Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

เปิดประสบการณ์เส้นทาง "คาราวานล้านนา" "มีคนชวนไปเที่ยว 'ปางอุ๋ง'...สนใจมั้ย?"


ทันทีที่สิ้นเสียงคนบอก อากัปกิริยาที่กำลังสาละวนอยู่กับสิ่งอื่นก็ชะงักหยุดนิ่ง ในทันใดใบหน้าก็ขยับขึ้นลงแทนคำตอบว่า "ตกลง" ก่อนที่จะทันดูรายละเอียดถึงที่มาที่ไปด้วยซ้ำ

ในใจคิดว่า "ปางอุ๋งเชียวนะ!" บรรยากาศที่เขาว่ากันว่ายิ่งกว่า "เขาค้อ" แดนดินถิ่นสวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย ทิวสนเอย ไอหมอกบางเบาที่เอ้อระเหยลอยคลอเคลียอยู่บนผิวน้ำเอย ยามนั่งแพไม้ไผ่ลัดเลาะผ่านม่านหมอกไปยังต้นน้ำ ก็จะได้พบกับหงส์คู่ขาว-ดำพระราชทาน รวมถึงหมู่บ้านรวมไทยในบริเวณใกล้เคียง ที่มีชนไทยใหญ่อาศัยอยู่กับวิถีชีวิตบ้านๆ อันเป็นอรรถรสที่คนกรุงใฝ่หา ฯลฯ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเคยเห็นผ่านรายการท่องเที่ยว จนเกิดเป็นมโนภาพที่สักครั้งในชีวิตต้องดั้นด้นไปพิชิตปางอุ๋งแห่งเมืองสามหมอกให้ได้ เมื่อมีราชรถมาเกยถึงที่ทั้งที ถ้าไม่ไปก็บ้าแล้วว..ว.

โครงการพระราชดำริปางตอง 2 หรือที่คุ้นหูกันว่า ปางอุ๋ง จุดหมายปลายทางในใจที่กำลังจะไปเยี่ยมเยือน เป็นหนึ่งสถานที่ใน เส้นทางคาราวานท่องเที่ยว 4 จังหวัดล้านนา (ลำปาง-ลำพูน-แม่ฮ่องสอน-เชียงใหม่) ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานแม่ฮ่องสอน ร่วมกับสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดแม่ฮ่องสอน กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 จัดขึ้นเพื่อเปิดประสบการณ์ให้นักท่องทริป ได้เดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่อันสวยงามลือเลื่องเป็นเอกลักษณ์ของถิ่นเหนือ ด้วยเห็นว่าการท่องเที่ยวแบบคาราวาน ช่วยเสริมสร้างความสนุกสนานระหว่างเส้นทาง จากเกมระหว่างทางและมิตรภาพใหม่ๆ ที่ก่อเกิดกับผู้ร่วมขบวนที่มีใจรักการท่องเที่ยวเหมือนกัน

จากปั๊มน้ำมันเพียว รังสิตคลอง 2 จุดปล่อยขบวนคาราวาน ขับกันแบบชิล-ชิล เช้าจรดค่ำก็ถึงเมืองรถม้า จ.ลำปาง เมื่อเก็บของเข้าที่พักเรียบร้อย ทั้งคณะได้ลิ้มลองกับการนั่งรถม้าของดีเมืองลำปางชมเมืองกันถ้วนหน้า แต่ด้วยความเครียดที่ต้องยืนรอขบวนคาราวานที่มาถึงช้ากว่ากำหนดราว 2 ชั่วโมง ทำให้ม้าหลายตัวเกิดอาการหงุดหงิดและดีดเป็นระยะๆ คนที่นั่งอยู่ก็ได้แต่อกสั่นขวัญหายไปตามๆ กัน ประสบการณ์บทใหม่จึงเริ่มการบันทึก ณ ประตูสู่ล้านนานั่นเอง

เช้าตรู่ของอีกวันเมื่ออาทิตย์เริ่มทอแสง ขบวนคาราวานก็ถึงคราเคลื่อนล้ออีกครั้ง สถานที่แรกที่แวะไปก็คือวัดพระธาตุหลวงลำปาง พระธาตุแห่งนี้เหมาะสำหรับคนที่เกิดปีฉลู มากราบไหว้ขอพรแก้ปีชง จากนั้นก็ไปต่อกันที่วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร จ.ลำพูน เมืองบุญหลวงแห่งล้านนา ใครที่เกิดปีระกาให้มาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นี่ แล้วจะเกิดโชคดีแคล้วคลาดปลอดภัย ซึ่งในช่วงที่ไปถึงพอดิบพอดีกับทางวัดเขานำเอายอดฉัตรทองคำแท้ 99% ที่ทำการบูรณะ มาถ่ายรูปคู่กับพระประธานในวิหาร ความงามของเปลวทองอันมีที่มาจากจิตศรัทธาเลื่อมใสในพุทธศาสนาของคนไทย ระยิบระยับเสียจนต้องถ่ายภาพเก็บมาฝากให้เชยชมกัน

