Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

ยึดทรัพย์(11)


กรณีการละเว้นอนุมัติ ส่งเสริม สนับสนุน กิจการดาวเทียมตามสัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศโดยมิชอบหลายกรณีเพื่อเอื้อประโยชน์แก่บริษัทชินคอร์ป และกิจการของครอบครัวของผู้ถูกกล่าวหา ในข้อนี้มีข้อที่ต้องพิจารณาตามข้อกล่าวหาของคณะกรรมการตรวจสอบและตามคำร้องของผู้ร้องอยู่ 3 กรณีด้วยกัน กล่าวคือกรณีอนุมัติดาวเทียมไอพีสตาร์ กรณีอนุมัติให้แก้ไขสัญญาสัมปทานครั้งที่ 5 เมื่อวันที่ 27 ต.ค.2547 เรื่องการลดสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทชินคอร์ปในบริษัทไทยคมจากที่ต้องถือครองหุ้นไม่น้อยกว่าอัตราร้อยละ 57 เป็นไม่น้อยกว่าอัตราร้อยละ 40 และกรณีอนุมัติให้ใช้เงินค่าสินไหมทดแทนจากการที่ดาวเทียมไทยคม 3 เกิดความเสียหายจำนวน 67 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ไปเช่าช่องสัญญาณต่างประเทศ ซึ่งในเรื่องโครงการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศนี้เป็นโครงการของประเทศไทยที่มีวัตถุประสงค์หลักจะให้มีดาวเทียมสื่อสารเพื่อใช้สำหรับการสื่อสารภายในประเทศเท่านั้น โดยกระทรวงคมนาคมเป็นผู้ดำเนินการในระยะเริ่มแรกก่อนที่จะมีการปรับปรุงระบบราชการ และมีการจัดตั้งกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารขึ้นมารับงานส่วนนี้จากกระทรวงคมนาคมในเวลาต่อมา โดยมีบริษัทชินคอร์ปเป็นผู้รับสัมปทานตามที่การดำเนินการกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศลงวันที่ 1 ก.ย.2534 ระหว่างกระทรวงคมนาคมกับบริษัทชินวัตรคอมพิวเตอร์แอนคอมมิวนิเคชั่น ซึ่งเป็นชื่อของบริษัทชินคอร์ปที่ใช้อยู่ในขณะนั้น ปรากฏตามเอกสารหมาย ร.449 ตามสัญญาดังกล่าวได้ระบุรายละเอียดไว้ในบทนำว่า สัญญาฉบับนี้ทำขึ้นเมื่อวันที่ 11 ก.ย.2534 ณ กระทรวงคมนาคม โดยนายนุกูล ประจวบเหมาะ ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จะเรียกว่ากระทรวงอีกฝ่ายหนึ่ง บริษัทชินวัตรคอมพิวเตอร์แอนคอมมิวนิเคชั่นจำกัด โดย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท ซึ่งต่อไปในสัญญานี้จะเรียกว่าบริษัทอีกฝ่ายหนึ่ง โดยที่กระทรวงคมนาคมได้ออกประกาศเลื่อนข้อกำหนดในการทำข้อเสนอขอรับสัมปทานโครงการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ ลงวันที่ 20 ก.