป็นโรงเรียนต้นแบบ ประกอบกับเป็นโรงเรียนต้นแบบด้านเศรษฐกิจพอเพียงของกระทรวงศึกษาฯ ปัจจุบันมีนักเรียน 228 คน และครู 17 คน
    นายสุเมธกล่าวว่า การดำเนินโครงการโรงเรียนสุจริตนั้น นักเรียนจะได้รับการปลูกฝังด้านคุณธรรม จริยธรรม ซื่อสัตย์ ไม่ทุจริต คดโกง ผ่านกิจกรรมหลากหลาย เช่น การเข้าค่าย 5 ฐานคือ ฐานที่ 1 มีทักษะกระบวนการคิด เปรียบเทียบ แยกแยะแง่มุม โทษของการทุจริต/ไม่ทุจริต ฐานที่ 2 มีวินัย ปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับของโรงเรียน รู้จักและเคารพสิทธิผู้อื่น ฐานที่ 3 ซื่อสัตย์สุจริต ละอาย เกรงกลัวต่อการกระทำผิด ฐานที่ 4 อยู่อย่างพอเพียง ดำเนินชีวิตอย่างประหยัด ใช้ทรัพยากรของส่วนรวมอย่างประหยัด คุ้มค่า เก็บรักษาดูแลอย่างดี ไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน
    และฐานที่ 5 มีจิตสาธารณะในการช่วยเหลือผู้อื่น รวมทั้งการประพฤติปฎิบัติตนอื่นๆ เช่น อ่านข่าวหน้าเสาธงเรื่องโทษของการทุจริต เป็นต้น โดยจะมีการประเมินโครงการปลายเดือนกันยายน 2556 นี้ เพื่อตรวจสอบว่าเด็กมีพฤติกรรมดีขึ้นหรือไม่ จากนั้นจะได้ขยายผลไปสู่โรงเรียนอื่นต่อไป
    ทางด้านนายวีระศักดิ์ พลอยบุตร ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านนกเขาเปล้า กล่าวว่า โรงเรียนมี 3 ยุทธศาสตร์ในการดำเนินการคือ 1.การป้องกันการทุจริต 2.เสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับเรื่องสุจริต และ 3.การเชื่อมโยงจากเด็กสู่ครอบครัวและชุมชน ซึ่งจะปลูกฝังให้เด็กเป็นคนดีไปจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ตลอดจนเผยแพร่ความรู้สู่ครอบครัว ชุมชน/หมู่บ้าน และสังคมของตนต่อไป
    ส่วนการประเมินผลระดับโรงเรียนมีตัวชี้วัดประเมิน มีเกณฑ์อยู่ตามหัวข้อ 5 คุณลักษณะ เช่น สังเกตพฤติกรรม การมีวินัย เช่น การเข้าแถว การรับประทานอาหาร มารยาทการพูด เน้นทักษะกระบวนการคิด วินัย กิริยามารยาท ถ้าเด็กเข้ามาร่วมโครงการจะเน้นมากกว่าโรงเรียนอื่น เพราะฉะนั้นต้องฝึกอบรมเพื่อถ่ายทอดคุณลักษณะตรงนี้ไปสู่เด็ก
    ส่วนความหวังของโครงการคือ ขยายผลให้สู่ชุมชน ญาติพี่น้อง ผู้ปกครองในการดำเนินการได้ เพราะมองว่าความสำเร็จของโครงการคือความยั่งยืน โดยให้เด็กเป็นสื่อ คาดความยั่งยืนสำเร็จของโครงการ หวังให้เด็กกระจายความรู้สู่ผู้ปกครอง เขาจะต้องไปคุยกับพ่อแม่ พ่อแม่ก็ซึมซับแนวคิด จากนั้นจะมีการวัดเด็กไปเรื่อยๆ จะดูว่าพฤติกรรมที่แสดงออกเป็นอย่างไร
