Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

บอกเลิก "ทักษิณ" มารัก "โลก" ดีกว่า


โลกเราวันนี้ "พิลึกกึกกือ" ชอบกล ไหนจะแผ่นดินไหว-สึนามิ-เทือกเขาถล่ม เห็นเพื่อนร่วมโลกตายกันเป็นเบือ อย่างที่เกิดขึ้นกับประเทศ "เฮติ-ชิลี-ไต้หวัน" ก็อดจะหวั่นใจไม่ได้ครับว่า สักวันหนึ่งมหันตภัยจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติมันอาจจะขยายวงคุกคามไปทั่วทุกปริมณฑลของโลก!

วันก่อนผมได้ยินจากรายการสารคดีทางทีวีช่องหนึ่ง คร่าวๆ ว่าภัยธรรมชาติเหล่านี้ หากเกิดขึ้นบ่อยๆ จะทำให้ "แกนโลกขยับเบนทิศ" ทำนองว่าเวลาโลกจะช้าลง พื้นที่สูงอาจจะกลายเป็นแอ่งน้ำขนาดมหึมา พื้นที่ราบต่ำ-ท้องทะเล-มหาสมุทร อาจจะมีแผ่นดินโผล่พ้นขึ้นมา!

ฟังแล้วก็ขนลุกซู่ครับ!...ไม่อยากจินตนาการเลยว่าในจังหวะที่แกนโลก "เบนทิศ" หรือ "ขยับตัว" แบบรุนแรงฉับพลัน อะไรมันจะเกิดขึ้นกับ "มนุษยชาติ"?

โศกนาฏกรรม-การวิ่งหนี เพื่อเอาชีวิตรอดของผู้คน และอะไรต่างๆ นานาที่อยู่บนโลกคงวินาศสันตะโรย่อยยับ สภาพคงไม่ต่างไปจากในภาพยนตร์เรื่อง "2012 วันสิ้นโลก" เป็นแน่

อย่าคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว หรือแค่การจินตนาการวิตกนะครับ เพราะมันมีโอกาสเกิดขึ้นได้

ดูอย่างบ้านเราเมื่อหลายปีก่อน ใครจะคิดมาก่อนว่าอยู่ๆ จะมีคลื่น "สึนามิ" คร่าชีวิตพี่น้องร่วมแผ่นดินไปหลายหมื่นคน และขณะนี้ก็เกิดเหตุการณ์ประหลาดแผ่นดินทรุดตัว เป็นหลุมลึกกว้างที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดแบบหาเหตุไม่ได้

แม้แต่สภาพอากาศช่วงนี้ก็ยังวิปริตผิดแปลกแบบไม่เคยพบเคยเจอมาก่อนในหลายปี อะไรมันจะ "ร้อนตับแตก" ได้ถึงขนาดนี้ กว่าจะคลายร้อนได้ก็ต้องทนกันอีก 2-3 เดือน เพราะร้อนปีนี้ที่บ้านเราคงยาวไปถึงต้นฝนเดือนพฤษภาคม..โน่นแหละ

ผมลองนึกเล่นๆ..ว่าบางทีหาก "แกนโลกขยับเบนทิศ" แบบฉับพลัน แม้อาจจะทำให้เกิดภาพน่าสะพึงกลัวดังกล่าวก็ตาม แต่มุมของคนขี้ร้อนหลายๆ คนอย่างบ้านเราและคนขี้หนาวอย่างฝรั่งตาน้ำข้าวบางคน ก็อาจจะภาวนาให้ "แกนโลกขยับเบนทิศ" เกิดขึ้นจริงๆ

เพราะถ้าสมมติฐานที่ว่าหากแกนโลกขยับเบนทิศ จะทำให้สภาพภูมิศาสตร์-เวลาเปลี่ยนไปแล้ว ผมก็ว่าสภาพภูมิอากาศในแต่ละขั้วโลกมันก็น่าจะมีโอกาสตาลปัตรกลับกัน จากร้อนกลายเป็นหนาวจัด จากหนาวกลายเป็นร้อนจัดได้เช่นกัน

ฉะนั้นคนขี้ร้อนในบ้านเรา วันดีคืนดีก็อาจจะได้ยล "หิมะ" ที่โปรยปรายลงมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ขณะที่ฝรั่งขี้หนาวก็ไม่ต้องทิ้งบ้านทิ้งช่องบินข้ามน้ำข้ามทะเล เพื่อมานอนตากแดดที่พัทยา-สมุยกันอีก เพราะบ้านเมืองของพวกเขาคงอยู่ในสภาพ "ร้อนตับแตก" เหมือนที่บ้านเรากำลังเผชิญอยู่ขณะนี้เช่นกัน (ฮาไม่ออก)

นี่ว่าตามความรู้สึกผมนะ..ไม่ได้อ้างอิงวิทยาศาสตร์หรือมีความรู้เกี่ยวกับ "แกนโลก" อะไรเลยแม้แต่น้อย ก็ในเมื่อนักวิทยาศาตร์เขาสรุปว่า "โลกกลม" ไม่แบน และ "หมุน" อยู่ตลอดเวลานั้น

ผมก็เลยนึกต่อไปว่า ถ้า "โลกกลม" และ "หมุน" ตลอดเวลา ฉะนั้นมันก็น่าจะมี "แกน" หรืออะไรสักอย่างคอยยึด เพื่อไม่ให้การหมุนของโลกเร็ว-ช้า-สะเปะสปะ-ไม่มีทิศทาง ซึ่งอาจจะไปรุกล้ำพุ่งชนอาณาจักรของดาวดวงอื่นๆ จนทำให้สิ่งมีชิวิต (มีหรือไม่ผมก็ไม่ทราบ) ในสังกัดดวงดาวเหล่านั้นไม่พอใจ ก่อให้เกิดสงครามระหว่างดวงดาวพุ่งรบกันจนจักรวาลแตกสลายไปก็ได้ (อันนี่ผมก็นึกเอา ฮิฮิ..)

