สาระน่ารู้

Sunday, 17 March, 2013 - 00:00

เปิดโครงการ"โรงเรียนสุจริต" ปลูกจิตสำนึก"ต้านคอรัปชั่น"

   ท่ามกลาง "การทุจริต" การสอบครูผู้ช่วยที่เป็นข่าวครึกโครมอยู่ในขณะนี้ กระทรวงศึกษาธิการได้เปิดตัวโครงการ "โรงเรียนสุจริต" ขึ้นเป็นปีแรก นำร่องจากทุกภาค 225 โรงเรียน ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และคัดเลือก 12 โรงเรียนเป็นโรงเรียนต้นแบบ โดยผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายสุพัฒน์ ตันติพัฒน์ ทำหน้าที่แทน รมว.ศึกษาธิการ ปิดโครงการอบรม "โรงเรียนสุจริต" เมื่อเร็วๆ นี้ ณ โรงแรมแอมบาสเดอร์ จอมเทียน พัทยา จ.ชลบุรี 
    นายสุพัฒน์กล่าวว่า เป็นการทดลองวิจัยป้องกันการทุจริต โดยการเน้น 5 ด้านในการเป็น "โรงเรียนสุจริต" ได้แก่ มีทักษะกระบวนการคิด มีวินัย ซื่อสัตย์สุจริต อยู่อย่างพอเพียงและมีจิตสาธารณะ พัฒนาโรงเรียนสู่สากล มีความโปร่งใส เป็นธรรม ตรวจสอบได้ไม่คอรัปชั่น โดยฝึกอบรมผู้บริหาร ครู และนักเรียนที่คัดเลือกให้เป็นโรงเรียนสุจริต นำร่องปลุกจิตสำนึกให้คิดถึงส่วนรวมและ โรงเรียนสุจริตจะเป็นโรงเรียนที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม เข้าถึงข้อมูลได้ง่าย โดยจะผลักดันให้โรงเรียนสุจริตเป็นรูปธรรม เป็นที่รู้จักภายใน 5 ปี 
    ทั้งนี้ เป้าหมายโรงเรียนสุจริตคือ ปลุกจิตสำนึกให้กับทุกคน นอกจากโรงเรียนแล้วยังต้องขยายไปสู่สังคม อย่างการสอบสวนการทุจริตสอบครูผู้ช่วย ที่รัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาให้ความสำคัญ จนพบความไม่ชอบมาพากลและเร่งหาขบวนการที่กระทำผิด และแนวโน้มจะมีการยกเลิกเร็วๆ นี้
    นายสุวัฒน์ให้สัมภาษณ์ว่า โดยปกติแล้วกระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายและบรรจุอยู่ในหลักสูตรและสาระต่างๆ ในเรื่องคุณธรรม จริยธรรม เรื่องการสร้างความสุจริตโปร่งใส เรื่องของกู๊ดกอฟเวอร์แนนซ์ และเรื่องป้องกันการทุจริตอยู่แล้ว แต่ว่าสิ่งที่เป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้คือเรื่องการทุจริต ทั้งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็ดี สิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมก็ดี ซึ่งพระองค์ทรงมีพระบรมราโชวาทเกี่ยวกับการทุจริตที่เกิดขึ้นในสังคม ว่าถ้าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นต่อไปแล้วไม่มีการแก้ไขและป้องกัน จะทำให้ประเทศชาติล่มจมได้ 
    “กระทรวงศึกษาธิการได้น้อมนำพระบรมราโชวาทใส่เกล้า มาดำเนินการเรื่องการป้องกันการทุจริตและสร้างความสุจริตให้เกิดขึ้นในจิตใจของนักเรียน ผู้บริหาร ครู และจะขยายขับเคลื่อนต่อไปในทุกโรงเรียนจนถึงประชาชน