    รอง ผอ.สพป.เขต 1 ลพบุรี กล่าวเสริมว่า ปลายเดือนกันยายนนี้จะประเมินโครงการว่าเด็กปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือไม่ ซึ่งมีทั้งหมด 3 หมื่นกว่าโรงเรียน โดยทำต่อเนื่องถึง 10 ปี ถ้า 225 โรงเรียนของ สพฐ.เป็นไปตามที่คาดหวัง อีกหน่อยคนดีก็จะเต็มไปหมด
    ทางด้าน ผอ.โรงเรียนบ้านนกเขาเปล้า แสดงความรู้สึกต่อการได้รับเลือกเป็นโรงเรียนนำร่องว่า ปกติก็ทำอยู่แล้ว จึงไม่รู้สึกอะไร และไม่ได้มีเฉพาะกิจกรรมเข้าค่าย แต่เพิ่มกิจกรรมไปตามยุทธศาสตร์ เช่น ต้นไม้พูดได้ มีคำขวัญให้เด็กอ่านทุกวันจะได้ซึมซับ อ่านข่าวทุกวันอังคารและวันพฤหัสบดี เกี่ยวกับเรื่องทุจริต ให้รับรู้ว่าโทษคืออะไร และบันทึกไว้ คัดเด็กตัวแทน ป.4-ม.3 อ่านหน้าเสาธง กล่าวคำปฏิญาณด้วย ปลูกฝังไปเรื่อยๆ ฝึกการมีวินัย ให้เด็กที่มาโรงเรียนเอาชื่อมาคล้องที่ 1-2-3 ห้ามเกิน 07:45 น. ใครมาสาย ก็จะเป็นการรู้ ฝึกเรื่องตรงต่อเวลา ที่หน้าห้องมีทุกห้อง
    "เรื่องความพอเพียงก็คือการประหยัด เด็กจะมีเงินฝากทุกคน ผมเปิดสมุดออมสินให้เขาทุกคน เขาก็จะฝากกัน ให้รู้ว่าแม่ให้มาเท่านี้ ใช้เท่านี้ เก็บเท่าไหร่ เวลาเบิกจ่ายก็บอกคุณครูพร้อมเหตุผล"
    นายวีระศักดิ์กล่าวด้วยว่า เชื่อว่าเด็กมีความเข้าใจและตั้งใจปฏิบัติ รู้ว่าโกงไม่ดี และได้ให้ดูในยูทูบเกี่ยวกับเรื่อง "การโกง" เพื่อให้วิเคราะห์ว่าทุจริตคืออะไร
    ด้านนางสิริกร กระสาทอง ศึกษานิเทศก์สำนักเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลพบุรี เขต 1 (สพป.) กล่าวว่า หลังจากได้ประชุมร่วมกับ สพฐ.แล้ว คือให้คัดเลือกโรงเรียนต้นแบบ 1 โรงเรียน ในส่วนของตนได้ปรึกษาหลายฝ่ายคิดว่าน่าจะเป็นโรงเรียนมัธยม และก็ถามความสมัครใจด้วย ถ้าเต็มใจ สนใจ ก็จะสามารถทำต่อเนื่องได้ดี ซึ่งที่โรงเรียนบ้านเปล้าเป็นโรงเรียนตั้งแต่ปฐมวัยถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 ทำได้ดีจริงๆ เมื่อรับนโยบายแล้ว ผอ.โรงเรียนขยายผล ชี้แจงให้ครู ชุมชนเข้าใจ ก็มาช่วยเติมเต็ม เรื่องแนวทาง วิสัยทัศน์ของโรงเรียน การจัดค่าย การดำเนินงาน
