Sunday X-Cite X-Cite Kidz Tabloid
Subscribe to Thaipost
JPEG || PDF
Download

พักกาย ผ่อนใจ ไปธรรมะหรรษา'ขอนแก่น'


  นานๆ ที ถึงจะมีทริปเพื่อสุขภาพแวะมาชักชวนให้ร่วมขบวนไปด้วยสักครั้ง แต่คราวนี้ทวีความพิเศษด้วยเส้นทางท่องเที่ยวในแบบผู้หญิงๆ ที่ไม่ต้องงอนง้อให้ผู้ชายพาไปเหมือนเคย กับโครงการดีๆ "Lady Journey : ททท.พาผู้หญิงเที่ยวไทย" โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จับมือกับบัตรเครดิต ยูโอบี เลดี้ จัดทริปเที่ยวให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของผู้หญิงถึง 5 แบบ 10 เส้นทางด้วยกัน
     หลังจากทำงานแบบเหน็ดเหนื่อยมาเนิ่นนาน ไม่ใช่แค่เหนื่อยกายอย่างเดียว แต่ยังเหนื่อยใจเหนื่อยสมองไปกับสภาพสังคมที่บีบรัด  จนวันๆ มีแต่เรื่องทุก์แวะเวียนมาเคาะประตูชีวิตอยู่ร่ำไป ฉะนั้น การพักผ่อนสมองด้วยธรรมะหรรษา น่าจะเป็นวิธีการที่ดีมิใช่น้อยกับการพักกายผ่อนใจ ละทิ้งทุกสิ่งที่แบกไว้เบื้องหลัง สำหรับผู้หญิงเวิร์กกิ้งวูแมนอย่างเราๆ และในครั้งนี้ ยังได้ผู้หญิงเก่งอย่าง หน่อง อรุโณชา ภาณุพันธุ์ เจ้าของบรอดคาสไทยเทเลวิชั่น กับ กิ๊ก มยุริน ผ่องผุดพันธ์ มาเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ของทริปอีกด้วย
     ความเย็นช่ำของบรรยากาศที่ร่มครึ้มไปด้วยเงาของแมกไม้  ณ บ้านสุพรรณิการ์ โฮม บูทิก รีสอร์ท คือจุดเริ่มต้นแรกของทริปเที่ยวพักผ่อนสมอง ด้วยโยคะธรรมะหรรษา ณ จังหวัดขอนแก่น
     แทบไม่น่าเชื่อว่าใจกลางเมืองขอนแก่น ที่ระอุร้อนไปด้วยแสงอาทิตย์สาดยามเที่ยงวันจะมีสถานที่ที่ทำให้ใจสงบเคลิ้มได้ขนาดนี้ ก่อนจะเริ่มต้นกิจกรรมฝึกสมาธิ และฝึกโยคะในแบบต่างๆ ที่บ้านสุพรรณิการ์โฮม เรารองท้องเบาๆ ด้วยน้ำเสาวรสคั้นสดและเมี่ยงใบชะพลูแบบพอดีคำ เพื่อให้ 3 ชั่วโมงต่อจากนี้ ไม่ทรมานสังขารจนเกินไปนัก
     และด้วยความที่ไม่เคยเล่นโยคะมาก่อน ทำให้ท่วงท่าลีลาในการบริหารร่างกายเป็นไปแบบงกๆ เงิ่นๆ ดีที่ว่าอาจารย์จากสถาบัน All-outt เขามีใจเมตตา ค่อยๆ สอนโยคะในแบบไม่ยากจนเกินไปนัก และโยคะที่ได้เล่นนั้นมีทั้งสูตรยุวโยคะ-กังฟู สูตรมวยจีน สูตรชี่กง สูตรปากัว และสูตรไท้เก๊ก โดยจับโน่นนิดผสมนี่หน่อยให้คนหน้าใหม่ได้ลองจนติดใจไปตามๆ กัน เพราะหลังจากฝึกจิตด้วยกระบวนท่าต่างๆ แล้ว ขณะที่เข้าฌาณนั่งสมาธิในช่วงสิบนาทีสุดท้ายภายในห้องสีขาวโพลน รู้สึกได้เลยว่าจิตใจสงบนิ่งอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
     เราส่งท้ายที่นี้ด้วยการอาหารมือค่ำสุดแสนอร่อย กับเมนูเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริง ทั้งยำเห็ดออรินจิย่าง แกงเลียง น้ำพริกปลาทูผักสด ส้มตำไข่เค็ม ข้าวกล้อง และอื่นๆ อีกมากมาย อย่างไรก็ตาม ที่สุพรรณิการ์โฮมยังมีห้องพักสุดหรูในราคาสบายกระเป๋า ไว้ให้ผู้ที่ต้องการสงบจิตสงบใจพักผ่อนค้างคืนตามอัธยาศัยด้วย จากนั้นก็เดินทางสู่ที่พัก ณ Wishing Tree Resort ที่โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติเช่นกัน
