เรื่องปก

Sunday, 4 November, 2012 - 00:00

รัฐมนตรี "จอมแฉ" ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร

   เริ่มทำงานอย่างเป็นทางการไปแล้ว สำหรับคณะรัฐมนตรีชุด "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 3" โดยผ่านการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษไปเมื่อวันศุกร์ที่ 2 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

    ก็ต้องดูกันว่า ครม.ปู 3 จะทำงานออกมาอย่างไร มีผลงานให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ได้หรือไม่ กับเงื่อนเวลาที่หลายคนบอกว่า อย่างน้อย 6 เดือน ตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก็คงมีการประเมินกันอีกรอบว่าจะปรับ ครม.อีกรอบเมื่อไหร่ และใครจะอยู่-ใครจะไป

อย่างไรก็ตาม หนึ่งในรัฐมนตรี "ปู 3” ที่หลายฝ่ายแม้แต่กับพวก ส.ส.เพื่อไทยเอง โดยเฉพาะสายอีสานก็ยังงงๆ ว่าได้ตำแหน่งมาได้อย่างไร เพราะเป็น ส.ส.แค่ 2 สมัย แถมเป็น ส.ส.เพื่อไทยแค่สมัยเดียวคือเมื่อปี 2554 ส่วนก่อนหน้านี้เป็น ส.ส.ประชาธิปัตย์หลังเลือกตั้งปี 2544

 ขณะที่ ส.ส.อีสานเพื่อไทยหลายคน อยู่กับเพื่อไทยมาตั้งแต่ปี 2544 เป็น ส.ส.มาแล้ว 4 สมัย หรือบางคนเคยอยู่พรรคอื่นมาก่อน ก็ปาเข้าไป 7-8 สมัย ยังไม่มีสิทธิ์ได้ลุ้น แล้ว รมต.ป้ายแดงรายนี้มีดีอะไร ถึงแซงหน้ารุ่นพี่ในพรรคขึ้นมาได้
นั่นก็คือ "ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร" รมช.เกษตรและสหกรณ์ และ ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย 

แม้ วันนี้อาการคาใจของ ส.ส.อีสานพรรคเพื่อไทย ที่สงสัยกันมากกับกรณีของยุทธพงศ์ที่ได้เป็น รมช.เกษตรฯ จะยุติไปแล้ว แต่มันก็แสดงให้เห็นว่า คลื่นใต้น้ำในพรรคที่รอช่วงชิงเก้าอี้รัฐมนตรียังมีอยู่แน่นอน

"คง เป็นการทุ่มเทการทำงานตั้งแต่อยู่ในพรรคก็ได้ ทำงานให้กับพรรคมาโดยตลอด ตรงนี้ คิดว่าคนที่เป็น ส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้ง ทุกคนมีความรู้ความสามารถ พร้อมเป็นรัฐมนตรีได้ทุกคน อย่างน้อยพี่น้องประชาชนได้กลั่นกรองมาจากสนามการเลือกตั้งแล้ว ได้วัดระดับความรู้ความสามารถแล้ว ถ้าคุณไม่มีความรู้ความสามารถเพียงพอก็คงไม่ชนะเลือกตั้งมา เชื่อว่าทุกคนในพรรคเป็นรัฐมนตรีได้หมด

ส่วนตัวก็เพิ่งทราบว่าจะ ได้เป็นรัฐมนตรีเอาในเวลา 14.00 น. วันที่ 24 ต.ค. ผมก็ได้รับโทรศัพท์จากคุณสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี  ให้ไปกรอกประวัติที่ทำเนียบรัฐบาล ตอนเขาโทร.มาก็ยังไม่รู้ว่าเรื่องอะไร พอไปถึงจึงได้รู้ว่าให้ไปกรอกประวัติ ตอนกรอกเสร็จก็ยังไม่รู้เลยว่าจะได้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงไหน"
คำอธิบายของยุทธพงศ์ต่อกรณีที่หลายคนสงสัยว่า ทำไมเขาได้เป็นรัฐมนตรีแบบข้ามหัว ส.ส.คนอื่นในพรรคนับร่วมร้อยคนมาได้

@ บางคนบอกว่าได้เป็น รมต.เพราะมาจากโควตากลางที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรหนุน บ้างก็ว่าจากโควตาอีสาน หรือไม่ก็บอกเป็นเด็กเจ๊แดง-นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์?

เจอคำถามนี้เข้า ยุทธพงศ์หัวเราะทันทีก่อนตอบว่า

"ก็ เป็นคนของพรรคเพื่อไทย คนของพรรคเพื่อไทย (ย้ำสองรอบ) ทุกคนในพรรคก็คือ ส.ส.เพื่อไทย บรรยากาศตอนนี้ของพรรคเพื่อไทยไม่เหมือนกับสมัยพรรคไทยรักไทยก่อนหน้านี้ สมัยไทยรักไทยยังมีกลุ่มโน้นกลุ่มนี้ มุ้งนั้นมุ้งนี้ แต่ตอนนี้ไม่มี ไม่เคยได้ยินว่าเพื่อไทยมีกลุ่มอะไร ตอนนี้เพื่อไทยมีความเป็นเอกภาพสูง ไม่เห็นมีหัวหน้ามุ้งที่ไหน ไม่เคยได้ยินชื่อ"

