Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

ยึดทรัพย์(4)


นอกจากหุ้นบริษัทชินคอร์ปแล้ว ข้อเท็จจริงยังปรากฏว่า เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2543 ผู้ถูกกล่าวหาโอนหุ้นบริษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยให้แก่ผู้คัดค้านที่ 2 จำนวน 10,000,000 หุ้นราคา หุ้นละ 10 บาท ผู้คัดค้านที่ 1 โอนหุ้นบริษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยจำนวน 9,445,900 หุ้น ราคาหุ้นละ 10 บาท หุ้นบริษัทไทยคมจำนวน 3,713,398 หุ้น ราคาหุ้นละ 10 บาท ธนาคารทหารไทย จำกัด มหาชน จำนวน 150,000,000 หุ้น ในใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้นจำนวน 300,000,000 หุ้น ในราคาหุ้นละ 10 บาท โดยผู้คัดค้านที่ 2 ออกตั๋วสัญญาใช้เงิน 3 ฉบับ รวมเป็นเงิน 4,621,590,000 บาท สัญญาจะใช้เงินเมื่อทวงถามโดยไม่มีดอกเบี้ย ต่อมาวันที่ 9 กันยายน 2545 หลังจากที่บริษัทชินคอร์ป เปลี่ยนมูลค่าหุ้นเป็นพาร์ 1 บาท ทำให้ผู้ถือหุ้นมีจำนวนหุ้นเพิ่มขึ้น 10 เท่า และผู้คัดค้านที่ 3 บรรลุนิติภาวะแล้ว ผู้คัดค้านที่ 2 ได้โอนหุ้นบริษัทชินคอร์ปจำนวน 367,000,000 หุ้น ในราคาพาร์ 1 บาท ให้แก่ผู้คัดค้านที่ 3 โดยผู้คัดค้านที่ 3 ใช้เงินที่อ้างว่าได้รับในโอกาสวันเกิดจากผู้คัดค้านที่ 1 ชำระให้แก่ผู้คัดค้านที่ 2 ผู้ถูกกล่าวหาและผู้คัดค้านที่ 1 มิได้เรียกเก็บเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินจากผู้คัดค้านที่ 4 และที่ 5 จนเมื่อมีการจ่ายเงินปันผลของบริษัทชินคอร์ป โดยได้ความจากนายเอนก พนาอภิชน ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านการเงินและบัญชีว่า ภายหลังปี 2540 บริษัทชินคอร์ปงดจ่ายเงินปันผล มาเริ่มจ่ายเงินปันผลในปี 2546 ปีละ 2 งวด เงินปันผลงวดแรกเดือนพฤษภาคม 2546 จากหุ้นที่โอนมาจากผู้ถูกกล่าวหาและผู้คัดค้านที่ 1 และผู้คัดค้านที่ 5 ซื้อหุ้นเพิ่มทุน โดยใช้เงินของผู้คัดค้านที่ 1 ได้จ่ายให้แก่ผู้คัดค้านที่ 2 ถึงที่ 5 และบริษัทแอมเพิลริช เป็นเงิน 165,127,500 บาท, 165,650,000 บาท, 9,000,000 บาท, 151,353,067 บาท และ 148,140,000 บาท ตามลำดับ เมื่อได้รับเงินปันผลงวดแรก ผู้คัดค้านที่ 4 และที่ 5 ก็เริ่มชำระเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินให้แก่ผู้ถูกกล่าวหาและผู้คัดค้านที่ 1 ตามรายการชำระเงินค่าหุ้นหมาย ค 150 และ ค 143 ตามลำดับ ในเดือนพฤษภาคม 2546 ผู้คัดค้านที่ 2 โอนหุ้นบริษัทชินคอร์ปให้แก่ผู้คัดค้านที่ 3 จำนวน 73,000,000 หุ้น โดยผู้คัดค้านที่ 3 ใช้เงินปันผลที่ได้รับจากบริษัทชินคอร์ป จ่ายให้แก่ผู้คัดค้านที่ 2 และผู้คัดค้านที่ 3 ยังใช้เงินปันผลที่ได้รับมาจำนวน 485,829,800 บาท ไปจ่ายเป็นค่าซื้อหุ้น บริษัทอสังหาริมทรัพย์ 5 บริษัท

ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาและผู้คัดค้านที่ 1 ขายให้แก่บริษัท บุญมาร์ก จำกัด คืนมาจากบริษัท บุญมาร์ก จำกัด สำหรับผู้คัดค้านที่ 2 ซึ่งเริ่มชำระเงินตามตั๋วสัญญาใช้เงินให้แก่ผู้คัดค้านที่ 1 ก่อนจะได้รับเงินปันผลจากในเดือนพฤษภาคม 2546 นั้น ผู้คัดค้านที่ 2 ก็เบิกความรับว่า นำเงินที่ได้จากการขายหุ้นธนาคารทหารไทย จำกัด มหาชน และบริษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยที่รับโอนมาจากผู้คัดค้านที่ 1 มาชำระ และเมื่อได้รับเงินปันผลจากบริษัทชินคอร์ปแล้ว ผู้คัดค้านที่ 2 ก็ยังทยอยโอนเงินเข้าบัญชีผู้คัดค้านที่ 1 จนถึงเดือนมกราคม 2549 ปรากฏตามรายการชำระเงินในเอกสารตามหมาย ค 143 สำหรับผู้คัดค้านที่ 4 ซึ่งอ้างว่าได้รับเงินปันผลรวม 6 งวด เป็นเงิน 97,200,000 บาท เมื่อได้รับเงินปันผลงวดแรกจำนวน 9,000,000 บาท ได้สั่งจ่ายเช็คให้แก่ผู้คัดค้านทั้งหมดเงินปันผลงวดที่ 2 จำนวน 13,500,000 บาท ได้สั่งจ่ายชำระหนี้ให้แก่ผู้ถูกกล่าวหา แต่เลขานุการเขียนตัวเลขในเช็คผิด จึงแก้ไขไปจาก 13,500,000 บาทเป็น 11,000,000 บาท เงินปันผลงวดที่ 2 ที่เหลืออีก 2,500,000 บาท ได้สั่งจ่ายเช็คให้ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 เป็นการคืนเงินที่ฝากผู้คัดค้านที่ 3 ซื้อนาฬิกาจากต่างประเทศ ส่วนเงินปันผลงวดที่ 3 ถึงที่ 6 ได้สั่งจ่ายเช็ครวม 44 ฉบับ ได้สั่งจ่ายเงินเข้าบัญชีธนาคารของผู้คัดค้านที่ 4 จำนวน 2 ฉบับ รวมเป็นเงิน 2,100,000 บาท เช็คอีก 42 ฉบับ เป็นเช็คเบิกจ่ายเบิกเงินสด รวมเป็นเงิน 68,000,000 บาท นำมาตกแต่งบ้าน ทำสวน สนามฟุตบอลและสระว่ายน้ำ ประมาณ 20,000,000 บาท

ค่าใช้จ่ายส่วนตัว 6,000,000 บาท ซื้อทองคำแท่ง 13,000,000 บาท ซื้อเครื่องเพชรและเครื่องประดับ 11 ล้านบาท ซื้อเงินตราต่างประเทศประมาณ 10,000,000 บาท และสำรองไว้ที่บ้าน 8,000,000 บาท โดยไม่ได้ส่งเงินให้ผู้ถูกกล่าวหา แต่ผู้คัดค้านไม่มีหลักฐานใดที่เกี่ยวกับการใช้เงินสดจำนวนมาก 68,000,000 บาทมาแสดงข้ออ้างของผู้คัดค้านที่ 4 จึงรับฟังไม่ได้ พฤติการณ์ของผู้ถูกกล่าวหาและผู้คัดค้านที่ 1 กับผู้คัดค้านที่ 2 ถึงที่ 5 ดังได้วินิจฉัยมา เป็นเหตุผลประการหนึ่งให้เชื่อว่า ผู้คัดค้านที่ 5 ซื้อหุ้นเพิ่มทุนบริษัททุนบริษัทชินคอร์ป ผู้คัดค้านที่ 2 ถึงที่ 5 ซื้อหุ้นชินคอร์ปที่ถูกกล่าวหาและผู้คัดค้าน โอนให้ผู้คัดค้านที่ 2 ที่ 4 และที่ 5 ไว้แทนผู้ถูกกล่าวหาและผู้คัดค้านที่ 1 และรับเงินปันผลในหุ้นดังกล่าวจากบริษัทชินคอร์ปไว้แทนผู้ถูกกล่าวหาและผู้คัดค้านที่ 1 ส่วนข้อต่อสู้ของผู้ถูกกล่าวหา และผู้คัดค้านที่ 1 ถึงที่ 3 ว่า คตส.ดำเนินการสองมาตรฐาน นอกจากให้กรมสรรพากรเรียกเก็บภาษีจากผู้คัดค้านที่ 2 และที่ 3 แล้วกลับกล่าวหาว่าผู้ถูกกล่าวหายังคงถือหุ้นในบริษัทชินคอร์ปในหุ้นจำนวนเดียวกันเป็นคดีนี้อีก เห็นว่าการให้เรียกเก็บภาษีอากรจากผู้คัดค้านที่ 2 ที่ 3 ซึ่งซื้อหุ้นจากบริษัทชินคอร์ปจากบริษัทแอมเพิลริช เป็นการการดำเนินการตามบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากร อันเป็นกฎหมายพิเศษที่กำหนดให้ผู้มีเงินได้พึงประเมินมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่ประมวลรัษฎากรกำหนด



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์