อุปมาอุปไมยถึงคุณสมบัติ "แกนโลก" ให้ชัดขึ้น ผมว่าคงคล้ายๆ กับ "เพลารถ" ที่คุมการหมุนเคลื่อนไปของล้อรถ ลองนึกดูขณะที่รถกำลังแล่นอยู่ดีๆ หาก "เพลา" เกิดเคลื่อนหักหรือหลุดออกมากะทันหัน สภาพของคนที่อยู่ภายในรถกับมนุษย์ที่อยู่บนโลกขณะแกนโลกขยับเบนทิศแบบฉับพลัน มันคงเป็นอะไรที่น่าสยดสยองไม่น้อย

เรื่องเขย่า "จักรวาล" เช่นนี้หากปุ๊บปั๊บฉับพลันขึ้นมา เราๆ ท่านๆ คงไม่สามารถป้องกันและรับมือได้เป็นแน่ ต้องฝากความหวังไว้ที่บรรดานักวิทยาศาสตร์ในสาขาที่เกี่ยวข้อง และองค์การนาซา ที่เขาวิจัยศึกษาความเป็นไปของโลก-จักรวาลจะดีกว่า

แต่ระดับพวกเรา ผมว่ามาช่วยกันคนละไม้คนละมือ เพื่อชะลอหรือยืดอายุชั้นบรรยากาศที่เรียกว่า "ชั้นโอโซน" ไว้ใช้เพื่อป้องกันเปลวเพลิงจากดวงอาทิตย์ ก็น่าจะพอไหว

เพราะอาการที่เรียกว่า "ร้อนตับแตก" อย่างที่เรากำลังเผชิญกันอยู่ขณะนี้เป็นเพราะชั้นโอโซนกำลังถูกแหย่เซาะทำลาย อันมาจากน้ำมือมนุษย์เราทั้งหลายแหล่ ที่เผาผลาญแปลงสภาพทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ แม่น้ำ แร่ธาตุ แม้กระทั่งอากาศ เพื่อตอบสนอง "กิเลส" หรือความสุขสบายเพียงแค่ช่วงอายุขัยของตัวเอง

หาได้คำนึงถึงคนรุ่นต่อๆ ไปอีก 10 ปี 100 ปี หรือ 1,000 ปี (หากโลกใบนี้ไม่แตกเสียก่อน) จะดำรงชีวิตท่ามกลาง "สิ่งแวดล้อม" อะไร หากสิ่งที่เรียกว่า "ทรัพยากรธรรมชาติ" ของโลกใบนี้ได้ถูกเผาผลาญทำลายไปสิ้นแล้ว

ฉะนั้นแล้วผมว่ายังไม่สายเกินไป..หากปัจเจกอย่างเราๆ ท่านๆ หรือกลุ่มองค์กร หน่วยงานของรัฐ จะหันมาเอาใจฟื้นฟูอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างจริงจัง แม้จะไม่เห็นผลทันตา แต่อย่างน้อยก็ถือว่าเป็นการ "ไถ่บาป" ต่อบรรยากาศ "ชั้นโอโซน" ที่ปกป้องมนุษย์จากเปลวเพลิงของดวงอาทิตย์มาไม่รู้ต่อกี่ล้านๆ ปี แต่พวกเรากลับกำลังทำลายล้างมันด้วยตัวเอง

แต่ก็อีกนั่นแหละ..การจะเรียกหาสำนึกรับผิดชอบต่อสิ่งที่ไม่ได้ทำให้ "กระเป๋าตุง" ขึ้นมาทันตาเห็น สำหรับผู้คนในสังคมไทย มันเป็นอะไรที่ยากยิ่งกว่ายากเสียอีก

อย่าว่าแต่ผู้คนธรรมดาหาเช้ากินค่ำทั่วไปเลย แม้แต่บรรดาเอ็นจีโอนักอนุรักษ์ นักเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อมทั้งหลาย แทนที่จะร่วมไม้ร่วมมือกันผลิตผลงาน สร้างงานวิจัย รณรงค์กันอย่างแข็งขัน กลับมาเสียเวลาทะเลาะเบาะแว้งกันเอง เพียงเพราะความเห็นต่างเรื่อง "มาตรา 7" โธ่เอ๋ย!

นึกเล่นๆ อีก แต่รอบนี้จริงจัง..ถ้าเผื่อข่าวน้ำเลี้ยงหลักร้อยล้านไหลเข้าม็อบเสื้อแดงเป็นจริง หาก "คุณพี่สามเกลอ" อยู่ๆ ท่านเกิดมีสำนึกรักธรรมชาติสิ่งแวดล้อมขึ้นมาฉับพลัน นำเงินที่กั๊กไว้ออกมาซื้อต้นไม้สัก "ล้านต้น" แจกให้คนเสื้อแดงที่จะมากันเป็น "ล้านคน" ไปคนละต้นปลูกที่บ้านใครบ้านมัน ไม่ต้องมานั่งทนนอนทนที่เมืองกรุง ท่ามกลางอากาศที่ "ร้อนตับแตก" เพียงเพื่อ "คุณทักษิณ" ให้ผู้คนเขาเบื่อ รำคาญ กังวลกันอีกต่อไป

ถ้าทำแบบนี้ได้ ผมว่าจะช่วยให้ประเทศไทยและโลกใบนี้อบอุ่นขึ้นเป็นโขเลย.



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์