     เช้าตรู่ในวันรุ่ง ทั้งคณะก็มุ่งหน้าไปทำบุญให้จิตผ่องใสต่อเนื่อง ด้วยการสักการะพระบรมสารีริกธาตุที่วัดหนองแวง หรือที่รู้จักกันในชื่อพระมหาธาตุแก่นนคร พระธาตุ 9 ชั้น
     วัดหนองแวงเดิมชื่อวัดเหนือ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2332 โดยท้าวเพียเมืองแพน เจ้าเมืองคนแรก ณ บ้านบึงบอน (บึงแก่นนคร) ต่อมาถูกยกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวงในปี พ.ศ. 2527 ปัจจุบันวัดหนองแวงเป็นอีกหนึ่งศาสนสถาน ที่มีผู้คนไปกราบไหว้ขอพรอย่างไม่ขาดสาย นอกจากสถาปัตยกรรมภายนอกที่ดึงดูดสายตากับองค์พระธาตุ 9 ชั้นแล้ว ภายในเองก็แฝงไว้ด้วยความศรัทธาอย่างเต็มเปี่ยม
     น้องแทน เด็กชายวัย 11 ขวบ ศึกษาอยู่ชั้นประถมปีที่ 6 คือ มัคคุเทศก์น้อยที่ทางวัดของแรงจากโรงเรียนให้มาช่วยพานักท่องเที่ยวชมวัด คำพูดคำจาฉะฉานเกินเด็ก ทำให้ผู้ใหญ่ถึงกับเพลินเพริดไปกับเรื่องราวที่แทนเล่าให้ฟังระหว่างที่เจ้าตัวพาเดินชมองค์พระธาตุ  9 ชั้น ซึ่งต้องไต่บันไดถึง 156 ขั้น กว่าจะถึงชั้น 9 เล่นเอาเหนื่อยหอบกันเลยทีเดียว
     น้องแทนบอกด้วยว่า ภายในองค์พระธาตุ 9 ชั้น มีเรื่องราวเกี่ยวกับวัดและเมืองขอนแก่น  ให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้มากมาย ที่น่าสนใจเป็นพระอุระของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในชั้นที่ 1 และภาพเขียนเรื่องราวข้อห้ามของชาวอีสาน วาดไว้สอนลูกสอนหลานที่เรียกว่า "คะลำ" ในชั้นที่ 2 และชั้นที่ 9 ที่เป็นหอพระพุทธ ตรงกลางมีบุษบกบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่สำคัญสามารถเจริญตาด้วยการชมทัศนียภาพของตัวเมืองขอนแก่นทั้ง 4 ด้านได้แบบ 360 องศา โดยเฉพาะด้านทิศตะวันออกที่มองเห็นเวิ้งน้ำของบึงแก่นนครได้ทั้งหมด
     ...ชมโชยโบกสะบัดบนชั้น 9 พาพัดความทุกข์ให้จางหายได้ชะงัดนัก
     ไหว้พระกันเสร็จสรรพ  ก็แวะทานอาหารอีสานรสแซบ ก่อนจะพากันไปช็อปผ้าไหมมัดหมี่มากคุณภาพ ผลิตในแบบ Handmade กันที่แหล่งต้นกำเนิด บนถนนสิริสารโสภณ อ.ชนบท และแวะชม "สิมโบราณ" ที่วัดสระทองบ้านบัว อ.มัญจาคีรี ที่ต้องพาไปดูก็เพราะส่วนหนึ่งเป็นการไปถวายสังฆทานส่งเสริมให้บุญเกื้อหนุน  แต่อีกส่วนเป็นการไปยลสิมหรือโบสถ์อีสานโบราณอายุเกือบ 200 ปี (สร้างปี พ.ศ.2375) ที่ทรงคุณค่าทั้งทางสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรม จน UNESCO มอบรางวัลอาคารทรงคุณค่าด้านการอนุรักษ์มรดกและวัฒนธรรมแห่งเอเชียแปซิฟิก (Award of Merit) ให้แก่วัดและชาวบ้านที่ร่วมใจกันรักษาสืบสานในปี 2545
     ผู้เฒ่าผู้แก่  ณ วัดสระทองบ้านบัว เล่าให้ฟังคร่าวๆ ถึงที่มาที่ไปของสิมอีสานโบราณแห่งนี้ว่า  สถาปัตยกรรมที่เห็นนี้เป็นศิลปะของชาวลาว ที่อพยพมาตั้งถิ่นฐาน ณ ที่แห่งนี้ ตั้งแต่สมัย ร.1 และหอบเอาขนบลาวมาด้วย โดยคำว่าสิมมีรากคำมาจากเสมา ซึ่งก็คือพื้นที่ทางศาสนาหรือโบสถ์นั่นเอง