“ในพรรคเพื่อไทย ก็ไม่เห็นมีปัญหา วันประชุมเลือกหัวหน้าพรรค, กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยชุดใหม่ เมื่อ 30 ตุลาคมที่ผ่านมา ก็ทักทายกันดี ส.ส.อีสานของพรรคก็มาแสดงความยินดีกับผม ในห้องทำงานที่รัฐสภายังมี ส.ส.อีสานแวะมาเยี่ยมเยียน มากินกาแฟกันเลย ไม่เห็นมีปัญหาอะไร เมื่อกี้ก็เพิ่งเข้ามา"

ยุทธพงศ์พูดหลังมี ส.ส.อีสานบางคน แวะเวียนเข้ามานั่งในห้องทำงานของเขาเพื่อพูดคุย-ดื่มกาแฟ โดยใช้ห้องประธานคณะกรรมาธิการที่ดินฯ สภาผู้แทนราษฎร เป็นทั้งห้องทำงานและพูดคุยกันในครั้งนี้ เพื่อพยายามยืนยันว่าการเข้ารับตำแหน่ง รมช.เกษตรฯ ของเจ้าตัว ไร้ปัญหาแรงเสียดทานในพรรคเพื่อไทย

@ ในฐานะเคยอยู่ประชาธิปัตย์มาก่อน มาอยู่เพื่อไทยได้เป็นรัฐมนตรีเร็วแบบนี้ มีความแตกต่างกันหรือไม่ ในการตั้งคนเป็นรัฐมนตรีของเพื่อไทยกับประชาธิปัตย์ ที่ถูกมองว่ายึดระบบอาวุโสมากกว่า?

ผมว่าตอนนี้เขาดูกันที่ความ รู้ความสามารถ เห็นนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เป็น ส.ส.พร้อมกันเมื่อปี 2544 สมัยที่แล้วเป็น รมว.แรงงาน ตอนนี้ใครก็ได้ที่มีความรู้ความสามารถ ถ้านายกรัฐมนตรีพิจารณา เชื่อว่าก็ต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมแล้ว ผมก็ต้องขอเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ในผลงาน ในการทำงาน ขณะนี้นายกฯ ได้ให้โอกาสเราแล้ว ก็อยากขอเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ในการทำงาน
รม ช.เกษตรฯ ป้ายแดงเล่าอดีตการเมืองว่า จริงๆ แล้วไม่ได้เป็นคนหน้าใหม่ในพรรคเพื่อไทย เพราะความจริงแล้วเลือกตั้งปี 2544 ต้องใส่เสื้อไทยรักไทยเพื่อลงเลือกตั้งปี 44 แต่เกิดปัญหาทางเทคนิค เลยต้องย้ายไปประชาธิปัตย์

…ผมรู้จักกับท่านทักษิณ ชินวัตร ตั้งแต่ 2542 ตั้งแต่ท่านทักษิณก่อตั้งพรรคไทยรักไทย ตอนนั้นท่านไปเปิดตัวพรรคไทยรักไทยที่ลอสแองเจลีส แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ตอนนั้นผมเป็นนักศึกษาปริญญาโท คณะเศรษฐศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยแคลมอนต์ สหรัฐอเมริกา ก็ชอบการเมือง มีโอกาสมาฟังท่านแสดงวิสัยทัศน์เลยรู้จักกับท่าน

…จากนั้นได้มา เป็นผู้สมัครไทยรักไทยในยุคแรกๆ ตั้งแต่ก่อนก่อตั้งพรรค แต่สุดท้ายก็มีปัญหาในเขตเลือกตั้งที่จังหวัดมหาสารคาม เนื่องจากคุณพ่อ (กำนันตง) ถูกยิงเสียชีวิตในปี 2543 แล้วเขตเลือกตั้งก็มีปัญหามีพื้นที่ทับซ้อน ตอนที่จะลงในปี 2544 เวลานั้นผมก็ไม่ได้เป็น ส.ส. ก็มีการบีบกันไม่ให้ผมลงสมัยพรรคไทยรักไทย เพราะอีกฝ่ายหนึ่งเขามาเป็นกลุ่มเข้าไทยรักไทย

..เมื่อทางไทยรัก ไทยไม่ให้ลงเขต ผมเลยไปลงพรรคประชาธิปัตย์ และชนะการเลือกตั้ง จริงๆ ก็อยู่กับพรรคเพื่อไทยตั้งแต่ยุคแรก ตั้งแต่ตั้งพรรคไทยรักไทย ผมอยู่มาก่อนบางคนด้วยซ้ำไป

