คุณเคยพยายามนึกอะไรแล้วนึกไม่ออกบ้างไหม! รู้สึกหงุดหงิดตัวเองหรือเปล่า?
แล้วสำหรับคนที่จำอะไรไม่ได้....ยิ่งกว่าหลงกว่าลืมล่ะ! เขาจะทรมานแค่ไหน?
ใครที่มีสมาชิกในครอบครัวที่ป่วยเป็นโรคสมองเสื่อมหรืออัลไซเมอร์ คงรู้จักความรู้สึกทุกข์ทรมานจากการไร้ความจำเป็นอย่างดี โรคนี้ไม่เพียงแค่ผู้ป่วยที่เป็นทุกข์และคนรอบข้างลูกหลานก็ย่อมทุกข์ไม่ต่างกัน
แม้ในปัจจุบันยังไม่อาจบ่งชี้ได้ชัดเจนว่าสาเหตุของการเกิดโรคนี้มาจากอะไร แต่ส่วนมากมักเกิดในผู้สูงวัยเป็นส่วนใหญ่ ในอดีตเราอาจเห็นว่าผู้สูงวัยมักหลงๆ ลืมๆ หรือจะเรียกว่าคนแก่มักขี้หลงขี้ลืม แต่ในปัจจุบันความขี้หลงขี้ลืมนี้หนักหนาสาหัสมากขึ้นจนกลายเป็นโรคสมองเสื่อม และมีผู้ป่วยเพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกปี
มีข้อมูลหนึ่งที่บ่งชี้ว่าภาวะสมองเสื่อมเกิดจากการทำลายของสารอนุมูลอิสระ จึงแนะให้รับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระและผักผลไม้ให้มากเพื่อลดการเกิดโรคต่างๆ รวมถึงโรคสมองเสื่อมด้วย ในเวทีงานวิจัยมีสมุนไพรหลายชนิดที่ได้รับการยืนยันว่ามีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ซึ่งช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์และอวัยวะต่างๆ ในร่างกายมนุษย์ได้ รวมถึงงานวิจัยที่ระบุว่าสามารถนำมาใช้ในการรักษาโรคสมองเสื่อมได้ อาทิ ขมิ้น พุดจีบ โสม แป๊ะก๋วย บัวบก ไม้จันทน์ ขิง มะขามป้อม พริกไทย น้ำมะพร้าวอ่อน และอาหารจากเมล็ดธัญพืช ซึ่งอุดมด้วยวิตามินบีต่างๆ มากมาย และมีประโยชน์ต่อสมองมาก รวมถึงพรรณไม้น้ำที่เรียกกันว่า หยดน้ำตา หรือผักริมน้ำที่เรียกกันว่า พรมมิ
พรมมิเป็นที่สนใจมากมายในเวลานี้ เพราะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนเรศวรและมหาวิทยาลัยขอนแก่นได้ร่วมกันวิจัยจนพบว่า พรมมิมีสรรพคุณเจ๋งในการรักษาโรคสมองเสื่อมอย่างได้ผล สารสำคัญที่พบในพรมมิคือสารซาโปนิน สามารถชะลอการเสื่อมของเซลล์สมอง ช่วยกระตุ้นความจำและการเรียนรู้ มีฤทธิ์ในการป้องกันการถูกทำลายของเซลล์ประสาท และช่วยให้เซลล์ประสาทสมองยืดอายุการใช้งานได้นานขึ้น
จากการทดลองกับอาสาสมัคร สูงวัย อายุระหว่าง 55-70 ปี พบว่าการรับประทานสารสกัดพรมมิขนาด 300 และ 600 มิลลิกรัมต่อวัน นาน 3 เดือน พบว่า ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทรงตัว เพิ่มการตื่นตัวต่อสิ่งเร้า เพิ่มความสามารถในการเรียนรู้และความจำ คลายอาการซึมเศร้า และไม่พบพิษและอาการข้างเคียง
สารสกัดจากพรมมิจึงมีสรรพคุณในการทำหน้าที่บำรุงสมอง รักษาความจำอันมีค่าของมนุษย์ และช่วยเสริมความจำและการเรียนรู้ ปกป้องเซลล์ประสาทไม่ให้ถูกทำลายได้ง่าย แล้วอย่างนี้เราจะปล่อยให้พรมมิเป็นอาหารปลาและไม้ประดับเพียงเท่านั้นไปทำไม
พรมมิ หรือหยดน้ำตา หรือ Dwarf bacopa มีชื่อวิทยาศาสตร์ Bacopa monnieri Pennell