    โดยการจัดค่ายนั้น สพฐ.อยากให้มีหลักสูตรสำหรับการอบรมค่าย “เยาวชนคนดีของแผ่นดิน” สามารถขยายผลต่อการอบรมต่อไปได้ เรามุ่งหวัง 5 คุณลักษณะ ทักษะกระบวนการคิด มีวินัย ซื่อสัตย์ พอเพียง และมีจิตสาธารณะ มีการออกแบบแต่ละฐาน ให้เด็กบอกความซื่อสัตย์ของตัวเองมีอะไรบ้าง หลังจากนั้นก็จะดูว่าเขามีความซื่อสัตย์เพิ่มมากขึ้นหรือไม่ โรงเรียนดำเนินการหมดแล้ว มีทั้งกิจกรรมป้องกัน ส่งเสริมร่วมกับชุมชน ซึ่งเราอยากเห็นเรื่องการควบรวมว่าความซื่อสัตย์ นักเรียนทำอะไร ครูทำอะไร มาหลอมรวมบูรณาการ เดือนกันยายนที่จะถึงนี้จะมีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มีเครือข่าย 22 ศูนย์แม่ข่ายวัฒนธรรม
    นางนิตยา นิคมเวทย์ ครูต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง กล่าวว่า กิจกรรมให้เด็กนั่งสมาธิ 5 นาที เช้า กลางวัน เย็นทุกวัน เพื่อให้เขามีสมาธิในการเรียน ทำกิจกรรมต่างๆ คิดวิเคราะห์ได้ ปฏิบัติไปในทางที่เราต้องการได้ ผลการเรียนดีขึ้น กิริยามารยาทดีขึ้น ที่นี่ครูทุกคนจะช่วยกัน เราจะดำเนินงานตามที่วางไว้ เราจะมีแบบประเมิน จัดการเรียนการสอนสุจริต บูรณาการสู่ห้องเรียน มีตัวชี้วัด 5 เรื่องให้ครูสอดแทรกในแผนการสอนทุกชั้นเรียน กิจกรรมตอนเช้าจะให้เด็กเล่าความดี ความสุจริต เกี่ยวกับข่าวต่างๆ หน้าเสาธง บริเวณโรงเรียนติดป้ายหรือต้นไม้พูดได้ เป็นการสอนในเรื่องของโรงเรียนสุจริต จะให้เด็กนักเรียนมีส่วนร่วมในชุมชน เช่น เก็บขยะตามหมู่บ้านทุกวันศุกร์ ไปช่วยเสิร์ฟน้ำในงานศพ เพื่อฝึกให้มีจิตสาธารณะ และช่วยเหลือครูเวลาทำกิจกรรม เพราะบางทีครูอายุมากแล้วก็ทำไม่ไหว ก็อยากฝากฝังไว้กับเด็กๆ รุ่นใหม่ เขาก็รู้นะครูทุกคนก็อบรมสั่งสอนให้เขาเป็นคนดี
    ด.ช.พิทวัส ศิลป์มา หรือ "น้องเซฟ" นักเรียนชั้น ม.2 ซึ่งเป็นนักเรียนต้นแบบ กล่าวว่า ได้ไปร่วมอบรมที่ จ.ชลบุรี ตอนเปิดตัวโครงการ น้องเซฟทำหน้าที่ผู้นำทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับประธานนักเรียน และกล่าวว่า ความเข้าใจความหมายของโรงเรียนสุจริตของตนคือ การไม่ทุจริต ไม่คดโกง ไม่ลอกข้อสอบเพื่อน "ผมเป็นดีเจร่วมกับอ๋อม เราจะพูดสอดแทรกเกี่ยวกับการทำความดี เปิดเพลงและก็อ่านข่าว และหาสาระเรื่องต่างๆ มาสอดแทรก"
    ด.ญ.ศิริลักษณ์ แสงชาลี หรือ "น้องอ๋อม" นักเรียนชั้น ม.2 ซึ่งเป็นนักเรียนต้นแบบเช่นกัน กล่าวว่า รู้สึกดีใจและภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของสังคม สำหรับการร่วมกิจกรรมหรือปฏิบัติหน้าที่ก็ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากเพื่อนๆ.