และแล้วเส้นทางสู่ปางอุ๋งก็เริ่มต้นขึ้น เมื่อล้อรถตัดเข้าสู่เส้นทางหมายเลข 108 จนถึง อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน และมาจอดแวะพักที่ วัดพระธาตุดอยกองมู ซึ่งเป็นสถานที่แรกที่ทำให้คณะคาราวานรู้จักสาวงามนามแม่ฮ่องสอน วัดพระธาตุดอยกองมูเป็นวัดศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองสามหมอกมาช้านาน เดิมมีชื่อว่าวัดปลายดอย ประกอบด้วยพระธาตุเจดีย์ที่สวยงาม 2 องค์ โดยพระเจดีย์องค์ใหญ่สร้างโดยจองต่องสู่พ่อค้าชาวไทยใหญ่ ราวปี พ.ศ. 2403 เป็นที่บรรจุพระธาตุของพระโมคคัลลานะเถระจากประเทศพม่า รูปทรงเป็นเจดีย์ทรงเครื่องแบบมอญตกแต่งด้วยศิลปะไทยใหญ่ หลังจากกราบไหว้กันเสร็จ คนที่ชอบถ่ายรูปอย่างเราๆ ก็เสาะแสวงหาวิวทิวทัศน์ถูกใจมาฝากอีกเช่นเคย

ตกเย็นก็ไปต่อกันที่ถนนคนเดินแม่ฮ่องสอน อารมณ์ที่ได้ไม่สนุกเท่าไนท์เชียงใหม่ เชียงราย และปาย เพราะผู้คนเงียบเหงา จะมีตื่นตาตื่นใจบ้างก็เป็นของแปลกตาที่วางขาย รวมถึงแสงไฟนีออนสุดสว่างไสวจากวัดจองคำ ที่สะท้อนผืนน้ำในสระสาธารณะราวกับภาพวาด ดูแล้วเพลินตาเจริญใจ

ภารกิจช็อปปิ้งสิ้นสุดเมื่อเวลาล่วงไป 4 ทุ่มกว่าๆ หลายคนกลับไปนอนพักเอาแรง เพราะเหนื่อยกับการนั่งรถบนเส้นทางหฤโหดมา 2 วัน ร่างกายที่ไม่เคยชินกับการนั่งรถนานๆ แถมยังเป็นทางไต่ทิวเขา ที่ลัด เลาะ เลี้ยว ผ่านโค้งหลากขนาดหลายแบบนับไม่ถ้วน นั่งๆ ไป ก้นก็กระเถิบถอยร่นออกนอกเบาะทุกครั้ง จะนอนก็ลำบาก จะกินก็ลำบาก แถมยังรู้สึก "อึนๆ" พะอืดพะอมอยากอ้วก! เพราะท้องไส้ปั่นป่วนจากแรงเหวี่ยงตอนเข้าโค้ง พอได้ที่นอนราบเรียบแสนนุ่ม หัวถึงหมอนจึงหลับเป็นตาย

เช้ามืดของวันที่ 3 นั่นแหละ จุดหมายปลายทางในใจ "ปางอุ๋ง" พื้นที่พัฒนาในโครงการพระราชดำริของในหลวงและสมเด็จพระราชินี ก็ปรากฏแก่สายตานักท่องเที่ยวทุกผู้นาม ความเย็นของอากาศที่ลดต่ำลงไปหลายองศาฯ ไม่สามารถทำให้ความตั้งใจจริงที่มารอดูแสงแรกแห่งวัน และระบำม่านหมอกเหนือผิวทะเลสาบคลายลงแต่อย่างใด ทว่ารอแล้วรอเล่า เมฆครึ้มบนฟากฟ้าก็ไม่มีทีท่าจะจางหาย แสงอำพันจากดวงอาทิตย์ที่ทอประกายก็ไม่สามารถเล็ดลอดสร้างความงามให้ฉากธรรมชาติพนาไพรเขียวขจี แซมด้วยสีชมพูของต้นพญาเสือโคร่งที่สายตาจดจ้องอยู่ตรงหน้าได้ สายหมอกพลิ้วบนอ่างเก็บน้ำที่อยากเห็นก็ไม่ได้เห็น แพไม้ไผ่ก็ไม่ได้นั่ง ทั้งหมดสร้างความเศร้าในจิตแก่นักท่องทริปรุ่นกระเตาะ ที่ฝันว่าสักครั้งในชีวิตต้องมาปางอุ๋งให้ได้ยิ่งนัก จนมีน้ำคำของนักท่องเที่ยวรุ่นอาวุโสปลอบประโลมว่า "ต้องเผื่อใจ" ใช่ว่ามาเที่ยวแล้วจะได้เห็นในสิ่งที่อยากเห็นทุกครั้งไป "มันขึ้นอยู่กับโชคด้วย" งั้นครานี้ก็แสดงว่าดวงกุด! ไม่มีโชคที่จะได้ยลซึ่งความงามของบรรยากาศสวิสเมืองไทย