..มาอยู่พรรคเพื่อไทยก็มาเป็นรองโฆษก พรรค เป็นมาตั้งแต่ 2553 ทำหน้าที่รองโฆษกฯ และเป็นคณะทำงานรวบรวมข้อมูลตรวจสอบการทุจริต ซึ่งสมัยพรรคเพื่อไทยยังเป็นฝ่ายค้านก็ได้รวบรวมการบุกรุกที่ดินเขาแพง หมู่ 6 ต.แม่น้ำ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ถือเป็นไฮไลต์การอภิปรายช่วงประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ก่อนมีการยุบสภาฯ ก็รวบรวมเปิดประเด็นบริษัทบุหรี่ยักษ์ใหญ่ บริษัทฟิลลิปมอร์ริส โดยมี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ได้นำไปอภิปราย ถือเป็นไฮไลต์อภิปรายก่อนมีการยุบสภาฯ 2 ปีได้ทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ทำเรื่องใหญ่ๆ ให้พรรคเพื่อไทย เมื่อพรรคมาเป็นรัฐบาลก็ได้ทำหน้าที่ประธานอนุกรรมาธิการงบประมาณ 56

…ผม เดินออกจากพรรคประชาธิปัตย์ช่วงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ตอนที่คิดกลับมาอยู่กับพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง ก็คิดว่าเราเดินออกจากพรรคประชาธิปัตย์ในยามที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรค รัฐบาล ก็จะไม่มีใครด่าเราว่าเนรคุณพรรค เราไม่มีอุดมการณ์ วันนั้นถามว่าใครจะออกมาอยู่กับฝ่ายค้าน วันนั้นออกจากพรรครัฐบาลมาอยู่ฝ่ายค้าน ก็ดูสิไม่มีใครในพรรคประชาธิปัตย์ตำหนิผมเลยวันที่ผมเดินออกมา

 …ที่ ออกมาก็เพราะพรรคเพื่อไทยก็เป็นพรรคการเมืองที่พี่น้องประชาชนใน จ.มหาสารคาม ที่เป็นฐานเสียงของเรามีความชื่นชอบ ชื่นชมในพรรคเพื่อไทย พี่น้องประชาชนบอกอยากให้เรามาเดินในแนวทางพรรคเพื่อไทย เลยตัดสินใจมาอยู่พรรคเพื่อไทย ตอนออกมาในช่วงที่ประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลก็ไม่มีใครว่าอะไร
@ แล้ววัฒนธรรมของ 2 องค์กร เพื่อไทยกับประชาธิปัตย์ อยู่มาแล้วต่างกันไหม ย้ายมาแล้วหาเสียงง่ายขึ้น?

ใน ชีวิตทางการเมืองอยู่แค่ 2 พรรค ก็เป็นพรรคใหญ่ทั้งคู่ เคยเป็นทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน การอยู่พรรคการเมืองใหญ่ก็มีความหลากหลาย พรรคการเมืองใหญ่มีระบบพรรคที่เข้มแข็ง การทำงานมี ส.ส.รุ่นพี่ มีนักวิชาการมาช่วยงานพรรคเยอะ เลยสามารถหาข้อมูลต่างๆ ได้เยอะ

พรรค เพื่อไทยเป็นที่นิยมในภาคอีสาน ถามว่าหาเสียงง่ายหรือไม่-ก็แน่นอน ในการเลือกตั้งล่าสุดเขต 3 ก็ชนะเลือกตั้ง และก็ได้ ส.ส.ยกจังหวัด ปัจจุบัน จ.มหาสารคามมี ส.ส.ถึง 7 คน บัญชีรายชื่ออีก 2 ส.ส.เขต 5 คน
ส่วนคู่แข่งการเมืองยังมีคู่แข่งที่แข็งแรงก็ยังหนัก เป็นอดีต ส.ส.หลายสมัย อดีต รมช.คมนาคมมา ผมก็ประมาทไม่ได้ 

ที่ หลายคนมองพรรคเพื่อไทยมีหลายกลุ่ม กลายก๊ก หลายก๊วน แต่ความจริงแล้วผมมองว่าพรรคเพื่อไทยมีความเป็นเอกภาพในพรรคสูง เพราะทุกคนยังทำหน้าที่ได้ดี ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้เข้ามาบริหารประเทศ การประชุมสภาฯ ล่มน้อยมาก หากเทียบกับรัฐบาลชุดอื่นมันคนละเรื่องเลยนะ

แม้อาจมีเสียงคาใจ ที่ “ยุทธพงศ์” ได้เป็น รมช.เกษตรฯ แต่สำหรับอีกหลายคนในพรรคเพื่อไทย ต่างก็บอกว่าไม่น่าแปลกใจ เพราะที่ผ่านมาเจ้าตัวสร้างผลงานด้วยบทบาทการตรวจสอบ ในหลายต่อหลายเรื่องที่เข้าตาแกนนำพรรคโดยเฉพาะทักษิณ ชินวัตร

ไม่ ว่าจะเป็นเรื่องการจัดซื้อรถและเรือดับเพลิงของกรุงเทพมหานคร, เรื่องการบุกรุกที่ดินเขาแพง จังหวัดสุราษฎร์ธานี, ข้อกล่าวหาคดีบริษัท ฟิลลิปมอร์ริส (ไทยแลนด์) จำกัด สำแดงการนำเข้าบุหรี่จากต่างประเทศอันเป็นเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากร จนเป็นเหตุให้รัฐเสียประโยชน์ในการจัดเก็บภาษี 68,881 ล้านบาท และล่าสุดกรณีการตรวจสอบเรื่องการต่อสัญญารถไฟฟ้าบีทีเอสออกไปอีก 30 ปีของกรุงเทพมหานคร ซึ่งจะเห็นได้ว่าหลายเรื่องคนที่โดนตรวจสอบอยู่ในซีกประชาธิปัตย์ พรรคเก่าของยุทธพงศ์