    ส่วนรูปธรรมนั้น เราได้ทำอยู่แล้ว ในทุกโรงเรียน แต่จะสร้างเรื่องนี้ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น จึงได้คิดเป็นโครงการเรียกว่าโรงเรียนสุจริต เพื่อดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง อย่างเช่น ปฏิญญาที่ผู้ผ่านการอบรมรับไปนั้น ระบุว่า 1.จะป้องกันการทุจริตในทุกรูปแบบ ทุกขั้นตอนที่ได้พบเห็นที่เกี่ยวข้อง 2.จะขยายเครือข่ายขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นี้ต่อไป ทุกโรงเรียน นักเรียน ครู ผู้บริหารการศึกษาและประชาชนอย่างทั่วถึง 3.การปลูกฝังความสุจริตให้กับประชาชนคนไทย ตลอดจนนักเรียน ครู ซึ่งเป็นต้นแบบ เพื่อขยายต่อไปทั่วทั้งประเทศ เพราะว่าจะให้ลดน้อยลงไป และไม่ให้เกิดขึ้นก่อนที่เราจะเปิดประตูสู่อาเซียน ซึ่งต้องมีการแข่งขัน มีการสร้างความเชื่อถือศรัทธา" ผู้ช่วยรัฐมนตรีฯ กล่าว
    สำหรับความคาดหวังที่มีต่อโครงการนี้ว่าจะสำเร็จมากน้อยแค่ไหน หรือมีคำถามว่าจะติดตามประเมินผลอย่างไรนั้น
    นายสุพัฒน์กล่าวว่า การเตรียมการและขั้นตอนกระบวนการต่างๆ นั้น กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้เตรียมงานมาหลายเดือน กระบวนการทุกขั้นตอน ตั้งแต่เริ่มคิดโครงการ ตั้งชื่อ ขั้นตอน การติดตามประเมินผล การแก้ไขปัญหา การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นี้ให้ประสบความสำเร็จอย่างไร
    โดยได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากเด็กๆ ที่เข้าค่ายการอบรม พบว่าเข้าใจและตอบรับโครงการโดยความพร้อมของตัวเด็ก พร้อมขับเคลื่อนความคิดนี้ไปยังคนอื่น เพราะเขาได้รับการปลูกฝัง ว่าความทุจริตเป็นสิ่งไม่ดี และเขาก็พร้อมจะเดินตาม และจัดตั้งเครือข่ายในการขยายผลต่อไป ทั้งวิทยุชุมชนหรือสื่อต่างๆ เพื่อให้เข้าถึงประชาชน การปลูกฝังความสุจริตให้เกิดขึ้นในประชาชน สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะเป็นตัวชี้วัดว่าได้ผลหรือไม่ เพื่อการติดตามและขับเคลื่อนโครงการให้ได้ผลเป็นรูปธรรมต่อไป
    สำหรับโครงการ "โรงเรียนสุจริต" อยู่ในโครงการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรมและธรรมาภิบาลในสถานศึกษา “ป้องกันการทุจริต” โดยนางสาวศันสนีย์ นาคพงศ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิด พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และนักวิชาการ นักศึกษา คณะครูอาจารย์จากโรงเรียนต่างๆ ในเขตภูมิภาคตะวันออกเข้าร่วมโครงการ
     นางสาวศันสนีย์กล่าวเปิดว่า โครงการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรมและธรรมาภิบาลในสถานศึกษา “ป้องกันการทุจริต” ถือว่าเป็นโครงการที่ดี มียุทธศาสตร์และแผนงานที่ชัดเจน เล็งเห็นปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น ปัญหาคอรัปชั่น ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของประเทศ แม้ว่าภาครัฐจะมีนโยบายการปราบปรามและรณรงค์เพื่อป้องกันการคอรัปชั่นอย่างต่อเนื่อง แต่ภาพลักษณ์การคอรัปชั่นโดยรวมของประเทศไทยยังไม่ดีขึ้น ซึ่งปัญหาเหล่านี้จะแก้ได้เมื่อมีการปลูกฝังค่านิยมการไม่ทุจริตให้กับเด็กนักเรียนให้มีจิตสำนึกของการมีคุณธรรม ไม่มุ่งหวังแต่ผลประโยชน์ส่วนตัว ก็จะช่วยให้ปัญหาเหล่านี้ลดน้อยลงไปได้
    เชื่อว่าการปลูกฝังค่านิยมให้กับเด็กรุ่นใหม่มีจิตสำนึกในความถูกต้อง ก็จะช่วยทำให้อนาคตของไทยมีสถิติปัญหาการคอรัปชั่นน้อยลง.
    /-/-/