ย.2531 ให้ภาคเอกชนที่สนใจยื่นเสนอแสดงความจำนงค์ที่จะขอรับสัมปทานเพื่อดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ และบริษัทเป็นผู้หนึ่งที่ได้ยื่นข้อเสนอต่อกระทรวง โดยที่รัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติให้โครงการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศดังกล่าวข้างต้นเป็นโครงการของประเทศ ซึ่งเมื่อรับให้สัมปทานแก่บริษัทแล้ว ดาวเทียมที่บริษัทจัดส่งขึ้นไปตลอดจนสถานีภาคพื้นดินที่บริษัทอ้างขึ้น ต้องตกเป็นของรัฐทันที และโดยที่กระทรวงได้พิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อเสนอของบริษัทเป็นข้อเสนอซึ่งเป็นที่พอใจของกระทรวง ดังนั้น กระทรวงโดยอนุมัติของรัฐมนตรีจึงได้คัดเลือกและตกลงให้บริษัทเป็นผู้ได้รับสัมปทานโครงการนี้ และตามข้อสัญญาข้อ 1 สิทธิให้บริหารวงจรดาวเทียม กระทรวงตกลงให้บริษัทเป็นผู้ดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ โดยกระทรวงตกลงให้บริษัทมีสิทธิในการบริหารกิจการและการให้บริการวงจรดาวเทียมทางสปอนเดอร์ เพื่อการสื่อสารภายในประเทศ ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่าวงจรดาวเทียม และมีสิทธิเก็บค่าใช้วงจรดาวเทียมจากผู้ใช้วงจรดาวเทียม ทั้งนี้ ภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขในสัญญานี้ ข้อ 2 ระยะเวลาดำเนินกิจการและการคุ้มครองสิทธิ กระทรวงตกลงให้บริษัทมีสิทธิในการดำเนินกิจการในข้อ 1 มีกำหนด 30 ปี นับแต่วันลงนามในสัญญา ซึ่งต่อไปจะเรียกว่าอายุสัญญา และกระทรวงตกลงจะคุ้มครองสิทธิในการดำเนินกิจการและให้บริการวงจรดาวเทียมของบริษัทไม่ให้บุคคลอื่นเข้ามาดำเนินการแข่งขัน และจัดให้ผู้ใช้บริการวงจรดาวเทียมและสถานีดาวเทียมภาคพื้นดินใช้วงจรดาวเทียมในระยะเวลา 8 ปี นับแต่ลงนามในสัญญา หากพ้นกำหนดระยะเวลา 8 ปีดังกล่าวแล้ว การคุ้มครองสิทธิของบริษัทเป็นอันหมดไป

การดำเนินงานและแผนดำเนินงาน 5.1 บริษัทตกลง 5.1.1 จัดสร้างและจัดส่งดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศดวงที่ 1 ขึ้นสู่วงโคจรออดิทัลโพสซิชั่นของกระทรวงตามที่กำหนดในข้อ 12 ซึ่งต่อไปจะเรียกว่าตำแหน่งวงโคจร พร้อมกับจัดให้มีดาวเทียมสำรองแบ็กอัพในพฤหัสดาวเทียมภาคพื้นดินกราแบ็กอัพ รวมทั้งจัดให้มีดาวเทียมหลักดาวเทียมสำรองดวงที่ 2 และดวงต่อๆ ไปขึ้นใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และต่อเนื่องกันจนสิ้นอายุดาวเทียมดวงก่อน 5.1.4 จัดส่งดาวเทียมสำรองตาม 5.1.1 ขึ้นอยู่ในตำแหน่งวงโคจรชินออติกแบ็กอัพ หลังจากดาวเทียมดวงแรกเริ่มให้บริการแล้วไม่เกิน 12 เดือน