เป็นพืชวงศ์ SCROPHYLARIACEAE เป็นพรรณไม้น้ำไม้ประดับในตู้ปลาที่เราคุ้นเคยกันดี และเป็นพืชริมแม่น้ำ ห้วย หนอง คลอง บึง ต่างๆ ไม่ใคร่นิยมนำไปรับประทานเท่าใดนัก มีพบเห็นบ้างแถวภาคอีสานที่กินเป็นผักแนมกับน้ำพริก ในตำรายาแผนไทยหลายตำรับก็มีพรมมิเป็นองค์ประกอบสำคัญของตัวยาปรากฏอยู่ ในอายุรเวทระบุไว้ว่าพรมมิมีสรรพคุณบำรุงความจำ
ลักษณะทั่วไปของพรมมิ เป็นพืชสะเทินน้ำสะเทินบก ชอบขึ้นในที่ชื้นแฉะ ลำต้นใหญ่ อวบน้ำ ไม่มีขน เลื้อยทอดไปตามพื้นและชูยอดขึ้น ใบเป็นใบเดี่ยว รูปไข่คอนข้างยาว โคนใบแคบ ปลายใบกว้างมนกลม ขอบใบเรียบ แตกจากลำต้นแบบตรงกันข้าม ดอกเป็นดอกเดี่ยว ออกตามซอกใบกลีบดอกสีขาวหรือสีครามอ่อน ตอนโคนติดกันเป็นหลอด ตอนปลายแยกเป็น 5 กลีบ เกสรตัวผู้มี 4 อัน ติดอยู่กับกลีบดอก
ส่วนของยอดจะมีสารสำคัญที่บำรุงความจำมากกว่าส่วนอื่นๆ และพรมมิจะมีลักษณะคล้ายกับต้น ลานไพลิน ซึ่งเป็นไม้น้ำเหมือนกัน แตกต่างตรงที่พรมมิไม่มีขนที่ใบ แต่ลานไพลินจะมีขน หรืออาจจะไปสับสนกับพรมมิแดง ซึ่งก็คือผักเป็ดแดงหรือผักเบี้ยได้ เพราะชื่อเรียกคล้ายคลึงกัน ถ้าจะนำมาใช้บริโภคต้องดูให้ดี
ในวันนี้เราต้องรอการพัฒนาพรมมิเป็นยาและอาหารเสริมเพื่อช่วยบำรุงความจำ แต่ที่ไม่ต้องรอคือเราสามารถปลูกพรมมิใส่กระถางไว้ในบ้าน และเด็ดยอดเป็นผักแนมกับน้ำพริกมื้ออร่อยของครอบครัว หรือใครที่คิดสรรเมนูอาหารเก่งๆ ก็อาจนำไปทำอาหารจานเด็ดอื่นๆ ได้ ให้อาหารสักหนึ่งจานในหนึ่งมื้อมีอาหารบำรุงสมองเป็นประจำ เพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพของสมาชิกทุกคนในครอบครัว
ความจำเป็นสิ่งอันมีค่ายิ่งของมนุษย์ในการดำรงชีวิต ต้นเหตุของการสูญเสียความจำอาจมีหลายสาเหตุ บางอย่างเราควบคุมไม่ได้ บางอย่างเราควบคุมและยังป้องกันได้ โดยเฉพาะในเรื่องอาหารการกิน เป็นเรื่องสำคัญยิ่ง ควรเลือกอาหารประเภทผักและผลไม้เพราะมีสารอาหารที่สำคัญต่อร่างกายและมีสารต้านอนุมูลอิสระ และควรคำนึงว่าอาหารทุกคำที่เรารับประทานทุกมื้อนั้นเป็นประโยชน์ต่อตนเองมากน้อยแค่ไหน อย่าให้เข้าทำนองที่ว่า "ยิ่งกินยิ่งป่วย"
นอกจากนี้ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ สมองจะได้ไม่ล้า และอย่าเกียจคร้าน เพราะมีบางคนเกียจคร้านแม้กระทั่งจะคิด หรือพวกชอบหยุดคิดและเพิกเฉยต่อสิ่งรอบข้าง สมองของคนเหล่านี้จะหยุดทำงานเช่นกัน การตอบสนองต่อสิ่งเร้ารอบข้างก็จะน้อยลงเรื่อยๆ จงฝึกคิดตลอดเวลา และสิ่งที่คิดควรจะเป็นเรื่องดี และจดจำในเรื่องดี
ถ้าคุณไม่อยากกลายเป็นผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมเมื่ออายุมากขึ้น ก็ต้องบำรุงและรักษาสมองตั้งแต่ยังอยู่ในวัยหนุ่มสาว หรือถ้าเลยวัยนั้นมาแล้วก็ยังไม่สายที่จะเริ่มต้นตั้งวันนี้ อย่างน้อยคุณมีทางเลือกที่ดีตรงหน้าเกิดขึ้นแล้ว..สมุนไพรพรมมิ
หยุดภาวะสมองเสื่อมด้วยพรมมิ ก่อนที่ความจำจะถูกขโมยไป.








