สัญญาณสัมปทานเอกสารหมาย ร. 449 ข้อ 25 การประกันภัยทรัพย์สินย์ระหว่างที่สัญญายังมีผลบังคับอยู่ซึ่งข้อ 25.1 บริษัทต้องเอาประกันภัยประเภทคุ้มครองการเสี่ยงภัยทุกชนิดต่อทรัพย์สินในข้อ 5 และทรัพย์สินที่เพิ่มตามข้อ 15 ที่บริษัทได้โอนให้กระทรวงแล้วเต็มมูลค่าของทรัพย์นั้น ๆ โดยเอาประกันภัยกับบริษัทประกันภัยในเงื่อนไขประกันภัยที่ประกอบธุรกิจดาวเทียมในลักษณะเดียวกันใช้อยู่ โดยให้กระทรวงผู้รับกระทรวงประโยชน์ร่วมและบริษัทเป็นผู้ชำระเบี้ยประกันภัยและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ
ข้อ 25.2 การส่งมอบประกันภัยตามวรรคแรกหรือประกันภัยเพิ่มเติมให้กระทรวงภายใน 30 วัน นับตั้งแต่บริษัทเอาประกันภัยในแต่ละปีหรือวันที่เอาประกันภัยเพิ่มแล้วแต่กรณี ทั้งนี้ กระทรวงยินยอมใ
ห้บริษัทเป็นผู้เจรจาต่อรองค่าเสียหายและความรับผิดของผู้ประกันภัยตามกรมธรรถ์ประกันภัยดังกล่าว โดยความเห็นชอบของกระทรวงและบริษัทต้องแจ้งผลการเจรจาให้กระทรวงทราบเป็นระยะโดยทันที และข้อ 37 การจัดการทรัพย์สินที่สูญหายและเสียหารหรือสูญหาย เมื่อเกิดการเสียหายแกทรัพย์สินตามข้อ 5 หรือข้อ 15 แ หรือทรัพย์สินสูญหายไป โดยบริษัทจะต้องรีบซ่อมแซมทรัพย์สินที่เสียหายหรือจัดากา
รหาทรัพย์สินที่สูยหายโดยทันที เพื่อให้การดำเนนิงานเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกระทรวงจะมอบเงินค่าสินไหมทดแทนที่ได้รับจากบริษัทประกันภัยตามข้อ 25 ให้บริษัท และถ้าค่าซ่อมแซมหรือราคาทรัพย์สินที่จัดก
ารมีราคาสูงกว่าเงินที่มีสินไหมทดแทนบริษัทตกลงเป็นผู้รับผิดชอบเงินส่วนที่เพิ่มขึ้นนนั้นทั้งหมด วรรค 2 ในกรณีที่จัดหาทรัพย์สินทดแทนให้นำความในข้อ 15 ในเรื่องการโอนกรรมสิทธิ์และการส่งมอบรับ
มอบทรัพย์ในข้อบังคับมาใช้ในกรณีนี้ด้วย และวรรค 3 การจัดหาทรัพย์สินมาทดแทนในกรณีดังกล่าวในวรรคแรกบริษัทต้องจัดหาทดแทนให้สามารถทำตามสัญญาได้อย่างต่อเนื่อง แม้บริษัทจะพิจารณาเห็นว่า
การลงทุนหาทรัพย์สินทดแทนดังกล่าวผลประโยชน์ที่จะได้รับจากทรัพยิ์สนดังกล่าวจากากรลงนามสัญญาที่มีอยู่จะไม่คุ้มกับการลงทุนก็ตาม ซึ่งบริษัทอาจเสนอให้กระทรวงเสนอารขยายสัญญาออกไป นอกจากข้อ