ข้อ 6 คุณสมบัติของดาวเทียม รายละเอียดของคุณสมบัติเฉพาะดาวเทียมแซทเทลไรท์เทคนิเชียลเซอฟิทิเคชั่นทุกดวงที่บิรษัทสร้างและจัดส่งตามสัญญานี้ จะต้องได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงก่อนและอุปกรณ์ทั้งหมดของดาวเทียม จะต้องเป็นอุปกรณ์ที่ยอมรับแล้วว่าสามารถปฏิบัติงานได้อย่างดี ทั้งนี้ คุณสมบัติการใช้งานของดาวเทียมหลักและดาวเทียมสำรองตั้งแต่ดวงที่ 2 เป็นต้นไปจะต้องมีคุณสมบัติการใช้งานไม่ด้อยกว่าคุณสมบัติการใช้งานของดาวเทียมหลักและดาวเทียมสำรองดวงที่ 1 ตามที่กำหนดในข้อ 7 แต่จำนวนวดาวเทียมชนิดย่านความถี่ซีแบน หรือเคยูแบนตามข้อ 7.1.1 ให้เป็นไปตามที่กระทรวงหรือบริษัทจะตกลงกัน และบริษัทรับรองว่าดาวเทียมหลักและดาวเทียมสำรองของบริษัททุกดวงจะไม่ทำซินไครออติก เว้นแต่ดาวเทียมหลักและดาวเทียมสำรอง ซึ่งไม่ใช่เป็นดาวเทียมหลักและดาวเทียมสำรองแล้ว แต่ยังสามารถให้บริการวงจรดาวเทียมได้ ข้อ 7.2 ดาวเทียมสำรองดวงที่ 1 คุณสมบัติการใช้งานดาวเทียมสำรองดวงที่ 1 อย่างน้อยจะต้องไม่ด้อยกว่าคุณสมบัติการใช้งานของดาวเทียมหลักดวงที่ 1 และทดแทนดาวเทียมหลักดวงที่ 1 เพื่อใช้งานต่อเนื่อง ข้อ 13 การนำวงจรดาวเทียมไปให้ประเทศอื่นใช้ บริษัทจะให้โอกาสเท่าเทียมกันในการขอใช้วงจรดาวเทียมของผู้ใช้วงจรดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศทุกราย และในกรณีที่มีวงจรดาวเทียมเหลือจากปริมาณการใช้ภายในประเทศ บริษัทด้วยความเห็นชอบของกระทรวงสามารถนำวงจรดาวเทียมที่เหลือไปให้บริษัทอื่นได้

ข้อ 15 การโอนกรรมสิทธิ์ การส่งมอบ หรือรับมอบทรัพย์สิน บริษัทยอมให้ดาวเทียมทุกดวงที่จัดสร้างตามสัญญานี้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของกระทรวงในวันที่ผ่านการทดสอบการใช้งานจากทั้ง 2 ฝ่าย หลังจากดาวเทียมเข้าสู่วงโคจรแล้ว ส่วนสถานีควบคุมดาวเทียม รวมทั้งอุปกรณ์ต่างๆ ตามข้อ 5 หลังจากบริษัทจัดตั้งและทดสอบประสิทธิภาพการใช้งานเรียบร้อยแล้ว บริษัทยอมให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของกระทรวงทันที และกระทรวงจะมอบทรัพย์สินดังกล่าวให้บริษัทครอบครองเพื่อใช้ในการดำเนินการตามข้อกำหนด และเงื่อนไขในสัญญาฉบับนี้ อุปกรณ์ที่บริษัทจัดหามาภายหลังการส่งมอบทรัพย์สินตามวรรคแรก เพื่อใช้เกี่ยวกับการให้บริการวงจรดาวเทียมตามสัญญานี้จะต้องเป็นอุปกรณ์ที่เป็นที่ยอมรับแล้วว่าสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างดี และได้รับความเห็นชอบจากกระทรวง ทั้งนี้ บริษัทยอมให้อุปกรณ์ดังกล่าวตกเป็นกรรมสิทธิ์ของกระทรวงทันที และกระทรวงจะมอบให้บริษัทครอบครองไว้เพื่อใช้ในการดำเนินกิจการเช่นเดียวกับวรรคแรก และข้อ 27 การใช้วงจรดาวเทียม โดยไม่เสียค่าตอบแทน บริษัทตกลงให้กระทรวงหรือส่วนราชการ หรือหน่วยงานที่กระทรวงเห็นชอบใช้วงจรดาวเทียมแบบนันพีเอ็นซิเบิลทรานสปอนเดอร์ของดาวเทียมที่บริษัทจัดตั้งขึ้น ซึ่งใช้เป็นดาวเทียมหลักและดาวเทียมสำรองในย่านความถี่ซีแบนจำนวนหนึ่ง วงจรดาวเทียมทรานสปอนเดอร์ตลอดอายุสัญญานี้ โดยไม่ต้องเสียค่าตอบแทนใดๆ แก่บริษัท ทั้งนี้ กระทรวง ส่วนราชการ หรือหน่วยงานดังกล่าวจะไม่นำวงจรดาวเทียมไปใช้ในเชิงพาณิชย์ ทั้งไม่ปรากฏว่ากระทรวง ส่วนราชการ หรือหน่วยงานที่กระทรวงเห็นชอบมีสิทธิ์ที่จะใช้ย่านความถี่เคยูแบน ซึ่งได้ระบุไว้ในข้อ 6 ในเรื่องคุณสมบัติของดาวเทียมด้วย นอกจากข้อกฎหมายดังกล่าวแล้ว ในส่วนของข้อเท็จจริงการอนุมัติดาวเทียมไอพีสตาร์ ซึ่งตามสัญญาสัมปทานกำหนดให้ส่งดาวเทียมสำรองขึ้นสู่อวกาศ เพื่อให้เป็นดาวเทียมสำรองของดาวเทียมไทยคม 3 นั้น ในการจัดส่งดาวเทียมขึ้นสู่อวกาศที่บริษัทผู้รับสัมปทานได้จัดสร้างและจัดส่งโดยโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่กระทรวงคมนาคมตามสัญญาสัมปทาน

ปรากฏว่าวันที่ 17 ธ.ค.2536 ได้จัดส่งดาวเทียมหลักคือ ดาวเทียมไทยคม 1 วันที่ 7 ต.ค.2537 ได้จัดส่งดาวเทียมสำรองคือ ดาวเทียมไทยคม 2 และวันที่ 16 เม.ย.2540 ได้จัดส่งดาวเทียมหลักคือ ดาวเทียมไทยคม 3 ปรากฏตามเอกสารหมาย ร.442 และกระทรวงคมนาคมซึ่งดูแลโครงการดาวเทียมไทยคมอยู่ในขณะนั้นได้อนุมัติให้มีการจัดสร้างดาวเทียมสำรองของดาวเทียมไทยคม 3 ที่จะจัดส่งขึ้นสู่อวกาศต่อไป คือ ดาวเทียมไทยคม 4 แต่เมื่อถึงกำหนดที่จะต้องจัดส่งขึ้นสู่อวกาศนั้น บริษัทผู้รับสัมปทานได้ขอเลื่อนกำหนด 3 ครั้ง ซึ่งต่อมาบริษัทผู้รับสัมปทานก็ได้ขอแก้กำหนดทางด้านเทคนิค โดยขอเปลี่ยนคุณสมบัติของดาวเทียมสำรอง คือดาวเทียมไทยคม 4 เป็นดาวเทียมไอพีสตาร์ ซึ่งเมื่อได้รับอนุมัติแล้วก็ได้มีการจัดส่งดาวเทียมดวงนี้ขึ้นสู่อวกาศในวงโคจรเมื่อวันที่ 11 ส.ค.2548 รายละเอียดปรากฏตามเอกสารหมาย ร.442 ร.443, ร.510, ร.519, ร.527, ร.522 และ ร.518

โดยเรื่องการโครงการสื่อสารภายในประเทศดังกล่าวตามข้อกำหนดแข่งขันสัมปทานดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศได้กำหนดวัตถุประสงค์ เพื่อใช้สำหรับการสื่อสารภายในประเทศไว้อย่างชัดเจน และกำหนดให้มีดาวเทียมหลัก และระบบดาวเทียมสำรอง แต่ในส่วนของระบบดาวเทียมสำรองนั้น มิได้มีการระบุถึงรายละเอียดของเรื่องนี้อย่างชัดเจนว่า จะเป็นระบบเช่าหรือสร้างอยู่ที่พื้นโลก หรือส่งขึ้นบนอวกาศ ปรากฏตามเอกสารหมาย ร.490-492 ต่อมาผู้ถูกกล่าวหาในขณะนั้นที่ยังไม่ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่ในฐานะประธานบริษัทชินคอร์ปในขณะนั้นได้เข้าร่วมแข่งขันรับสัมปทานกับเอกชนรายอื่นๆ และเสนอเงื่อนไขที่ดีที่สุด กระทรวงคมนาคมจึงเชิญเข้าร่วมเจรจาเพิ่มเติมอีกหลายประเด็น รวมถึงประเด็นดาวเทียมสำรอง ซึ่งข้อเสนอเดิมในการยื่นแข่งขันเพื่อรับสัมปทานระยะเวลา 30 ปีนั้น บางช่วงจะเป็นระบบเช่า โดยเช่าจากดาวเทียมประเทศอื่นเพื่อเป็นระบบสำรอง บางช่วงจะมีการสร้างไว้ที่ภาคพื้นดิน และอีกบางช่วงจะสร้างส่งขึ้นสู่อวกาศ แต่เมื่อผู้ถูกกล่าวหาเข้าร่วมเจรจาด้วยตนเองในการประชุมของคณะกรรมการพิจารณาข้อเสนอครั้งที่ 9/2533 ในวันที่ 27 ธ.ค.2533 ได้มีการเสนอเพิ่มเติมว่าจะลงทุนมากขึ้นโดยตลอดอายุสัญญา 30 ปี จะสร้างและส่งดาวเทียมสำรองขึ้นสู่อวกาศตลอดระยะเวลา ห่างจากดาวเทียมดวงหลักไม่เกิน 12 เดือน ปรากฏตามรายงานการประชุมเอกสารหมาย ร.474 ซึ่งต่อมาผู้ถูกกล่าวหาได้ทำหนังสือที่ ชว 001/2534 ลงวันที่ 2 ม.ค.2534 และที่ ชว 439/2534 ลงวันที่ 23 พ.ค.2534 เอกสารหมาย ร.460 ยืนยันข้อเสนอเพิ่มเติมดังกล่าวไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ข้อเสนอดังกล่าวนั้นเป็นข้อเสนอที่ทำให้กระทรวงคมนาคมนำเสนอคณะรัฐมนตรี จนกระทั่งคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้บริษัทชินคอร์ปได้รับสัมปทานและมีการลงนามในสัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ ลงวันที่ 17 ก.ย.2534 โดยระบุเกี่ยวกับการดำเนินการตามแผนงานคุณสมบัติของดาวเทียม ระบบดาวเทียมสำรอง และการเปลี่ยนแปลงแผนงานดำเนินงานนั้นจะต้องได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงคมนาคมก่อน ตามที่กำหนดไว้ในข้อ 5, 6 และข้อ 7 ของสัญญาสัมปทาน ส่วนการที่จะนำวงจรดาวเทียมที่เหลือใช้จากประเทศไปให้ต่างประเทศไปใช้บริการต้องอยู่ภายใต้ความเห็นชอบของกระทรวงคมนาคมตามที่ระบุไว้ในข้อ 13 ของสัญญาสัมปทาน ซึ่งจะมีเอกสารต่างๆ แนบท้ายไว้ โดยเฉพาะแผนดำเนินการนั้นได้ระบุรายละเอียดไว้ว่า ตามระยะเวลาสัญญา 30 ปีจะส่งดาวเทียมหลัก และดาวเทียมสำรองจำนวน 2 ชุด แต่ละชุดมีดาวเทียม 2 ดวง รวมดาวเทียมทั้งหมด 4 ดวง ซึ่งดาวเทียมสำรองจะส่งขึ้นสู่อวกาศมีระยะเวลาห่างจากส่งดาวเทียมหลักไม่เกิน 12 เดือน

สำหรับการที่บริษัทผู้รับสัมปทานได้ร้องขอเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติดาวเทียม 4 เป็นดาวเทียมไอพีสตาร์นั้นก็ได้ร้องขอโดยให้เป็นดาวเทียมสำรองเช่นเดิม ปรากฏตามหนังสือที่ ชช (ส) 010 ลงวันที่ 26 ก.ค.2545 แต่ดาวเทียมไอพีสตาร์มีรายละเอียดทางเทคนิคที่ไม่เหมือนกับดาวเทียมไทยคม 3 กระทรวงคมนาคมจึงได้มอบหมายให้กรมไปรษณีย์โทรเลขศึกษาข้อมูลทางเทคนิคของดาวเทียมไอพีสตาร์ กรมไปรษณีย์โทรเลขเห็นว่าดาวเทียมไอพีสตาร์เป็นดาวเทียมหลักดวงใหม่ ซึ่งไม่ใช่ดาวเทียมสำรองที่จะจัดสร้างแทนดาวเทียมไทยคม 4 แต่อย่างใด ปรากฏตามหนังสือที่ กก 0704 (ปว/14221) ลงวันที่ 29 ส.