…เรื่องรถดับเพลิงผมตรวจสอบก่อนนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน จะมาเป็นผู้ว่าฯ กทม. แต่ปัญหาคือทำไมไปเปิดแอล/ซีให้บริษัทผู้ขาย ทั้งที่ตอนนั้นทางพรรคและนายบัญญัติ บรรทัดฐาน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ตอนนั้น ก็ออกมาบอกว่าไม่เห็นด้วย บอกอย่าไปเปิดแอล/ซี อย่าไปทำนะ

…ช่วงตรวจสอบเรื่องนี้ ก็ไม่มีผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์มาบอกว่าขอให้เบาๆ หน่อย เพราะเราทำหน้าที่ของเรา เมื่อเราเปิดประเด็นเรื่องนี้ และการทำหน้าที่ของเรา จุดยืนหลักการเราก็เปลี่ยนไม่ได้ ตอนตรวจสอบเปิดประเด็นบอกว่าไม่โปร่งใส ส่อไปในทางทุจริต แต่เมื่อนายอภิรักษ์มาเป็นผู้ว่าฯ กทม. จะให้บอกว่าไม่มีอะไรแล้ว-ก็ไม่ถูกต้อง มันไม่ได้ ก็ทำเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 2547 คดีตอนนี้ก็คืบหน้า จนกระทั่งนำคดีเข้าสู่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และวันที่ 13 ธ.ค.55 ผมก็จะไปเป็นพยานของฝ่าย ป.ป.ช.ที่จะสืบพยานในคดีนี้

…ตอน มาอยู่เพื่อไทยก็ยังตรวจสอบอยู่หลายเรื่อง แม้พรรคจะเป็นรัฐบาล เช่น เรื่องการจัดซื้อเครื่องมือวัดลมเฉือนของสนามบินสุวรรณภูมิ ของกรมอุตุนิยมวิทยา ถามว่าจุดยืนหลักการเราเปลี่ยนไปหรือไม่-ก็ไม่ได้เปลี่ยน เป็นฝ่ายค้านก็ บอกว่าเรื่องมันไม่ชอบมาพาพล จนกระทั่งวันที่พรรคเพื่อไทยมาเป็นรัฐบาลก็ยังติดตาม จนเรื่องนี้ได้มีการแก้ไขให้ถูกต้อง มีการดำเนินการต่อไป มีการจัดซื้อเป็นที่เรียบร้อย เรื่องที่เคยทำในอดีตที่เคยทำไว้ผมไม่ลืม ไม่ใช่เมื่อเป็นรัฐบาลแล้วบอกเรื่องนี้ไม่ถูกต้อง เป็นข้อครหา พอเป็นรัฐบาลกลับบอกไม่เป็นอะไรแล้ว

อย่างเรื่องเขาแพงก็ยังยืน ยันว่ามันผิด เป็นการบุกรุกที่ดินหลวง แล้วตอนผมไปตรวจสอบเรื่องนี้ก็ทำตอนเป็นฝ่ายค้าน การตรวจสอบมันก็ไม่ใช่ง่าย อย่างวันที่นำคณะทำงานและสื่อลงพื้นที่ตรวจสอบการบุกรุกที่ดิน ก็เจอขวางสารพัด ไปตรวจพื้นที่เสร็จ ตอนเย็นเข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งในสุราษฎร์ธานี ก็เจอม็อบมา ทางเจ้าของโรงแรมต้องมาบอกผมตอนค่ำว่า ต้องขอให้ย้ายโรงแรมด่วนเลย ไม่ย้ายไม่ได้ เพราะม็อบจะเข้ามา เราก็เกรงใจโรงแรม ก็ต้องย้ายออกไปเลยกลางดึกคืนนั้น  

@ แต่กรณีการตรวจสอบเรื่องเขาแพง หลายคนก็บอกว่าเป็นคดีการเมืองไปแล้ว ดีเอสไอสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์ก็ดูจะยุติคดีไปแล้ว แต่พอเพื่อไทยมาเป็นรัฐบาลก็รื้อขึ้นมาใหม่?