เมื่อทำใจได้ก็เลยพาสองขามาศึกษาถึงวิถีชีวิตของชนไทยใหญ่ ณ หมู่บ้านรวมไทย แม้หลายบ้านจะผันตัวจากชาวไร่ชาวดอย ไปเป็นพ่อค้าแม่ค้าเต็มตัว ทั้งเปิดร้านขายของชำขายของที่ระลึก เลยไปถึงเปิดบ้านเป็นโฮมสเตย์แต่ความงามของวิถีพื้นบ้านและจิตใจของผู้คนที่ยังใสสะอาด ก็ยังคงตราตรึงให้รู้สึกว่าปางอุ๋งนี่แหละคือสวรรค์

จะว่าไปดวงก็คงไม่กุดไปเสียหมด จากบ้านรวมไทยได้แวะขึ้นรถของเจ้าหน้าที่ ททท.จากส่วนกลาง เขาพาไปแวะที่หมู่บ้านรักไทย ต.หมอกจำแป่ อ.เมือง หมู่บ้านของชาวจีนยูนนาน จากกองพล 93 (ก๊กมินตั๊ง) ความประทับใจแห่งประสบการณ์เส้นทางคาราวานล้านนาเกิดขึ้นที่นี่ ทันทีที่รถเลี้ยวเข้าสู่ตัวหมู่บ้าน ภาพเงาบ้านเรือนที่สร้างด้วยดินและมุงหลังคาด้วยตองตึง สะท้อนผืนน้ำที่เรียบนิ่งสนิทราวกับกระจกเงา ก่อเกิดอารมณ์สุนทรีย์ขึ้นในใจจน จนอยากหยุดเวลาไว้ เพื่อซึมซาบความงามที่คิดว่าทั้งชีวิตก็คงไม่ได้เห็นบ่อยนัก

ผู้โดยสารทั้งคันรถจึงมีประกาศิตให้ล้อรถหยุดหมุน เพื่อลงไปบันทึกภาพเก็บไว้เป็นงานศิลป์ส่วนตัว ที่สร้างจิตใจให้แช่มชื่นจากความเหนื่อยล้าด้วยความงามเมื่อยามได้พิศ ไม่ใช่แค่บรรยากาศเท่านั้นที่งาม แต่จิตใจของผู้คนที่นี่ก็งดงามไม่แพ้ชาวไทยใหญ่ที่บ้านรวมไทยความโอบอ้อมอารีที่มีให้ สัมผัสได้จริงๆ ว่าไม่ได้เสแสร้งเพื่อขายของ

กิจกรรมที่ทำได้ ที่แห่งนี้ สำหรับผู้ที่ผ่านมาเพื่อผ่านไป ก็คือชิมชากลิ่นหอมรสชุ่มคอฟรี ที่เด็ดสุดต้องร้านชาสา ร้านชาร้านเดียวที่ผลิตชาเหมยกวา (อูหลงผสมรวมกับดอกเหมย) มีสรรพคุณบำรุงผิวพรรณ ชะลอความชรา ลดไขมันในเลือด และแก้กลิ่นปาก สรรพคุณดีขนาดนี้ เลยควักเงินซื้อฝากผู้ให้กำเนิดซะ 1 ห่อ ถ้ามีเวลามากพอก็ขอให้แวะกินขาหมูหมั่นโถพันปีรสชาติเยี่ยมด้วย รับรองจะติดใจ อีกหนึ่งรายการอาหารที่ต้องยกนิ้วให้ก็คือ ก๋วยเตี๋ยวยูนนานที่ใช้ยอดถั่วลันเตามาเป็นผักเครื่องเคียง รสกลมกล่อมเสียจนต้องกินเป็นชามที่สอง ส่วนใครที่ต้องการเสพความสงบบริสุทธิ์ที่ให้บรรยากาศศิลปะ ก็ขอให้แวะเพื่อทำชีวิตให้ "ช้าลง" สัก 2-3 คืน แล้วจะรู้ว่าความสุขในชีวิตที่แท้จริงนั้นเป็นอย่างไร

เราจบทริปคาราวานล้านนา ด้วยการไปแวะชมสีสันที่เมืองปาย และข้ามต่อไปเที่ยวสวนสัตว์เชียงใหม่ เพื่อดูไฮไลต์อย่างอะควาเรียมและทูตสันถวไมตรีแพนด้า ทั้งช่วงช่วง หลินฮุ่ย และหญิงน้อยหลินปิง ต่างนอนหลับกันอุตุไร้ซึ่งการตอบสนองใดๆ เอาเป็นว่าทริปนี้ "ดวงกุด" อีกตามเคย :)

ใครที่สนใจเข้าร่วมขบวนคาราวานท่องเที่ยวของ ททท. ในครั้งต่อไปช่วงต้นเดือน ก.พ. ศกนี้ ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ททท.สำนักงานแม่ฮ่องสอน โทร. 0-5361-2982-3, 0-5361-5029 หรือ www.travelmaehongson.org.



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์