ค.2545 เอกสารหมาย ร.514 และเมื่อนำผลการศึกษาดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการประสานงานโครงการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ ที่แต่งตั้งขึ้นตามสัญญาสัมปทานในคราวที่พิจารณาโครงการดาวเทียมไอพีสตาร์ครั้งที่ 1/2545 ลงวันที่ 29 ส.ค. 2545 ปรากฏตามรายงานการประชุมเอกสารหมาย ร.513 ที่ประชุมได้มีมติว่า เป็นดาวเทียมหลักดวงใหม่เช่นเดียวกับความเห็นของกรมไปรษณีย์โทรเลข แต่เมื่อมีการประชุมคณะกรรมการประสานงานครั้งที่ 2/2545 ลงวันที่ 10 ก.ย.2545 กลับปรากฏตามรายงานการประชุมว่า มีการขอแก้ไขมติครั้งที่ 1/2545 ข้างต้นเป็นว่า ดาวเทียมไอพีสตาร์เป็นดาวเทียมดวงหลักหรือดาวเทียมสำรองไม่ใช่ประเด็นหลัก แต่ต้องมีการทำแผนสำรอง และคุณสมบัติดาวเทียมไอพีสตาร์นั้นต้องไม่ด้อยไปกว่าดาวเทียมดวงอื่นและเป็นไปตามสัญญาแล้ว ซึ่งเท่ากับมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงและอนุมัติให้ดาวเทียมไอพีสตาร์เป็นดาวเทียมสำรองได้ตามที่บริษัทผู้รับสัมปทานร้องขอ และเสนอขออนุมัติโครงการต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ปรากฏตามเอกสารหมาย ร.515 ทั้งที่ยังไม่มีการรับรองรายงานการประชุมคณะกรรมการประสานงานครั้งที่ 2/2545

เมื่อมีการทำหนังสือขออนุมัติต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมตามหนังสือที่ กก 0208/สนข 1863 ลงวันที่ 18 ก.ย.2545 ซึ่งเมื่อวันที่ 24 ก.ย.2545 นายวันมูฮัมหมัด นอร์ มะทา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และเป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทย ซึ่งมีผู้ถูกกล่าวหาเป็นหัวหน้าพรรค ก็ได้มีการอนุมัติปรากฏตามเอกสารหมาย ร.509 ทั้งนี้ เลขานุการคณะกรรมการประสานงานใช้วิธีทำหนังสือเวียนไปยังคณะกรรมการประสานงานปรากฏตามหนังสือที่ กก 0208/ว.7386 ลงวันที่ 27 ก.ย.2545 เพื่อขอให้รับรองรายงานการประชุมครั้งที่ 2/2545 โดยเป็นการรับรองรายงานการประชุมครั้งที่ 1/2545 ด้วย และกำหนดไว้ว่าขอให้แก้ไขภายในวันที่ 10 ต.ค.2545 โดยมิได้มีการประชุมคณะกรรมการประสานงานเพื่อลงมติพร้อมกันนี้ในวันเดียวกันนั้น กระทรวงคนาคมได้มีหนังสือแจ้งบริษัทไทยคมว่าได้อนุมัติโครงการดาวเทียมไอพีสตาร์แล้ว ปรากฏตามหนังสือที่ กก 02084 ลงวันที่ 27 ก.ย.2545 เอกสารหมาย ร.510



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์