จริงๆ ตอนนั้นเขาไม่ได้สั่งยุติคดี แต่สมัยนั้นการดำเนินคดีไม่คืบหน้า ในชั้นการสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษทำเรื่องช้า ก็เป็นเรื่องธรรมดา เพราะคดีเขาแพงมันไปเกี่ยวข้องกับคนที่มีอำนาจในรัฐบาลชุดที่แล้ว

กับ ตัวคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ เวลาผมเจอท่านสุเทพ ผมก็ทักทายยกมือไหว้ตลอด เพราะท่านสุเทพเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ที่ผมให้ความเคารพในฐานอยู่กับประชาธิปัต ย์ กับคนอื่นในพรรคประชาธิปัตย์ด้วย ไม่ว่าใครทั้งสิ้น

ส่วน เรื่องคดีบริษัท ฟิลลิปมอร์ริสฯ ก็อยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่ง ชาติ ส่วนคดีความที่เกิดกับตัวผม เช่นที่คุณเกียรติ สิทธีอมร อดีตผู้แทนการค้าไทยฟ้องร้องคดีกับผม คดีก็อยู่ในชั้นศาล ก็ไปขึ้นศาลเป็นประจำ ยืนยันว่าไม่มีการยอมความใดๆ ก็ไปขึ้นศาลอยู่ตลอด
@ ลำบากใจไหมพอมาอยู่เพื่อไทยแล้วคดีรถดับเพลิง ก็มีคนของพรรคอย่างคุณโภคิน พลกุล หรือคุณวัฒนา เมืองสุข ถูกเอาผิดอยู่ด้วย?

ศาล ฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองก็นัด 13 ธันวาคม คดีนี้เรื่องมันก็ไปที่ศาลฎีกาฯ แล้ว ก็ต้องอยู่ที่ขั้นตอนการพิจารณาของศาล
จะไปเกี่ยวข้องกับใครยังไง ก็ไม่มีใครช่วยใครหรือทำอะไรกับใครได้แล้ว ทุกคนก็ต้องช่วยตัวเองกันแล้ว ผมเองก็เป็นพยานให้กับฝ่ายผู้ร้อง คือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติอยู่

@ ทำงานแบบนี้เลยมีการพูดหรือให้ฉายาว่า เป็นรัฐมนตรีหรือ ส.ส. "จอมแฉ"?
ผม ไม่คิดอย่างงั้น ผมคิดว่าวันที่เราอยู่ตรงนั้น เราก็ต้องทำหน้าที่ของเรา เป็น ส.ส.ฝ่ายค้าน เราก็ต้องทำหน้าที่ ส.ส.ฝ่ายค้าน วันที่เป็น ส.ส.รัฐบาล การเป็น ส.ส.รัฐบาลคุณก็ต้องทำหน้าที่เหมือนเดิม เช่นการตอบชี้แจงเรื่องการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี ตอนเป็นกรรมาธิการงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2556 ผมก็ต้องทำ ก็ยืนตอบในสภาฯ สามวันสามคืน ก็ทำหน้าที่ชี้แจงการทำงบประมาณแทนรัฐบาล เพราะเราเป็นกรรมาธิการ มาวันนี้เป็นรัฐมนตรีก็คงต้องมีบทบาทหน้าที่ใหม่
การ ทำงานของผมที่ผ่านมา ไม่ว่าตรวจสอบเรื่องไหน ยืนยันว่าไม่มีการล็อบบี้ให้หยุด ตอนอยู่เพื่อไทยก็ไม่มีใครมาขอให้ผมหยุด อย่างเรื่องภาษี บ.ฟิลลิป มอร์ริสฯ ผลประโยชน์ตั้งเท่าไหร่ 7 หมื่นกว่าล้าน หรือเรื่องต่อสัญญาบีทีเอส ก็ไม่มีใครมาบอกขอให้หยุดพอแล้ว ไม่มีเลยนะ

@ แล้วพอไปเป็นรัฐมนตรี ถ้าเจอเรื่องคอรัปชั่นของรัฐบาลจะทำอย่างไร จะเป็นหลิวลู่ลมไหม?

คือ ผมบริหารงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องยึดหลักความโปร่งใสและธรรมาภิบาล ที่ยังไม่รู้ว่าจะได้รับผิดชอบหน่วยงานใด แต่ก็ต้องเน้นกับผู้บริหารและฝ่ายปฏิบัติว่า ต้องยึดหลักความโปร่งใสในการทำงาน ยุคผมต้องไม่มีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น นโยบายอันไหนด้านเกษตรของพรรคเพื่อไทยที่เคยหาเสียงไว้แล้ว เราต้องรับผิดชอบก็ต้องขับเคลื่อนเต็มที่

วันนี้สถานะหน้าที่จาก ที่ตอนเป็น ส.ส. กับวันนี้เป็นรัฐมนตรีมันก็ต้องเปลี่ยนไป เพราะมาทำหน้าที่ฝ่ายบริหาร แต่การทำงานก็ต้องยึดความโปร่งใส เรื่องผลประโยชน์พี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง

…ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา เรื่องทุจริตของรัฐบาลยังมองไม่เห็นเลย เรื่องที่ชัดๆ ยังไม่เห็นเลย เพียงแต่มีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องจำนำข้าว  ซึ่งเรื่องนี้อยู่ที่คนมองว่า ประโยชน์ที่ได้รับ ชาวนาได้รับหรือพ่อค้า ได้ประโยชน์ แต่นายกรัฐมนตรียืนยันว่าเป็นเกษตรกรที่ทำนาได้ประโยชน์ ขณะเดียวกันถ้าบอกว่าเรื่องนี้ทุจริต ที่ไปจับก็เป็นรายเล็กรายน้อย 3 แสน 4 แสน เรื่องนี้ไม่ใช่รัฐบาลหรือนักการเมืองไปทำ แต่เป็นเรื่องชาวนาและโรงสีไปแอบไปทำกัน ซึ่งก็ต้องว่ากันไป

…ทาง ครอบครัวผมก็ทำโรงสี ก็เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลด้วย ยืนยันว่าไม่ได้ทำแล้วร่ำรวยอะไร ก็เอาข้าวเปลือกจากชาวนามาแล้วแปรสภาพเป็นข้าวสาร แล้วก็ส่งเข้าโกดังของทางรัฐบาล โรงสีก็ได้เงินจากค่าแปรสภาพจากข้าวเปลือกเป็นข้าวสาร ก็ไม่ได้อะไรอย่างอื่นและไม่ได้อะไรมากมาย แต่โรงสีไม่ได้เป็นคนลงทุนเอง รัฐบาลออกทุนให้แต่โรงสีก็ไม่ได้อะไรมากมาย

“ยุทธพงศ์” ประเมินการเมืองไว้ด้วยว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคฝ่ายค้านปลายเดือนพ.ย.นี้ ถึงตอนนี้ยังประเมินไม่ได้มากนัก เพราะยังไม่มีความชัดเจนว่าอภิปรายเรื่องอะไร อภิปรายใครบ้าง การเลื่อนของฝ่ายค้านก็ทำให้ยังไม่ชัด แต่เรื่องหลักดูแล้วก็คงเรื่องโครงการรับจำนำข้าว ดูแล้วเรื่องอื่นก็ไม่เห็นมีอะไร ยังเชื่อมั่นว่ารัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีจะตอบชี้แจงข้อซักถามของฝ่ายค้านได้

กลับ ไปถามเรื่องการเมืองในพรรคเพื่อไทย เรื่องที่ว่าในพรรคมีหลายกลุ่มการเมืองมาก เช่นใครๆ ก็พูดว่าเจ๊แดง-นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ มีบทบาทสูงในรัฐบาลและในพรรคเพื่อไทย หลายคนก็เกรงใจเพราะเป็นพี่สาวนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
“ยุทธพงศ์” แจงว่าตนก็ไม่ทราบ แต่ก็ไม่เห็นนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ จะมาสั่งงานอะไรใคร ตนก็ไม่เคยได้เห็น กับตัวเองก็ไม่เคยมาสั่งอะไร ก็ไม่ทราบตรงนี้กับพรรคด้วย ก็ไม่เห็นว่าท่านจะมาอะไรเลย

@ แล้วตอนสมัยเป็นกรรมาธิการงบประมาณปี 56 ที่มี ส.ส.ฝ่ายค้านเอาไปอภิปรายในสภาฯ ว่ามี "เจ๊" เข้าไปแทรกแซงการทำงบบางกระทรวง?

ก็ ผมถึงพูดในสภาฯ ว่าให้เอาหลักฐานว่าเป็นใคร ผมก็บอกว่าผมอยู่กรรมาธิการงบประมาณ ผมก็เสนอให้ตัดงบประมาณหลายกระทรวง จนคนโวยวาย แต่ก็ไม่เห็นมีเจ๊คนไหนมาโวยวายกับผมบอกว่า เฮ่ยตัดไม่ได้นะ ถ้ามีจริงเขาก็ต้องมาบอกแล้วสิว่า เฮ่ย คุณไปตัดงบโน้นงบนี้ได้ยังไง จริงไหม ไม่เห็นมีปัญหาอะไรเลย
ก็อยากให้สื่อให้ความเป็นธรรมด้วย บางคนเขาไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย การพูดมันก็พูดง่าย แต่มีหลักฐานไหมล่ะ อย่างผมจะพูดเรื่องการทุจริตต่างๆ ผมต้องมีหลักฐาน อย่างเรื่องเขาแพง เรื่องรถดับเพลิง-ฟิลลิป มอร์ริส หรือการต่อสัญญาบีทีเอสของกรุงเทพมหานคร ผมจะพูดก็ต่อเมื่อมีพยานหลักฐาน มีเอกสารที่มันต้องชัดเจน คือจะพูดให้สนุกก็พูดได้ไง ว่ามีเจ๊โน้น เจ๊นี้ เฮียโน้น เฮียนี้ พูดไปแล้วมันมีหลักฐานอะไรบ้าง ถ้ามีหลักฐานจริงป่านนี้โดนร้องคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่ง ชาติดำเนินคดีกันไปแล้ว

-------------------------

"เทคนิคขุดคุ้ย"

“เวลา เราทำเรื่องอะไรก็ต้องทำให้สำเร็จ มีคำตอบให้กับสังคมให้กับสื่อมวลชน ไม่ใช่ว่าคุณไปเปิดประเด็นเรื่องอะไร แล้วถึงเวลาก็ไม่ทำต่อเงียบหายไป

…อย่าง เรื่องที่ผมจับมา อย่างคดีทุจริตการจัดซื้อรถและเรือดับเพลิงของกรุงเทพมหานคร ผมก็ทำตั้งแต่ปี 2547 จนถึงตอนนี้ก็ปี 2555 เรื่องก็ยังเป็นข่าวตลอด ก็จับไม่ปล่อยก็ต้องตามจนจบ หรืออย่างเขาแพงผมก็ยังเกาะอยู่ ไม่ได้หยุด เขาแพงก็ยังเป็นข่าวอยู่เรื่อยๆ หรืออย่างเรื่องฟิลลิป มอร์ริส ก็ยังอยู่ในกระบวนการทางคดี หรืออย่างเรื่องการต่อสัญญารถไฟฟ้าบีทีเอสออกไป 30 ปีของกรุงเทพมหานคร ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษก็ติดตามอยู่

…..ผม ไม่ได้ทำมากเรื่องเหมือนคนอื่น คนอื่นอาจทำหลายเรื่องมากเยอะแยะไปหมด แต่ไม่รู้ว่าทำไปแล้วจบที่ไหน แต่ผิดกับของผม ของผมทำอะไรแล้วต้องทำให้มันจบ”

“สำหรับวิธีการหาข้อมูล ก็ใช้ช่องทางตามคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรที่เราเป็นกรรมาธิการอยู่ ตรงนี้เป็นช่องทางสำคัญที่ทำให้ได้ข้อมูลมาได้อยู่แล้ว
 ยิ่งปัจจุบันมีการใช้กฎหมายคำสั่งเรียกของกรรมาธิการอยู่ มันก็ยิ่งง่ายในการได้ข้อมูลมากกว่าการทำหน้าที่ในสมัยอดีตด้วยซ้ำ”

“รมต.ป้ายแดงหวังชอร์ตเกษตรกร”