     ด้วยเป็นพื้นที่กันดาร ทำให้ชาวบ้านสร้างสิมกันแบบตามมีตามเกิด ศิลปะบนกำแพงก็อาศัยฝีมือชาวบ้านแบบง่ายๆ ในการปั้น รูปแบบก็หาเอาจากสถาพแวดล้อมรอบตัว ที่โดดเด่นก็คือการแต้มสีเหลืองกับสีฟ้าอมเขียว ทำให้สิมแห่งนี้กลายเป็นงานศิลป์น่าทึ่ง ซึ่งสีเหลืองในสมัยก่อนได้จากขมิ้น ส่วนสีฟ้าอมเขียวได้จากใบไม้ต้มผสมกับหนังควาย ปัจจุบันใช้สีทาบ้านปกติในการบูรณะ นอกจากนี้ พระประธานศิลาทรายรูปแบบอีสานแท้ ที่ประดิษฐานอยู่ภายใน ยังขึ้นรูปด้วยมือแบบเรียบง่าย  ทั้งหมดสะท้อนให้เห็นว่า ความศรัทธาในพุทธศาสนาไม่จำเป็นต้องฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย ขอแค่คิดดี ทำดี เท่านี้ก็เพียงพอ
     กิจกรรมของวันจบลงที่การนำน้ำใจของคนเมืองมาแบ่งปันน้องๆ ที่โรงเรียนบ้านหนองม่วงหลุบคา  กับ "ผ้าป่าหนังสือ" ที่แต่ละคนนำหนังสือนิทาน หนังสือสำหรับที่เก็บไว้ ตุ๊กตุ่น ตุ๊กตา ที่ไม่ได้เล่นแล้ว และอีกมากมาย มาบริจาคให้กับเหล่าเยาวชนที่ด้อยโอกาสทางการเรียนรู้ งานนี้ได้เห็นรอยยิ้มของน้องๆ ที่ยิ้มได้กว้างกว่าที่เคย แถมด้วยแววตาวิ้งๆ ที่ส่องประกายคำว่า "ขอบคุณ" มาให้ผู้ใหญ่อย่างเราได้ยิ้มตามไปด้วย
     ตกดึกค่ำคืน ทุกคนในทริปจึงเดินเที่ยวชมไนท์ขอนแก่นด้วยความสุข และกลับถึงที่พักพร้อมล้มตัวลงนอนด้วยใจอันเป็นสุขจริงๆ
     จบทริปธรรมะหรรษาด้วยการ ไปลิ้มชิมรสอาหารอีสานสไตล์ฟิวชั่น ที่ร้านกรีน ลีฟ อิน เดอะ การ์เด้น ในช่วงสายของอีกวัน ที่ร้านนี้เขาประยุกต์อาหารอีสานให้โกอินเตอร์ หลายเมนูดูหน้าตาแล้วน่ากินมั่กๆ แต่รสชาติจะอร่อยถูกลิ้นหรือไม่ท้าให้มาลองเอง แต่ที่ประทับใจก็คือเชอร์เบทลูกค้อที่เปรี้ยวอมหวานได้ใจ แถมด้วยลูกตะขบที่นำมาแปลงโฉมเป็นวุ้นรองเชอร์เบท อร่อยกรุบกรอบหอมหวานอย่าบอกใคร ของหวานบ้านๆ แต่รสชาติอินเตอร์หากินได้ที่นี่ที่เดียว!.
////////////////
Trip&Trick
     ผู้ยิ้ง-ผู้หญิงที่สนใจท่องเที่ยวด้วยตัวเอง หรือพากันไปแบบหมู่คณะแบบเอ็กซ์คูลซีฟเฉพาะผู้หญิง มีเส้นทาง Lady Journey 5 สไตล์ ได้แก่ กลุ่ม Natural Lady : เที่ยวสัมผัสธรรมชาติ หมู่บ้านวัฒนธรรม บ้านหนองขาว กาญจนบุรี และย้อนวิถีไทย สุขใจไปสุพรรณบุรี, สัมผัสเสน่ห์ของผู้คน วิถีชีวิตและธรรมชาติ ที่เมืองน่าน กลุ่ม Working Lady : พักผ่อนสมองด้วยการเที่ยวแบบเนิบช้า ที่เชียงคาน กลุ่ม Sporty Lady : ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ พายเรือคายัค ผ่านช่องแคนย่อน  ที่กระบี่, เที่ยวล่องป่า นั่งช้าง ล่องแพยางผจญภัย ที่เชียงใหม่ กลุ่ม Trendy Lady : ท่องเที่ยว แบบมีสไตล์ที่หัวหิน ปราณบุรี ที่ประจวบคีรีขันธ์, เที่ยวขนอม ที่นครศรีธรรมราช กลุ่ม Healthy Lady :เ ที่ยวพักผ่อน ดูแลสุขภาพ ที่บ้านสลักคอก เกาะช้าง จ.ตราด, เที่ยวพักผ่อน สูดโอโซน ที่วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา คลิกเพิ่มเติมได้ที่  www.tourismthailand.org/ladyjourney/TAT Call Center 1672 หรือ www.facebook.com/ladyjourney และที่วิท แอนด์ วิสดอม โทร.0-2652-0777-80.



flag counters
ไฟร์ฟอกซ์ ปลอดภัย ฟรี Download Firefox  | RSS feeds  | ทันข่าว ทันเหตุการณ์