กฎมหายที่กล่าวถึงข้างต้นแล้ว ในส่วนข้อเท็จจริงนั้นก็ปรากฎว่าในการที่บริษัทไทยคมได้ร้องขอเปลี่ยนแปลงดาวเทียมไทยคม 4 เป็นดาวเทียมไทยคมไอพีสตาร์ โดยร้องขอเป็นดาวเทียมรำสองเช่นเดิมและได้รับการอนุมัติเมื่อวันที่ 24 ก.ย. 2545 ซึ่งมีกำหนดขึ้นสู่อวกาศเมื่อปี 2547 นั้นได้มีการอนุมัติแผนสำรองดาวเทียมไทยคม 3 ด้วย หากเกิดกหรณีเสียหาย ครั้งในวันที่ 7 ก.พ. 2546 ได้เกิดเหตุดาวเทียมไทยคม 3 เสียหายบกพร่องเกี่ยวกับระบบพลังงานบางส่วน
ต่อมาบริษัทไทยคมได้เจรจากับบริษัทประกันภัยปรากฎว่าดาวเทียม 3 เสียหายเป็นส่วนใหญ่ แต่ยังมีบางส่วนใช้งานได้ และได้มีการเรียกสินไหมทดแทนแล้ว และได้รับเงินสินไหมทดแทนจำนวน 33,028,
960 ดอลลาสหรัฐ โดยบริษัทไทยคมไขออนุมันติสร้างดาวเทียมดงใหม่ทดแทน ปรากฎตามหนังสือที่ อช (ส 065/2546 ) ลงวันที่ 17 ก.ค. 2546 และต่อมาได้รับขออนุมัตินำเงิน6,765,299 ดอลลาสหรัฐไปเช่าช่อสัญญาณดาวเทียวจากต่างประเทศ เพื่อใช้ทดแทนชอ่งดาวเทียมไทยคม 3 พร้อมทั้งใช้เป้นช่องสัญญาณสำรอง ปรากฎตามหนังสือ อช (ส 71/2546 ) ลงวันที่ 17 ส.ค.2546 กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศลากรสือ่สารได้อนุมัติให้บริษัทไทยคมนำเงิน 6,765,299 ดอลลาสหรัฐ โดยขช่องสัญญาณต่างประเทศเพื่อทดแทนและสำรอง และอีกหนึ่งจำนวน 26 ล้านดอลลาสหรัฐเพื่อสร้างดาวเทียมดวงใหม่ทดแทนชื่อว่า ดาวเทียมไทยคม 5 หรือ 3R โดยหากค่าสร้างสูงกว่าให้บริษัทไทยคมรับผิดชอบส่วนต่างที่เพิ่มขึ้น อันเนื่องจากนายสุรพงศ์ สืบวงศ์ลี รัฐมนตรีว่าการกรระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้อนุมัติเรื่องดังกล่าวปรากฎตามหนังสือที่ อช (409/2546 )ลงวันที่ 29 ต.ค.2546 ต่อมาบริษัทไทยคมแจข้งว่าจะได้รับเงินสินไหมทดแทนจำนวน 3,328,960 ดอลลาสหรัฐ ซึ่งต้องลงนามในหนังสือ ดีลิสแอนด์ดิสชาร์ต เพื่อปลดภาระผูกพันให้แก่บริษัทประกันภัย และเปิดบัญชีแอกซ์โกลแอคเค้าน์กับธนาคารที่ประเทศสิงคโปร์เพื่อรับเงินสินไหมทดแทนเป้นเงินสกุลดอลลาสหรัฐข้างต้น นายสุรพงศ์ได้อนมัติตามที่บริษัทไทยคมร้องขอเมื่อวันที่ 20 พ.ย.2546 ปรากฎตามหนังสือที่ อช ( 423/2546 )
ลงวันที่ 7 พ.ย. 2546 บริษัทไทยคมได้นำหลักฐานการส้รางดาวเทียมดวงใหม่มาเปิดใช้จากบัญชีแอกซ์โกลแอคเคาน์ เพื่อนำไปสร้างดาวเทียมไทยคม 5 หรือ 3R จนกระทั่งขึ้นสู่วงจรเมื่อเดือนพษฤภาคม 2549 ซึ่งค่าสร้างมากกว่าค่าสอนไหมทดแทนจำนวน 26 ล้านดอลลาสหรัฐนั้น บริษัทได้นำหลักฐานไปเบิกใช้เงินดังกล่าว แต่ยังไม่หทดโดยปัจจุบันยังมียอดเงินคงเหลือค้างในบัญชีแอกซ์โกลแอคเคาน์ในประเทศสิงค์โปร ประมาณ 1,800,000 ดอลลาสหรัฐ เห็นว่าเรื่องการจัดการกรณีที่เสียหายกับดาวเทียมและอุปกรณ์ต่างนั้น ตามศัญญาสัมปทานเอกสารหมาย ร.449 ข้อ 37 ได้กำหนดให้บริษัทผู้รับสัมปทานรีบซ่อมแซมทรัพย์สินที่เสียหายหรือจัดการหาทรัพย์สินทดแทนทรัพย์สินที่สูญหายโดยทันที เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และกระทรวงผู้ให้สัมปทานก็จะมอบเงินค่าสินไหมทดแทนที่ได้รับจากบรัทประกันภัยให้ และถ้าค่าซ่อมแซมหรือราคาทรัพย์สินที่จัดหามีราคาสูงกว่าค่าสินไหมทดแทน บริษัทผู้รับสัมปทานเป็นผู้รับผิดชอบจำนวนเงินที่เพิ่มขึ้นทั้งหมด ดังนั้น เมื่อเมือ่พิจารณถึงข้อสัมปทานข้อ 37 ดังกล่าวกรณีที่ก่อให้กเดความเสียหายแก่ทรัพย์สิน ซึ่งกรณีนี้คือดาวเทียมไทยคม 3 หากเกิดความเสียหายบางส่วนบริษัทผู้รับสัมปทานจะต้องดำเนินการซ่อมแซมและมารับค่าสินไหมทดแทนเนื่องจากมาด้วยสัมปทาน แต่ถ้าเกิดความเสียหายจนไม่สามารถที่จะใช้งานหรือดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง
บริษัทสัมปทานต้องดำเนินการจัดสร้างดาวเทียมดวงใหม่มาทดแทน แล้วจึงรับเงินค่าสินไหมทดแทนจากทางกระทรวงผุ้ให้สัมปทาน ทั้งนี้ หากค่าซ่อมแซมมีราคาสูงกว่าจำนวนเงินค่าสินไหมทดแทน ทาง
บริษัทผู้รับสัมปทานต้องรับผิดชอบในจำนวนเงินที่เพิ่มขึ้นทั้งหมด ตามข้อสัญญาดังกล่าวการที่มีอนุมัติให้ผู้รับสัมปทานดังกล่าว นำวงเงินบางส่วนจำนวน 6765299 ดอลลาสหรัฐ ที่ได้รับากค่าสินไหมทดแทนไทยคม 3 ไปเช่าดาวเทียมไทยคมต่างประเทศ เพื่อใช้ทดแทนช่องสัญญาณเดิมและใช้เป้นสำรอง จึงขัดต่อสัญญาดังกล่าว เนื่องจากบริษัทไทยคมทำผิดสัญญาไม่มีดาวเทียมสำรองไทยคม 3 มาโดยตลอด และบริษัทไทยคมผู้รับสัมปทานต้องเป้นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการดำเนินการให้มีดาวเทียมใช้ได้อย่างพอเพียงและโดยต่อนเองจากมีประสิทธิภาพ ไม่มีสิทธินำเงินไปเช่าช่องสัญญาณดาวเทียมจากต่างประเทศ แต่ต้องนำเงินค่าสินไหมทดแทนทั้งหมดจำนวน 3328960 ดอลลาสหรัฐที่ไดรับไป้สร้างดาวเทียมดวงใหม่ทดแทนตามเงื่อนไขแห่งสัญญาณสัมปทาน โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐขึ้นอยู่ภายใต้ข้อบังคับบัญชาหรือกำกับดูแลควบคุมตรวจสอบของผู้ถูกกล่าวหา ได้อนุมัติตามที่บริษัทไทยคมตามที่อนุมัติร้องขอ การอนุมัติให้นำเงินบางส่วนที่ได้รับจากค่าสินไหมทดแทน ที่เกิดจากความเสียหายดังกล่าวไปเช่าดาวเทียมจากต่างประเทศ เพื่อนำดาวเทียมนั้นใช้สำรองจึงเป็นการอนุมติที่ไม่ชอบ และเอื้อประโยชน์ให้แก่บริษัทไทยคม และบริษัทชินคอปร์ เพราะในช่วงเวลานั้นบริษัทไทยคมไม่ตกทับเงินทุนตัวเองหรือไม่ต้องระดมทุน โดยกู้ยืม