“ยุทธ พงศ์” เข้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์อย่างเป็นทางการไปแล้ว เมื่อช่วงเช้า 07.30 น. วันที่ 2 พฤศจิกายน 2555 พร้อมกับยุคล ลิ้มแหลมทอง รมว.เกษตรและสหกรณ์ และศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ อีกหนึ่ง รมช.เกษตรฯ
ส่วนการทำงานต่อจากนี้ใน กระทรวง บอกไว้ว่าแม้จะเป็น รมช.เกษตรฯ ที่รัฐมนตรีว่าการกับ รมช.เกษตรฯ อีกคนมาจากโควตาพรรคชาติไทยพัฒนา แม้จะมาจากคนละพรรคแต่ก็ต้องช่วยกันทำงาน
“ผม รู้จักกันทั้งนั้น อย่างคุณยุคล ลิ้มแหลมทอง ก็เป็นอดีตข้าราชการระดับสูงของกระทรวง เป็นอดีตปลัดกระทรวง อดีตอธิบดีกรมปศุสัตว์ ก็คุ้นเคยกัน เพราะต้องมาชี้แจงเรื่องงบประมาณต่างๆ ที่สภาฯ  ที่ผมก็เป็น กมธ.งบอยู่ เคยทำงานร่วมกัน 
หรืออย่างศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ ก็เป็น ส.ส.รุ่นเดียวกับผมมาด้วยกันที่พรรคประชาธิปัตย์ตอนเลือกตั้งปี 2544 ถามว่าผมขึ้นมาเป็นรัฐมนตรีเร็ว ก็อย่างคุณศิริวัฒน์เขาเป็นรัฐมนตรีตอนอายุน้อยกว่าผมอีก”
    @ แล้วเตรียมพร้อมทำงานแค่ไหน มีนโยบายอะไรที่เริ่มวางไว้ว่าจะเข้าไปทำงาน โดยเฉพาะเรื่องเมื่อไทยเข้าสู่เออีซีแล้ว ภาพรวมระบบเกษตรของไทยรวมถึงการส่งออกสินค้าเกษตรจะเป็นอย่างไร?
กระทรวง เกษตรฯ เป็นกระทรวงที่สำคัญและเกี่ยวข้องกับชาวไร่ชาวนา ที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศไทย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันประเทศไทยก็ยังเป็นประเทศเกษตรกรรม ก็ยังทำเรื่องการเกษตรตั้งแต่สมัยโบราณมาจนถึงตอนนี้ สินค้าเกษตรของไทยใหญ่ๆ ก็มี 3 ตัวคือ ข้าว, มันสำปะหลัง, ยางพารา
 นโยบาย การทำงาน หากมีโอกาสก็อยากเข้าไปทำเรื่องปัจจัยการผลิตภาคเกษตรกรรมต่างๆ เช่นเมล็ดพันธุ์พืชต่างๆ ดูเรื่องปุ๋ย ยาฆ่าแมลง พวกนี้ให้เกษตรกรได้ของดี ราคาเป็นธรรมกับเกษตรกร ถ้าคุณมีเมล็ดพันธ์ดี ปุ๋ยที่ดี ก็จะทำให้มีการเพิ่มผลผลิต แล้วก็ทำให้ราคาพืชผลการเกษตรมันดี ก็ช่วยยกคุณภาพชีวิตเกษตรกร
 เรื่องสำคัญอีกอันก็เรื่องดินกับน้ำ จะทำอย่างไรให้ดินมันมีคุณภาพ ดินใช้นานๆ มันก็เสื่อม รวมถึงเรื่องน้ำทำอย่างไรให้เพียงพอ มากไปน้ำก็ท่วม น้อยไปการผลิตก็ได้รับผลกระทบ และก็ต้องทำในเรื่องหลักการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ต้องทำให้ชีวิตเกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีและพอเพียงด้วย และเรื่องอาหารก็สำคัญ เพราะประชากรโลกมันเพิ่มขึ้นตลอด แต่ประเทศที่ทำเกษตรกรรมในโลกนี้ก็มีอยู่ไม่มาก
วันนี้กระทรวงก็ต้องคิด และมองแล้วว่าเราผลิตอาหาร ทำการเกษตรกรรม ต้องทำให้เพียงพอกับประชากรด้วย มากไปก็ไม่ดี น้อยไปก็ไม่ดี ก็ต้องให้เพียงพอและเหมาะสม
    เรื่องเออีซี มองว่าเราเปิดแล้วก็เป็นช่องทางที่ดีมาก ต่อไปตลาดจีนประชากรของเขาตั้งเท่าไหร่ แล้วตอนนี้จีนก็ไปเน้นการพัฒนาเรื่องอุตสาหกรรมแล้ว ก็เป็นโอกาสอันดีสำหรับไทยในการส่งออกสินค้าอาหาร สินค้าเกษตรกรรมเข้าไปที่จีน ผ่านทางพม่าหรือลาวเข้าไป
เพราะเมื่อเปิด เออีซี มันก็มีเส้นทางเปิดให้กับไทย ไม่คิดว่าจะมีผลกระทบกับเรา จะเป็นผลดีกับเรา ในการส่งออกสินค้าไปขายให้กับประเทศจีน อย่างพวกหอม-กระเทียมของจีน ก็แตกต่างจากหอม-กระเทียมของเรา รสชาติมันต่างกัน กระเทียมจีนทุกคนก็รู้ไม่มีใครอยากกิน เพราะรสชาติมันไม่อร่อย เมื่อเปิดตลาดแล้วเราก็ต้องเน้นคุณภาพ เน้นตลาดที่ดี กระเทียมไทยก็ต้องราคาหนึ่ง กระเทียมจีนก็ต้องอีกราคาหนึ่ง ก็อยู่ที่ผู้บริโภคจะเลือกกระเทียมอะไร มองอีกมุมหนึ่งพอเปิดเออีซีแล้ว border ก็เปิดกว้าง ไทยก็ส่งกระเทียมไทยไปขายทางโน้นได้
@ ภาคการเกษตร พวกกลุ่มทุนใหญ่ บริษัทเกษตรรายใหญ่ของไทย มีบทบาทค่อนข้างมากและมักมีสายสัมพันธ์กับทุกรัฐบาล?
ขอ เข้าไปทำงานก่อน ยังไม่รู้ว่ามีกลุ่มทุนไหนอะไร เรื่องการทำการค้า เรื่องกลุ่มทุนขนาดใหญ่ก็ต้องทำการค้าของเขา แต่เราเป็นรัฐมนตรีก็ต้องเข้าไปดูแลการบริหารงานให้โปร่งใส และยึดประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง ไม่ให้ใครมาเอาเปรียบเกษตรกรได้.
โค้ดคำพูด
1."ที่ ได้เป็นรัฐมนตรีคงเป็นเพราะการทุ่มเทการทำงาน ตั้งแต่อยู่ในพรรคก็ได้ทำงานให้กับพรรคมาโดยตลอด ตรงนี้คิดว่าคนที่เป็น ส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้ง ทุกคนมีความรู้ความสามารถ พร้อมเป็นรัฐมนตรีได้ทุกคน..ถ้าคุณไม่มีความรู้ความสามารถเพียงพอก็คงไม่ชนะ เลือกตั้งมา เชื่อว่าทุกคนในพรรคเป็นรัฐมนตรีได้หมด
ส่วนตัวก็เพิ่งทราบ ว่าจะได้เป็นรัฐมนตรีเอาในเวลา 14.00 น. วันที่ 24 ต.ค. ผมก็ได้รับโทรศัพท์จากคุณสุรนันท์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ให้ไปกรอกประวัติที่ทำเนียบรัฐบาล ตอนเขาโทร.มาก็ยังไม่รู้ว่าเรื่องอะไร พอไปถึงจึงได้รู้ว่าให้ไปกรอกประวัติ ตอนกรอกเสร็จก็ยังไม่รู้เลยว่าจะได้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงไหน"
2."ผมเดิน ออกจากพรรคประชาธิปัตย์ช่วงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ตอนที่คิดกลับพรรคเพื่อไทย ก็คิดว่าเราเดินออกจากพรรคประชาธิปัตย์ในยามที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรค รัฐบาล ก็จะไม่มีใครด่าเราว่าเนรคุณพรรค เราไม่มีอุดมการณ์
 วันนั้นถาม ว่าใครจะออกมาอยู่ฝ่ายค้าน วันนั้นผมออกจากพรรครัฐบาลมาอยู่ฝ่ายค้าน ก็ดูสิ ไม่มีใครในพรรคประชาธิปัตย์ตำหนิผมเลยวันที่ผมเดินออกมา"
--------------------------------------------