เงินหรือเพิ่มทุนเพื่อดำเนินการซ่อมแซมดาวเทียมไทยคม 3 หรือจัดสร้างดาวเทียมใหม่ตามสัญญาสัมปทานและยกกรรมสิทธิ์กับกระทรวงผู้ให้สัมปทาน ในทางกลับกันยังทำให้กเความเสียหายแก่ภาครัฐเนื่องจากทรัพย์สินที่ทำประกันภัยเป็นของรัฐ ค่าสินไหมทดแทนดังกล่าวรัฐต้องเป้นผู้ควบคุมดูแลหรือคงไว้ในหลักประกันความมั่นคง หากเกิดกรณีไม่สามารถซ่อมแซมหรือจัดหาทรัพย์สินทดแทนเพื่อใช้ดำเนินการต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง โดยต้องสร้างดาวเทียมดวงใหม่ทดแทนตามสัญญาสัมปทานให้แล้วเสร็จ ก่อน การที่บริษัทไทยคมที่เป็นผุ้ได้รับสัมปทานโดยตรงจากประโยชน์จากการที่ไม่ต้องใช้เงินทุน หรือระดมทุน หรือกู้ยืมเงินเพื่อลงทุนในโครงการไทยคม 4 เพื่อใช้เป้นดาวเทียมสำรองไทยคม 3 มูลค่า 4000 ล้านบาท จากาการไม่ต้องดำนเนินการกระบวนการรับสัมปทานใหม่ จากโครงการดาวเทียมไอพีสตาร์มูลค่า 16459 ล้านบาท ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าวร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 จากการที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ จากกำไรเป็นเวลา 8 ปีมูลค่าไม่เกิน 14,059 ล้านบาทจากการไม่ต้องจัดสรรสร้างดาวเทียมสำรอง ดาวเทียมไอพีสตาร์อีกหนึ่งดวง
จากการไม่ต้องใช้เงินทุน ระดมทุนหรือกู้ยืมเงินมาเพื่อรักษาสัดส่วนที่บริษัทชินคอปร์ต้องถือไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ในบริษัทไทยคมในการแก้ไขสัญญาณสัมปทานครั้งที่ 5 ให้คงเหลือสัดส่วนที่จะต้องถือหุ้น
ไม่น้อยกว่ารอยละ 10 หรือจากการ และจากการไม่ต้องซ่อมแซมหรือต้องทดแทนดาวเทียมไทยคมตามที่เสียหาย และเมื่อหามาทดแทนหรือซ่อมแซมแล้วจะต้องตกเป็นทรัพย์สินของรัฐ ตามสัญญาสัมปทานแต่ใ
นเมื่อค่าสินไหมทดแทนตามที่กระทรวงคมนาคมได้รับจากยริษัทประกัยภัยไปเช่าดาวเทียมต่างประเทศเพื่อใช้ทดแทนดาวเทียมไทยคม 3 ที่เสียหายจำนวน 268 ล้านบาท ซึ่งบริษัทชินคอปร์และบริษัทไทยคมที่ได้รับสัญญาดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศจากกันโดยตรงและมีภาระต้องรับผิดร่วมกันและแทนกัน องค์คณะผู้พิพากษจึงมีมติด้วยเสียงข้างมากว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทชินคอปร์ ฯ และบริษัทไทยคม








